สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน
การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%
จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น
ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน
เที่ยวทั่วไทยในกองทัพอากาศ ตอน " ไปชม ฮอว์ค-๓ เครื่องบินขับไล่เครื่องเดียวในโลก "
โดย…พ.อ.อ.รัชต์ รัตนวิจารณ์
………………………………………………………………………………………………………..
ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ครับว่า ในพิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศและการบินแห่งชาติของเราที่ดอนเมืองนั้น มีเครื่องบินขับไล่แบบฮอว์ค-๓ ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีชื่อเสียงในการรบทางอากาศแบบหนึ่งในเอเชีย ในช่วงระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา ที่ในปัจจุบันนี้เหลืออยู่เพียงเครื่องเดียวในโลก วันนี้ผมจะพาทุกท่านที่ยังไม่รู้จักหรือบางท่านอาจจะยังไม่เคยพบตัวจริงของ เจ้าเหยี่ยวเวหานักล่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตัวนี้ไปรู้จักกับประวัติที่น่าสนใจของเขา ฮอว์ค-๓ ผู้ที่มีชื่อเสียงมากในช่วงระหว่างกรณีพิพาทอินโดจีนและสงครามมหาเอเชียบูรพา ครับ
ฮอว์ค-๓ เป็นเครื่องบินขับไล่ปีกสองชั้นลำตัวโลหะและสามารถยิงปืนกลอากาศผ่านใบพัดได้ กองทัพอากาศซื้อมาใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘ จำนวน ๑๒ เครื่อง. ทำการผลิตโดยบริษัทเคอร์ติส (รุ่นโมเดล๖๘เอ,บี,ซี) มียอดสร้างทั้งสิ้น ๑๓๗ เครื่อง นอกจากที่มีประจำการในกองทัพอากาศไทยแล้วยังมีประจำการในกองทัพอากาศจีนอีกด้วย ฮอว์ค ๓ มีชื่อเรียกตามแบบทอ.ในช่วงสงครามทั้งสองครั้งว่า "แบบ ๑๗" ในปัจจุบันกำหนดชื่อเป็น "บข.๑๑" เป็นเครื่องบินขับไล่แบบแรกของ ทอ.ที่เก็บล้อได้โดยการใช้มือหมุนเก็บ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดซื้อในครั้งที่สองอีกเมื่อ ๒๔๗๙ จำนวน ๑๒ เครื่อง และยังมีการซื้อสิทธิบัตรมาทำการสร้างเองโดยกรมช่างอากาศบางซื่อ ในปี ๒๔๘๐ จำนวน ๒๕ เครื่อง และในปี ๒๔๘๒ ทำการสร้างเพิ่มเติมอีก ๒๕ เครื่อง รวมกองทัพอากาศไทยมีเครื่องบินแบบนี้ที่มีการพิสูจน์ได้คือ ๗๔ เครื่อง(อย่างน้อย) การรบที่ดังที่สุดของ ฮอว์ค ๓ นอกจากการรบทางอากาศครั้งแรกของกองทัพอากาศไทยเมื่อวันที่ ๒๘ พ.ย. ๒๔๘๓ เมื่อฮอว์ค ๓ ที่มี พ.อ.อ.ทองใบ พันธุ์สบาย และ จ.อ.นาม พุ่มรุ่งเรือง นักบินจากฝูงบินขับไล่ของกองบินน้อยผสมจังหวัดอุดรขึ้นต่อสู้กับเครื่องบินฝรั่งเศสร่วมกับเครื่องบินโจมตีแบบคอร์แซร์ของ น.ต.ศานิต นวลมณี ครั้งนั้น ฮอว์ค-๓ มีส่วนช่วยให้ คอร์แซร์ยิงเครื่องบินฝรั่งเศลตกเป็นครั้งแรก การรบที่สำคัญอีกครั้งคือการป้องกันประเทศทางด้านตะวันออกที่สนามบินวัฒนานคร ของสามนักบินไทยที่สละชีพเพื่อชาติในช่วงวินาทีแรกของการป้องกันภัยทางอากาศจากการรุกรานทางอากาศของกำลังทางอากาศที่เหนือกว่าอย่างญี่ปุนในต้นสงครามมหาเอเชียบูรพา ในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ เมื่อ ฮอว์ค-๓ จำนวน ๓ เครื่องขึ้นสกัดกั้น โดยมี ร.อ.ไชย สุนทรสิงห์ , ร.อ.ชิน จิระมณีนัย และ ร.ต.สนิท โพธิเวช เป็นนักบินที่สังกัดฝูงบิน๔๓(วัฒนานคร) แต่กำลังเครื่องบินของฝ่ายไทยที่มีน้อยกว่าไม่สามารถต่อสู้กับเครื่องบินขับไล่ของญี่ปุ่นที่มีมากมาย เครื่องบินทั้ง๓ ของไทยถูกยิงตกหมดนักบินวีรบุรุษทั้งสามท่านเสียชีวิต รวมไปถึงการรบอันยิ่งใหญ่ของทหารอากาศที่อ่าวมะนาวในรุ่งเช้าของวันเดียวกันซึ่งฮอว์ค-๓ ก็ทำหน้าที่ป้องกันประเทศในการรบที่อ่าวมะนาวด้วยเช่นกัน นอกจากภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศแล้ว ฮอว์ค ๓ ยังถูกกำหนดให้เป็นเครื่องบินสนับสนุนราชนาวีไทยป้องกันภัยที่มาจากทะเลให้เรือรบอีกด้วย ตลอดสงครามกรณีพิพาทอินโดจีนจนสิ้นสุดสงครามมหาเอเชียบูรพา นั้น ฮอว์ค ๓ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการป้องกันน่านฟ้าไทยได้เป็นอย่างดีแม้จะมีสมรรถนะที่ต่ำกว่าเครื่องบินของข้าศึก ซึ่งภายหลังสงครามเครื่องบินแบบฮอว์ค ๓ นี้ได้รับความเสียหายเกินกว่าจะซ่อมบำรุงได้ ในปัจจุบันจึงเหลือเครื่องบินแบบนี้เพียงเครื่องเดียวที่ พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ และยังเป็นเครื่องเดียวที่ยังเหลืออยู่ในโลกอีกด้วย เป็นไงบ้างครับประวัติที่น่าสนใจของ ฮอว์ค-๓ ผมกับครอบครัวไปยืนชื่นชมในวีรกรรมอันกล้าหาญของนักบินและฮอว์ค-๓ ที่พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศมาหลายครั้งแล้ว แล้วท่านละครับไปชมมาหรือยังถ้ายังไม่ไปก็ขอเชิญเลยนะครับ ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่อาคารใหญ่ด้านหน้า (เมื่อเข้าไปแล้ว จะอยู่ทางซ้ายมือ) ร่วมกับเครื่องบินเครื่องเดียวในโลกแบบอื่นๆที่วันหลังผมจะพาไปแนะนำให้รู้จักอีกครับ สำหรับพิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ นั้น ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามใกล้ๆกับโรงเรียนนายเรืออากาศ ติดถนนพหลโยธิน หาไม่ยากครับ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น.แต่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนถ้าสะดวกจะนั่งรถประจำทางที่ผ่าน ก็มีรถธรรมดาสาย ๓๔, ๓๙, ๑๑๔, ๓๕๖ .รถปรับอากาศสาย ๓, ๙, ๑๖ (พ), ๒๑, ๒๒, ๒๕, ๓๔, ๓๙, ๑๑๔, ๓๕๖ ครับผม…….สำหรับวันนี้สวัสดีครับ