ข่าวสารทั้งหมด

กรองข้อมูล

- เลือกหมวดหมู่ -
13 มีนาคม 2562
ร่วมชมและร่วมเปิดนิทรรศการ “ศิลปกรรมทิวทัศน์ทะเล” โดย นักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป์นครศรีธรรมราชในวันที่ 14 มีนาคม 2562 เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน และชมกันอย่างต่อเนื่อง จุใจตั้งแต่วันที่ 14 – 22 มีนาคม 2562   
30 สิงหาคม 2562
ประกาศผลรางวัลพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๒ Museum Thailand Awards 2019   เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ(สพร.) หรือ มิวเซียมสยาม จัดงานประกาศผลและมอบรางวัล “พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๒ (Museum Thailand Awards 2019)  ซึ่งจัดภายใต้แนวคิด “Perspective”  ที่ต้องการสื่อถึงการเชื่อมโยงพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเข้ากับพิพิธภัณฑ์เมือง ด้วยการบูรณาการร่วมกันอย่างยั่งยืนทั้งในเชิงวิสัยทัศน์และกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานพิพิธภัณฑ์ไทยสู่สากล       รางวัล Museum Thailand Awards เป็นสัญลักษณ์ของการคัดสรรคุณภาพ มาตรฐาน เพื่อให้ได้มาซึ่งตัวแทนของพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ของประเทศไทยในสาขาต่างๆ  ในปีนี้รางวัล Museum Thailand Awards  ประกอบด้วย   1. รางวัลพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ดีเด่น ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านสังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม  รางวัลดีเด่นด้านการจัดแสดงนิทรรศการ  ได้แก่  พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รางวัลดีเด่นด้านกระบวนการเรียนรู้  ได้แก่  ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยมหาอินทร์ ณ เชียงใหม่) รางวัลดีเด่นด้านความสัมพันธ์กับชุมชน  ได้แก่  หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบสาน ได้แก่  อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2)     2. รางวัลพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ดีเด่น ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์  รางวัลดีเด่นด้านการจัดแสดงนิทรรศการ  ได้แก่  พิพิธภัณฑ์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รางวัลดีเด่นด้านกระบวนการเรียนรู้  ได้แก่   ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย รางวัลดีเด่นด้านความสัมพันธ์กับชุมชน  ได้แก่  ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านของพ่อ รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบสาน  ได้แก่   บ้านหมอหวาน     3. รางวัลพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ดีเด่น ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม  รางวัลดีเด่นด้านการจัดแสดงนิทรรศการ  ได้แก่  สยามเซอร์เพนทาเรียม รางวัลดีเด่นด้านกระบวนการเรียนรู้  ได้แก่  หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา รางวัลดีเด่นด้านความสัมพันธ์กับชุมชน  ได้แก่  ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบสาน  ได้แก่  ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด     4. รางวัลพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ดีเด่น ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านชุมชนและท้องถิ่น  รางวัลดีเด่นด้านกระบวนการเรียนรู้  ได้แก่  ศูนย์จักสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก รางวัลดีเด่นด้านความสัมพันธ์กับชุมชน  ได้แก่  พิพิธภัณฑ์ชุมชนเกาะศาลเจ้า รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบสาน  ได้แก่  พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี พิษณุโลก     5. รางวัล Museum Thailand Popular Vote 2019 อันดับที่ 1 หอประวัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับที่ 2 หอพระราชประวัติศรีสวรินทิราราชภักดี และหอพระราชประวัติบรมราชบุพการีกิตติประกาศ อันดับที่ 3 พิพิธภัณฑ์การพยาบาลไทย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 4 พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว อันดับที่ 5 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) อันดับที่ 6 หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา  อันดับที่ 7 พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน อันดับที่ 8 มิวเซียมภูเก็ต อันดับที่ 9 ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยมหาอินทร์ ณ เชียงใหม่) อันดับที่ 10 ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน   ...............................................  
30 สิงหาคม 2562
สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ(มิวเซียมสยาม) จัดงาน “มิวเซียมไทยแลนด์ อะวอร์ด 2019 (Museum Thailand Awards 2019)” โดยได้จัดงานมอบรางวัลและประกาศผลอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ณ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ (Siam Society) ซึ่งได้มีการเปิดรับสมัครคัดเลือกพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในประเทศไทยเข้ารับรางวัล “Museum Thailand Awards 2019” เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา โดยปีนี้ ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Perspective” ที่ต้องการสื่อถึงการเชื่อมโยงพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเข้ากับพิพิธภัณฑ์เมือง ด้วยการบูรณาการร่วมกันอย่างยั่งยืนทั้งในเชิงวิสัยทัศน์และกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานพิพิธภัณฑ์ไทยสู่สากล นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เปิดเผยว่า มิวเซียมสยาม ได้ดำเนินการจัดโครงการ “มิวเซียมไทยแลนด์ อะวอร์ด 2019 (Museum Thailand Awards 2019)” เพื่อมุ่งยกระดับพิพิธภัณฑ์ ภายในประเทศไทยให้ก้าวสู่พิพิธภัณฑ์ระดับสากล พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ภายในประเทศไทย ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากรด้านพิพิธภัณฑ์ ให้มีความรู้ความสามารถ ในเชิงวิสัยทัศน์และกระบวนการการปฏิบัติ รวมทั้งสร้างกระแสการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ หรือแหล่งเรียนรู้มากขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มีพันธมิตรพิพิธภัณฑ์สนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาพรวมของการพัฒนาและดำเนินงานด้านพิพิธภัณฑ์มีความเคลื่อนไหวและการขยายตัวมากขึ้น เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ และส่งผลให้เครือข่ายของพิพิธภัณฑ์ไทยเข้มแข็งจนก่อให้เกิดแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาวงการพิพิธภัณฑ์ในอนาคต ตลอดจนการเข้ามามีส่วนร่วมของพิพิธภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น เนื่องจากคณะทำงานได้เข้าไปพัฒนาและได้ทราบถึงความเข้มแข็งของชุมชน แต่ยังขาดการสนับสนุน  จึงได้เพิ่มประเภท พิพิธภัณฑ์ด้านชุมชนและท้องถิ่น เพื่อเป็นกำลังใจและเป็นรางวัลที่สร้างคุณค่าของการร่วมมือกันให้แก่ชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย” โดยปีนี้ โครงการ Museum Thailand Awards 2019 ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ในการส่งผลงานเข้าร่วมประกวด ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ กว่า 70 แห่ง โดยมีการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในสายงานพิพิธภัณฑ์ทั้ง 6 ท่านได้แก่ ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ ประธานคณะกรรมการ กรรมการบริหาร OKMD อดีตรองเลขาธิการสภาการศึกษา อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, อ.วิษณุ เอมประณีตร์ ประธานที่ปรึกษาหอศิลป์พุทธะ, อ.พัชรินทร์ กรูเนิร์ต อาจารย์พิเศษคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ดร.วีรานันท์ ดำรงสกุล อาจารย์ประจำหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล, คุณบุณฑริก เขมาชีวะ ที่ปรึกษาด้านพิพิธภัณฑ์ มิวเซียมมายส์ และคุณพัฒนพงศ์ มณเฑียร ศิลปิน/ที่ปรึกษาด้านพิพิธภัณฑ์ มิวเซียมมายส์ และมีการจัดกิจกรรมร่วมโหวตพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน หรือ Popular Vote อีกด้วย ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ ประธานคณะกรรมการการตัดสินรางวัลพิพิธภัณฑ์ดีเด่น Museum Thailand Awards 2019  ได้กล่าวว่า  “การจัดประกวด Museum Thailand awards ในครั้งนี้เป็นการให้กำลังใจ กับบรรดาพิพิธภัณฑ์ หรือคนที่อยู่ในวงการพิพิธภัณฑ์ รวมถึงชุมชนท้องถิ่น ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะเป็นมิติใหม่ของการเรียนรู้ของประชาชนโลกในยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากรูปแบบการนำเสนอความรู้ทั่วไปของงานพิพิธภัณฑ์ว่าไม่ใช่เป็นการเก็บรวบรวมของเก่าเท่านั้นนั้น แต่ยังสามารถนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ เช่น การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเพิ่มสมรรถนะในการเรียนรู้สำหรับผู้เข้าชม ซึ่งมีหลากหลายก่อให้เกิด กระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนได้ดีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” ด้าน คุณพัฒนพงศ์ มณเฑียร อีกหนึ่งในคณะกรรมการฯ ที่เปรียบเสมือนตัวแทนจากคนรุ่นใหม่ ได้กล่าวว่า  “จากการที่ตนได้สัมผัสพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศคเราจะเห็นว่ามีการใช้เทคโนโลยี มีการใช้ดิจิตอลแพลตฟอร์มในการพัฒนาการดำเนิน แต่ถึงอย่างไรก็ดีการที่พิพิธภัณฑ์ไทยจะพัฒนา จะมองข้ามหัวใจของงานพิพิธภัณฑ์และหัวใจของคนพิพิธภัณฑ์ไปไม่ได้ ถ้าเราเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนทัศนคติทัศนคติในการทำงาน เราก็สามารถเทียบเท่ากับมาตรฐานสากลได้เช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ หรือ พิพิธภัณฑ์ในชุมชนและท้องถิ่น ก็มีของดีที่ซ่อนอยู่และสามารถนำออกสู่สายตาผู้เข้าชมได้อย่างแน่นอน” สำหรับพิพิธภัณฑ์ที่มีได้รับรางวัลจากทั้ง 2 ประเภทในปีนี้ มีจำนวนทั้งหมด 15 รางวัลด้วยกัน โดยตัวแทนจาก ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยมหาอินทร์ ณ เชียงใหม่) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลถึง 2 ปีซ้อน ในประเภทรางวัลพิพิธภัณฑ์ดีเด่นด้านสังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม กล่าวว่า “นับเป็นความภาคภูมิใจของทางพิพิธภัณฑ์ ที่ทางคณะกรรมการได้คัดเลือกและมอบรางวัลในปีนี้ เพราะปีนี้สัมผัสได้ว่ามีการคัดเลือกที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น และทางพิพิธภัณฑ์จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาในส่วนของการนำเสนอ ตลอดจนการเก็บรักษาสถาปัตยกรรมเป็นอย่างดี เพราะการได้รางวัล 2 ปีซ้อนนี้ นับว่าเป็นแรงกระตุ้นของพิพิธภัณฑ์ที่ในปีหน้า อยากจะคว้ารางวัลในปีที่ 3 อย่างต่อเนื่อง” ด้าน มิวเซียมภูเก็ต หนึ่งในตัวแทนพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลในประเภทพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน หรือ Popular Vote กล่าวว่า “ขอขอบคุณผู้ที่ร่วมโหวตให้ มิวเซียมภูเก็ต เป็นพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน รวมถึงต้องขอให้สัญญาว่า มิวเซียมภูเก็ต จะนำคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ และจะมีการพัฒนาปรับปรุงมิวเซียมภูเก็ตให้อยู่ในใจของคนในประเทศไทยต่อไป” สำหรับผลการคัดเลือกพิพิธภัณฑ์ ที่ได้รับรางวัลทั้งหมด จำนวน 15 แห่ง โดยแยกตามด้านและประเภท มีรายชื่อ ดังนี้  ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านสังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม แบ่งเป็น 1.       รางวัลดีเด่นด้านการจัดแสดงนิทรรศการ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 2.       รางวัลดีเด่นด้านกระบวนการเรียนรู้ ได้แก่ ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยมหาอินทร์ ณ เชียงใหม่) 3.       รางวัลดีเด่นด้านความสัมพันธ์กับชุมชน ได้แก่ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ 4.       รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบสาน ได้แก่ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แบ่งเป็น 1.       รางวัลดีเด่นด้านการจัดแสดงนิทรรศการ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 2.       รางวัลดีเด่นด้านกระบวนการเรียนรู้ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย 3.       รางวัลดีเด่นด้านความสัมพันธ์กับชุมชน ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านของพ่อ 4.       รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบสาน ได้แก่ บ้านหมอหวาน ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็น 1.       รางวัลดีเด่นด้านการจัดแสดงนิทรรศการ ได้แก่ สยามเซอร์เพนทาเรียม 2.       รางวัลดีเด่นด้านกระบวนการเรียนรู้ ได้แก่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา 3.       รางวัลดีเด่นด้านความสัมพันธ์กับชุมชน ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช 4.       รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบสาน ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านชุมชนและท้องถิ่น แบ่งเป็น 1.       รางวัลดีเด่นด้านกระบวนการเรียนรู้ได้แก่ ศูนย์จักสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก 2.       รางวัลดีเด่นด้านความสัมพันธ์กับชุมชน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ชุมชนเกาะศาลเจ้า 3.       รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบสาน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี พิษณุโลก ประเภทพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน หรือ Popular Vote 1.       หอประวัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2.       หอพระราชประวัติศรีสวรินทิราราชภักดี และหอพระราชประวัติบรมราชบุพการีกิตติประกาศ 3.       พิพิธภัณฑ์การพยาบาลไทย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 4.       พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 5.       พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6.       หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา  7.       พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน 8.       มิวเซียมภูเก็ต 9.       ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนาคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (เจ้าน้อย มหาอินทร์ ณ เชียงใหม่) 10.   ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน “สำหรับโครงการ Museum Thailand Awards จะยังคงดำเนินการในปีต่อ ๆ ไป เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่บุคลากรในวงการพิพิธภัณฑ์ ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้วงการพิพิธภัณฑ์ไทยต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด และแน่นอนว่าการตัดสินรางวัลในปีต่อไปก็จะเพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณารางวัลมากยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของตัวพิพิธภัณฑ์เอง และการมีส่วนร่วมกับสังคม เพื่อผลักดันให้พิพิธภัณฑ์ไทยก้าวเข้าสู่ระดับสากลได้อย่างภาคภูมิใจ รวมถึงเว็บไซต์ MuseumThailand.com ที่จะยังคงดำเนินการพัฒนาและสร้างสรรค์กิจกรรมให้สังคมของคนรักพิพิธภัณฑ์ขยายวงกว้างมากขึ้น ช่วยผลักดันและส่งเสริมวัฒนธรรมการท่องเที่ยวให้แพร่และยั่งยืนในสังคมไทยต่อไป” นายราเมศ พรหมเย็น กล่าวทิ้งท้าย
26 กรกฎาคม 2562
28 กรกฎาคม 2562 นี้ เข้าชมสวนพฤกษศาสตร์ ฟรี!!! ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยไม่เสียค่าเข้าชมและค่ายานพาหนะ  ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่   เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ เปิดให้เข้าชมสวนพฤกษศาสตร์ฯ ฟรี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดี สืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรพรรณพืชและสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้เข้ามาเรียนรู้ สัมผัสคุณค่าความงดงามของทรัพยากรพรรณพืชไทย และตระหนักที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ   และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมปู่ไดโนเสาร์ ตะลุยพืชโบราณถิ่นล้านนา ที่จะพาทุกคนไปย้อนเวลาหาปู่ไดโนเสาร์ และพืชโบราณอาหารไดโนเสาร์ ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ภายในสวนพฤกษศาสตร์ฯ   ** สอบถาม โทร. 053-841 234 หรือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
25 กรกฎาคม 2562
รายการ Wheel Go.ททบ. 5 พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์การพยาบาลไทย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562  ไปดูกันค่ะ มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ +++ใครยังไม่มา ดูเรียกน้ำย่อย แล้วตามมาดูของจริงกันนะคะ ^^ https://www.youtube.com/watch?v=iMy-9C-yXtk&t=281s&fbclid=IwAR1qj46XMbnrgOB3kuwHABVqFHF03VjgeCmsr7tpO8-G5DQzSr9B9hUShJE&app=desktop
11 กรกฎาคม 2562
มิวเซียมสยาม จับมือ บริษัท เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท จำกัด เปิดตัวแพคเกจสุดคุ้ม“มิวพาสพลัสวันเดย์รีเวอร์พาส” ซึ่งเป็นแพคเกจสำหรับล่องเรือเจ้าพระยา 1 วัน  ในราคาสุดคุ้มเพียง 409 บาท  เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้บนเส้นทางแห่งสายน้ำครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมชวนผู้ถือบัตรมิวพาสสัมผัสพริวิเลจสุดคุ้ม รับส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการตลอดเส้นทางการเรียนรู้ โดยแพคเกจสุดคุ้ม “มิวพาสพลัสวันเดย์รีเวอร์พาส” เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มครอบครัว และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่สามารถให้เส้นทางการเดินเรือ เพื่อเชื่อมต่อไปยังแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ใกล้เคียงกว่า 13 แห่ง อาทิ ลงที่ท่าปากคลองตลาด เพื่อไปแวะที่มิวเซียมสยาม  ลงที่ท่าพระอาทิตย์และเดินเท้าอีกนิดเพื่อไปยังพิพิธภัณฑ์บางลำพู นอกจากนี้ บัตรดังกล่าวยังสามารถเข้าชมแหล่งเรียนรู้ 55 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการเปิดตัวแพคเกจ “มิวพาสพลัสวันเดย์รีเวอร์พาส” จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ณ มิวเซียมสยาม ถนนสนามไชย ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดแพคเกจ “มิวพาสพลัสวันเดย์รีเวอร์พาส” รวมถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพริวิเลจของบัตรมิวพาส ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 ต่อ 529 หรือที่เฟซบุ๊ค Muse Pass (https://www.facebook.com/musepass)                 นางซองทิพย์ เสริมสวัสดิ์ศรี      ผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรม    และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและการตลาด มิวเซียมสยาม กล่าวว่า มิวเซียมสยาม และ บริษัท เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท จำกัด ร่วมเปิดตัวแพคเกจ “มิวพาสพลัสวันเดย์รีเวอร์พาส”  เพื่อร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางสู่แหล่งเรียนรู้บนเส้นทางแห่งสายน้ำ ภายใต้คอนเซป แล่นเรือ Hop on  Hop Off ตามหาแหล่งเรียนรู้ใจกลางกรุง ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่มากมายทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย สำหรับการจับคู่แพคเกจสุดคุ้ม ระหว่างบัตรผ่านประตูเข้าแหล่งเรียนรู้ 55 แห่งทั่วไทย หรือ “บัตรมิวพาส” และตั๋วเรือนำเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาสุดหรู 1 วัน ไม่จำกัดเที่ยว หรือ “วันเดย์รีเวอร์พาส”                 แพคเกจ  “มิวพาสพลัสวันเดย์รีเวอร์พาส”  มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์ให้บริการท่าเทียบเรือของ บริษัท เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท จำกัด ได้แก่ ท่าปากคลองตลาด ท่ามหาราช และท่าสาทร ที่จำหน่ายคู่กันในราคาพิเศษเพียง 409 บาท ซึ่งเปิดจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 โดยสิ่งที่ผู้ซื้อแพคเกจดังกล่าวจะได้ประกอบด้วย บัตรมิวพาสซีซั่น 7 ที่สามารถใช้เป็นบัตรผ่านประตูเข้าชมแหล่งเรียนรู้  55 แห่งทั่วไทย ซึ่งปกติจำหน่ายในราคาบัตรละ 299 บาท และบัตรวันเดย์รีเวอร์พาส ตั๋วเรือนำเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาสุดหรู 1 วัน ไม่จำกัดเที่ยวที่สามารถใช้บริการทั้งได้ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.30 น. ของทุกวัน ปกติจำหน่ายในราคา 200 บาท ซึ่งหากแยกซื้อในราคาปกติจะต้องซื้อในราคา 499 บาท แต่เมื่อซื้อคู่กันเป็นแพคเกจ จะช่วยให้ประหยัดทันที 90 บาท โดยผู้ที่ซื้อแพคเกจดังกล่าว สามารถเก็บบัตรมิวพาสเพื่อใช้เป็นบัตรผ่านเข้าชมแหล่งเรียนรู้กว่า 55 แห่งทั่วประเทศ เป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เปิดใช้งานบัตร โดยต้องเปิดใช้งาน บัตรไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2562                       สำหรับกลุ่มเป้าหมายของแพคเกจ “มิวพาสพลัสวันเดย์รีเวอร์พาส” ครอบคลุมทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยกลุ่มคนไทยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มครอบครัวที่สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ผ่านเส้นทางที่แปลกใหม่ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักในการท่องเที่ยว ชอบการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นการสัญจรทางเรือผ่านคุ้งน้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายหลักที่มีบทบาทสำคัญกับวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังแหล่งเรียนรู้กว่า 13 แห่งที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีบางแห่งสามารถเดินเท้าเพียงไม่กี่นาที เช่น มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์บางลำพู และยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางเรือที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยแพคเกจนี้เหมาะกับกลุ่มแบคแพคเกอร์ ที่นิยมท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์ผ่านแหล่งเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ นางซองทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการของแพคเกจ “มิวพาสพลัสวันเดย์รีเวอร์พาส” เป็นเรือนำเที่ยว Hop on Hop Off (Chao Phraya Tourist Boat) ที่ให้บริการไปกลับจากท่าสาทร จนถึง ท่าพระอาทิตย์ ซึ่งเทียบท่าทุก 30 นาที โดยผู้ถือบัตรมิวพาสสามารถแวะท่าเรือที่สามารถเชื่อมต่อไปยังแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ในความร่วมมือของบัตรมิวพาสได้ ได้แก่ ท่าพระอาทิตย์ ท่ามหาราช ท่าปากคลองตลาด ท่าราชวงศ์ และท่าสาทร โดยมีพิพิธภัณฑ์ 13 แห่งที่อยู่ใกล้ท่าเรือดังกล่าวและสามารถใช้บัตรมิวพาสผ่านเข้าชมได้ทันที ได้แก่ ·     ท่าพระอาทิตย์  และ ท่ามหาราช      ได้แก่    พิพิธภัณฑ์บางลำพู    พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์   ·        ท่าปากคลองตลาด ได้แก่ มิวเซียมสยาม บ้านหมอหวาน   ·     ท่าราชวงศ์ ได้แก่ นิทรรศการภายในอาคารพระมหามณฑปฯวัดไตรมิตรวิทยาราม พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานครหอศิลป์กรุงไทย ·     ท่าสาทร (เชื่อมต่อบีทีเอส)   ได้แก่   พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน พระราชวังพญาไท พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   นอกจากนี้ ยังสามารถแสดงบัตรมิวพาสเพื่อรับพริวิเลจสุดพิเศษกับส่วนลดสุดคุ้มในบัตรเดียว ในร้านอาหาร คาเฟ่  ร้านของที่ระลึก และฟิตเนส ที่มีมูลค่ารวมกว่า 4,000 บาท อาทิ ส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 10 เปอร์เซ็นต์ Muse Kitchen by Elefin และ Muse Cafe by D'Oro ภายในมิวเซียมสยาม ส่วนลดค่าอาหารที่ห้องทานข้าวสุพรรณิการ์ สาขาท่าเตียน และส่วนลดคอร์สมวยไทยหรือฟิตเนส 24 ชั่วโมงทุกคลาส ที่รัชดาฟิตเนส สาขาถนนพระอาทิตย์ เพียงโชว์บัตรมิวพาสใบเดียวก็สามารถรับสิทธิประโยชน์สุดคุ้มในราคาเพียง 299 บาท  และคุ้มยิ่งกว่าเมื่อซื้อพร้อมบัตรโดยสาร เรือนำเที่ยว Hop on Hop Off (Chao Phraya Tourist Boat) วันเดย์รีเวอร์พาสเพียง 409 บาทเท่านั้น ซึ่งสามารถเก็บบัตรมิวพาสไว้เพื่อเข้าชมแหล่งเรียนรู้ 55 แห่งทั่วประเทศที่ร่วมโครงการได้อีกด้วย ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดแพคเกจ “มิวพาสพลัสวันเดย์รีเวอร์พาส” รวมถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพริวิเลจของบัตรมิวพาส ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 ต่อ 529 หรือที่เฟซบุ๊ค Muse Pass (https://www.facebook.com/musepass)
11 กรกฎาคม 2562
ผ่านไปแล้วสำหรับกิจกรรมและ Workshop ประกอบนิทรรศการ “ปิญญ่า-เซดา ผ้าใยสับปะรดและใยไหมจากเขตร้อน" ซึ่งเป็นกิจกรรมสุด Exclusive ที่ให้ผู้ชมได้ใกล้ชิดกับผ้าปิญญา-เซดาให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เมื่อวันที่วันที่ 5, 6, 7, 9 และ 10 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ อาคารอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม          โดยในช่วงเช้า มีบรรยายการทอผ้าใยสัปปะรด (ปิญญ่า-เซดา) ด้วยกี่ทอผ้า โดย ช่างทอผ้าผู้เชี่ยวชาญจากบาเลเต้, อัคลัน และในช่วงบ่าย(เวลา 14.00 น.) เวิร์คช็อปการปักลายผ้าบนผ้าใยสัปปะรด (ปิญญ่า-เซดา) นำโดยช่างปักลายผ้าใยสัปปะรดผู้เชี่ยวชาญจากลัมบัน, ลากูน่า เรียกได้ว่า ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับทั้งความรู้ และความสนุกสนาน แถมยังได้ผ้าปักฝีมือของตัวเองกลับบ้านเป้นที่ระลึกอีกด้วย         สำหรับนิทรรศการ “ปิญญ่า-เซดา ผ้าใยสับปะรดและใยไหมจากเขตร้อน" ยังสามารถเดินทางมาชมได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 2562 เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์(ปิดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.museumsiam.org 
10 กรกฎาคม 2562
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ เชิญผู้สนใจเข้าชม นิทรรศการ บ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์ นิทรรศการซึ่งจัดแสดงเรื่องราวที่มาของบ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์  โดยสร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจและความรักในศิลปะของเสริมคุณ คุณาวงศ์  บ้านพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวมผลงานศิลปะเพื่อจัดแสดงให้เห็นพัฒนาการของศิลปะไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยรวบรวมผลงานที่เป็นศิลปวัตถุโบราณ ผลงานที่แสดงให้เห็นการปรากฎตัวของผลงานศิลปะที่มีเทคนิคตะวันตก สะท้อนในเห็นความเจริญงอกงามของศิลปะในประเทศไทยตลอดจนศิลปะร่วมสมัย รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีความน่าสนใจโดยจัดแสดงผลงานกว่า 300 ชิ้น ซึ่งผู้สร้างหวังจะให้เป็นที่รวมผลงานสะสมที่จะสืบทอดต่อไปถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลาน เพื่อเป็นที่จัดแสดงผลงานศิลปะไทยที่มีชีวิตชีวา             ภายในนิทรรศการได้จัดแสดงผลงานที่น่าสนใจที่มีเรื่องราวสอดคล้องกับผลงานที่จัดแสดงภายในบ้านพิพิธภัณฑ์ทั้งจิตรกรรมและประติมากรรม เช่น งานนาคาสโมสร ผลงานของแดง บัวแสน จานสีในรูปแบบการสร้างผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งสี่ศิลปิน สมภพ บุตราช ประทีบ คชบัว ประหยัด พงษ์ดำ และช่วง มูลพินิจ  ผล  งานสะท้อนสังคม ของ วสันต์ สิทธิเขตต์  และงานของกมลพันธุ์ โชติวิชัย  ผลงานหนึ่งในงานรางวัลในยุคแรก ๆ ของเธอ เป็นต้น                นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ จนถึง 6 ตุลาคม 2562 ที่ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-088-3888 ต่อ 1303 และ 1314   
05 กรกฎาคม 2562
มิวเซียมสยาม ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฟิลิปปินส์และ สถานทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย จัดแสดงนิทรรศการ “ปิญญ่า - เซดา ผ้าใยสับปะรดและใยไหมจากเขตร้อน"    ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านจากประเทศฟิลิปปินส์ ขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย เพื่อร่วมเรียนรู้วัฒนธรรมอันหลากหลายของประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านผืนผ้าที่เป็นอัตลักษณ์และกลายเป็นชุดประจำชาติฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า       มิวเซียมสยาม ในฐานะที่เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์แห่งแรก ที่เน้นสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้การชมพิพิธภัณฑ์มีความน่าสนใจแล้ว เรายังมุ่งยกระดับและพัฒนาศักยภาพพิพิธภัณฑ์ให้เกิดความแตกต่าง ด้วยการทำงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ในแถบประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ผ่านโครงการวิชาการต่างๆ เช่น Museum Forum, Museum Academy เนื่องจากมองว่าพิพิธภัณฑ์เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องของวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี ดังนั้น มิวเซียมสยาม จึงได้ริเริ่มดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑ์ในอาเซียนขึ้นเมื่อปี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมทั้งของตนเองและประเทศเพื่อนบ้าน ร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้จากพิพิธภัณฑ์ไปสู่สาธารณชน พร้อมเสริมสร้างความรู้สึกการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเป็นพลเมืองอาเซียนให้เกิดความเป็นอันหนึ่งเดียวกัน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมอัตลักษณ์อันหลากหลายในแต่ละวัฒนธรรมให้เกิดความเข้าใจ เกิดการยอมรับ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ร่วมกันในอนาคต   สำหรับนิทรรศการ “ปิญญ่า - เซดา ผ้าใยสับปะรดและใยไหมจากเขตร้อน"  เป็นความร่วมมือระหว่าง มิวเซียมสยามกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฟิลิปปินส์ และ สถานทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของ Office of Senator Loren Legarda ซึ่งเป็นโครงการนิทรรศการสัญจร ฮิบบลานังลาฮิง จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฟิลิปปินส์ เพื่อต้องการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิ่งทอประจำชาติอย่าง ผ้าทอจากใยสับปะรด(ปิญญ่า-ในภาษาสเปน) และใยไหม (เซดา-ในภาษาสเปน) ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชาวฟิลิปปินส์ โดยสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของสิ่งทอจากยุคอาณานิคมในหลากหลายมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคม รวมไปถึงเศรษฐกิจของชาวฟิลิปปินส์และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับผ้าทอใยสัปปะรดในอดีต เริ่มตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิตเส้นใยจากใบสับปะรด การออกแบบและการสร้างลวดลายบนผืนผ้า เทคนิคการทอผ้าอันซับซ้อนในแบบต่างๆ กระทั่งกลายเป็นผ้าสำหรับชนชั้นสูงและชุดประจำชาติฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน โครงการนิทรรศการสัญจรนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในเอเชีย หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดแสดงมาแล้วหลายประเทศในแถบอเมริกาและยุโรป อาทิ อังกฤษ โปรตุเกส สเปน เยอรมัน สหรัฐอเมริกา โดยในปีนี้มีแผนที่จะขยายเส้นทางจัดนิทรรศการในเมืองต่างๆ อาทิ เบอร์ลิน ปราก เจนีวา เวียนนา โตรอนโต บัวโนสไอเรส เม็กซิโกซิตี้ โตเกียวและไทย จากนั้นจะเดินทางต่อไปยัง สิงคโปร์ เกาหลีใต้และเวียดนามตามลำดับ ทั้งนี้ นิทรรศการ “ปิญญ่า - เซดา ผ้าใยสับปะรดและใยไหมจากเขตร้อน"   จะจัดแสดงระหว่างวันที่ 5 - 27 กรกฎาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 18.00 น. ทุกวันอังคาร–วันอาทิตย์ ณ อาคารอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)             ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/museumsiamfan/ หรือสอบข้อมูลโทร.02-225-2777 ต่อ 431, 432