ย้อนกลับ

UNSEEN เมืองสวรรค์

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดนครสวรรค์

นครสวรรค์ เดิมเรียกว่า”เมืองพระบาง”สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสยัมกรุงสุโขทัย เป็นราชธานีเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการทำศึกสงครามมาทุกสมัยต่อมาได้ เปลี่ยนชื่อเป็น เมืองชอนตะวัน เพราะตัวเมืองตั้งอยู่ด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาและหันหน้าเมืองไปทางทิศตะวันออกต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น เมือง นครสวรรค์

บึงบอระเพ็ดเป็นบึงน้ำจืดซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง พื้นที่บางส่วน 66,250ไร่ ได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ ป่าเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2518 บีงบอระเพ็ดมีลักษณะเป็นท้องน้ำและบึงกว้างใหญ่ มีเกาะเล็ก ๆ อยู่ในบึงประมาณ 10 เกาะ เป็นเกาะที่เกิดจากการทับถมตัวของพืชน้ำ มีพรรณไม้น้ำหลากหลายชนิด จึงเหมาะเป็นที่อยู่อาศัยสร้างรัง วางไข่ ของนกหลายชนิด มีทัศนียภาพสวยงาม ในอดีตบึงบอระเพ็ดได้ชื่อว่าเป็น "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เพราะมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำอยู่มากมาย รู้จักกันมานานว่าเป็นแหล่งน้ำที่มีจระเข้ชุกชุม ปัจจุบันจระเข้ในบึงเหลืออยู่น้อยมาก จะมีให้เห็นก็ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ ซึ่งได้เพาะพันธุ์และเลื้ยงไว้ให้นักท่องเที่ยวชมเท่านั้น

วัดคีรีวงค์ เป็นวัดที่สร้างในสมัยกรุงสุโขทัย ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินสมัยนั้น ได้สร้างไว้และได้สร้างพนะจเดีย์ไว้บนยอดเขา ต่อมาพระเจดีย์ได้พังลง พระธาตุได้เสด็จไปอยู่ที่อื่นแล้ว หากอาจารย์อยากจะให้วัดคีรีวงศ์เจริญรุ่งเรือง ต่อไปมากๆแล้ว จะต้องสร้างพระเจดีย์ตรงฐานเจดีย์เก่าบนยอดเขา และให้สร้างแบบพระจุฬามณีเจดีย์ซึ่งมีเจ้าพระวิกรมมุนีรองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เป็นเจ้าอาวาสเดิมเป็นวัดร้าง มีสภาพเป็นป่าเขา พระธุดงค์ได้มาพบซากวัตถุโบราณ เมื่อปี พ.ศ. 2504 สงสัยว่าจะวัดร้าง จึงได้แจ้งให้กรมศาสนา และ กรม ศิลปกรทราบ

เดิมบริเวณอุทยานสวรรค์เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า หนองสมบุญ ในอดีตเรียก หนองสาหร่าย มีตำนานบันทึกไว้ในสมุดข่อยของวัดเขื่อนแดงว่าด้วยที่มาของชื่อแม่น้ำเจ้าพระยา และหนองสมบุญ หรืออุทยานสวรรค์ ความเป็นมาที่บันทึกไว้ในกรุงศรีอยุธยาเรืองอำนาจ ขุนหลวงพระงั่ว หรือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต้องการรวบรวมแผ่นดินสยามไว้เป็นปึกแผ่น ยกทัพขึ้นมาตีกรุงสุโขทัยที่มีพระมหาธรรมราชาลิไททรงครองแคว้นอยู่หลังจากที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ตีเมืองจำปา (จ.ชัยนาทในปัจจุบัน) แล้วจึงยกทัพเข้าล้อมเมืองพระบางไว้ซึ่งในขณะนั้นมี พระยาอัศฎานุภาพ เจ้าเมืองไตรตรงษ์ (เมืองนี้ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร) พระยาราชมณฑป เจ้าเมืองไพศาลี (ปัจจุบันคือบ้านหนองไผ่ ตำบลหนองไผ่ อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์) พระยาวิเศษไกร เจ้าเมืองการุ้ง (ปัจจุบันคือบ้านการุ้ง ตำบลวังหิน อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี) แม้ทัพอยุธยาจะเป็นทัพใหญ่แต่เมืองพระบางโดยเจ้าพระยาทั้ง 4 นำทหารต้านศึกครั้งนี้ได้นานถึง 5 เดือน กว่าจะถูกตีแตกยึดเมืองหน้าด่านของสุโขทัยอย่างเมืองพระบางเอาไว้ได้โดยเจ้าพระยาทั้ง 4 ที่ครองเมืองถูกจับกุมไว้ได้

เขาหน่อ-เขาแก้ว อยู่ริมทางหลวงสายพหลโยธิน ช่วงนครสวรรค์ - กำแพงเพชร ในท้องที่ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 45 กิโลเมตร และจากตัวที่ว่าการอำเภอบรรพตพิสัยประมาณ 18 กิโลเมตร เขาหน่อเป็นเขาหินปูนที่มีวัดเขาหน่ออยู่เชิงเขา มีบันไดขึ้นสู่ยอดเขาซึ่งเป็นจุดชมวิว ระหว่างทางมีถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ เมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จภาคเหนือทางชลมารคสายแม่น้ำปิง เคยทรงประทับพักแรมที่นี่

ต่อมาจังหวัดได้สร้างพระบรมรูปไว้เป็นอนุสรณ์ บริเวณเชิงเขามีฝูงลิงจำนวนมาก คอยรับอาหารจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน นอกจากนี้เวลาเย็นจะมองเห็นฝูงค้างคาว ที่อาศัยอยู่ตามถ้ำน้อยใหญ่ในภูเขาบิน ออกไปหากิน ดูเป็นสายยาวสีดำอยู่บนท้องฟ้า

ส่วนเขาแก้ว อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน มีถ้ำหลายถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของค้างคาวมากมาย ในเวลาเย็นใกล้พลบค่ำฝูงค้างคาวจะพากันบินออกหากิน
" พระพุทธเจ้าหลวง " ได้เคยเสด็จประพาสบริเวณเขาหน่อเมื่อปี 2449 และต่อมาในปี 2452 ได้พระราชทานสิ่งของให้แก่หลวงพ่อแหยม วัดบ้านแดน

ภายในวัดเขาหน่อมีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ได้แก่ " สระเสด็จ " ที่เคยทรงน้ำ สิ่งพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 ถวายแด่ หลวงพ่อเเหยม และพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 สำหรับสักการะ

แก่งลานนกยูง ตั้งอยู่ในบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ มว.4 (แม่เรวา) อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ มีลำน้ำแม่วงก์ไหลผ่านตลอดปี บริเวณโดยรอบมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่น บรรยากาศร่มรื่น ทางหน่วยพิทักษ์ได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติแก่งลานนกยูง ระยะทาง 5 กิโลเมตร การเดินทางจากนครสวรรค์-ลาดยาว-สี่แยกเขาชนกัน-บ้านตลิ่งสูง-หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ มว.4(แม่เรวา)-แก่งลานนกยูง เป็นระยะทางประมาณ 96 กิโลเมตร 
* ปัจจุบัน ไม่มีกิจกรรมล่องแก่ง 

เมืองโบราณจันเสนได้รับการค้นพบครั้งแรก โดยนักวางผังเมือง ‘อาจารย์นิจ หิญชีระนันท์’ ในพ.ศ.2509 จากการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ และได้เข้าไปถ่ายรูปโบราณวัตถุต่างๆ ในบริเวณนั้นแล้วได้นำมาเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ต่อมาในพ.ศ.2511-2512 ได้มีการศึกษาสภาพกายภาพของเมืองโบราณ และขุดสำรวจทางโบราณคดี โดยความร่วมมือทั้งนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ซึ่งถือว่าเป็นการขุดค้นหาโบราณคดีอย่างมีระบบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จากการศึกษาครั้งนั้น พบว่าเมืองโบราณจันเสนเป็นเมืองโบราณที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และมีความชัดเจนในการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในสมัยทวารวดีตอนต้นหรือประมาณ 1,500 ปีก่อนหลังการขุดสำรวจแล้วเสร็จและข่าวแพร่ออกไป จันเสนก็ถูกทอดทิ้งจากหน่วยงานทั้งหลาย (อีกครั้ง) เป็นช่องทางให้โบราณวัตถุมากมายบริเวณนั้น ถูกลักลอบขุดและจำหน่วยให้กับพ่อค่าวัตถุโบราณ กระทั่งพระครูนิสัยจริยคุณ หรือที่รู้จักกันดีในนาม ‘หลวงพ่อโอด’ อดีตเจ้าอาวาสวัดจันเสนในสมัยนั้นเกรงว่ามรดกทางวัฒนธรรมของชาติจะถูกลักลอบขุดไปเสียหมด จึงได้รวบรวมโบราณวัตถุที่แตกหักเสียหายจากการถูกลักลอบขุดนั้นมาเก็บไว้ที่วัดจันเสน โดยมีดำริที่จะก่อสร้างอาคาร เพื่อจะจัดเก็บวัตถุดังกล่าวรวมถึงสิ่งของสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พระครูได้เก็บสะสมไว้จำนวนหนึ่ง

   หอชมเมืองนครสวรรค์ อยู่ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ สร้างขึ้น ณ ยอดเขาวัดคีรีวงศ์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ เทศบาลนครนครสวรรค์ ได้จัดสร้าง "หอชมเมือง" ขึ้น ณ ยอดเขาวัดคีรีวงศ์ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเยือนนครสวรรค์ ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้เมื่อเดือน ตุลาคม 2551 ตัวหอสูง 32 เมตร มีจำนวน 10 ชั้น  ภายในชั้นที่ 1 จะเป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว พื้นที่ส่วนประวัติความเป็นมาของจังหวัด ร้านค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ชั้นที่ 2 และ 3 แบ่งเป็นสองส่วนคือ ด้านในมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน Internet Cafe ไว้รับรองนักท่องเที่ยว ชั้นที่ 4-9 เป็นบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 10  ซึ่งเป็นส่วนดาดฟ้า จัดไว้สำหรับชมวิวตัวเมืองนครสวรรค์และอำเภอใกล้เคียงได้ทุกทิศทางแบบ 360 องศา ด้วยความสูงของตัวอาคารประกอบกับตั้งอยู่บริเวณยอดเขา ทำให้ นักท่องเที่ยวเมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุด จะสามารถมอง เห็นทัศนียภาพของเมืองนครสวรรค์ไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร โดยทิศตะวันออกจะเห็นทิวทัศน์เขากบและบึงบอระเพ็ด ทางทิศใต้จะเห็นอุทยานสวรรค์ ต้นน้ำเจ้าพระยา สะพานเดชาติวงศ์ วัดเขาจอมคีรีนาคพรต ส่วนด้านทิศตะวันตกจะพบความสวยงามของทิวเขาเป็นฉากธรรมชาติที่งดงาม ด้านบนจะจัดเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อน และมีกล้องส่องทางไกลไว้ให้ส่องดูวิวด้านล่างให้อย่างชัดเจนมากขึ้น  สำหรับกิจ กรรมกลางคืน เทศบาลฯ ได้ติดตั้งกล้องสำหรับ ดูดาว สำหรับท่านที่มีความสนใจเรื่องดาราศาสตร์และยังติด  ด้านในของอาคารเป็นห้องแอร์ทั้งหมด ทางขึ้นดาดฟ้าก็มีทั้งแบบบันไดและลิฟท์อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว
                หลังจากเราชมวิวกันจนเต็มอิ่มแล้วนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปยังวัดคีรีวงศ์เพื่อทำบุญไหว้พระและนมัสการองค์จุฬามณีเจดีย์สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองนครสวรรค์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอชมเมือง

นอกจากทุ่งทานตะวัน ทุ่งปอเทือง คือ อีกหนึ่งทุ่งดอกไม้ที่สวยงามและน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของอำเภอตากฟ้า นครสวรรค์  ทุ่งปอเทืองไร่ธรรมชัย ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำวิ่ง ซึ่งจะมีให้ชมในช่วงเดือนธันวาคม – กลางมกราคม  เป็นทุ่งปอเทืองที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีวิวทิวทัศน์ที่เป็นธรรมชาติท่ามกลางวิวภูเขาที่สวยงาม

 

 

สำหรับการเดินทาง ไม่ว่าจะมาจากจุดใดเพียงแค่มาให้ถึงแยกไฟแดงอำเภอตากฟ้า แล้วเลี้ยวไปทางหนองม่วงลพบุรีจะมีป้ายทุ่งปอเทืองระหว่างทางเป็นระยะ ห่างจากแยกประมาณ 7 ก.ม.  เมื่อมาถึงบ้านน้ำ สังเกตวัดศรีเจริญธรรม (วัดน้ำวิ่ง) ด้านซ้ายมือ เลยวัดไป 500เมตร จะมีซอยด้านหน้าเขียนบ้านซับตะเคียน  หากมาตามGPS ให้พิมพ์แค่เพียง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นก็มาตามแผนที่ได้เลยค่ะ แผนที่และการเดินทางจากเพจ ไร่ธรรมชัย

ขึ้นชื่อว่า"โมโกจู' เชื่อว่านักเดินป่าต่างรู้ว่ามันเดินยาก แต่ที่ยากกว่านั้นคือการจองโควต้าให้ได้ ฮร่าาาาาาา (อันนี้เอาฮานะคะ)
แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ "โมโกจู" คือชื่อยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งสูง 1,964 เมตรจากระดับน้ำทะเล ติดอันดับ Top Ten ยอดเขาสูงในไทยอันดับที่ 8 ส่วนคำว่า "โมโกจู" เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า"เหมือนฝนกำลังจะตก" ซึ่งที่เรียกอย่างนั้นน่าจะมาจากสภาพอากาศบนโน้นที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกละมัง 

1,794 views

0

แบ่งปัน

มิวเซียมในจังหวัดนครสวรรค์