คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน

ย้อนกลับ

เรื่องเล่าประเทศไทย

วิถีคน - วิถีชนชาวคลองแดน

เรื่องเล่าประเทศไทย/วิถีคน - วิถีชนชาวคลองแดน

     ใครจะไปรู้ว่าสถานที่ซึ่งผมเคยไปเที่ยวและประทับใจจนเก็บไว้ในความทรงจำเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมกินรีทองระดับประเทศ ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวจากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ครั้งที่ 11 ประจำปีพุทธศักราช 2560

     "ชุมชนวิถีพุทธ ตลาดริมน้ำคลองแดน"

     จากอดีตสถานที่แห่งนี้เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีมนต์เสน่ห์ด้วยศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทยอันงดงามมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ จนกล่าวเป็นคำขวัญว่า "เรือ คลอง นา คน วิถีชนชาวคลองแดน" กับสมญานาม "สายน้ำแห่งความหมายลมหายใจ" และสโลแกนว่า "สามคลอง สองเมือง" จากต้นน้ำแหล่งอารยธรรมของลำคลองธรรมชาติสามคลองที่ไหลมาบรรจบกันคือ คลองระโนด คลองชะอวด และคลองปากพนังอันสืบทอดความงดงามของสายน้ำ ตามวถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย หล่อเลี้ยงชีวิตอยู่นานเนาในสภาพภูมิทัศน์ของสองเมืองคือ ตำบลคลองแดน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลากับ ตำบลรามแก้ว อำเภอหัวไทรจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่แสนอัศจรรย์ใจแห่งพรมแดนที่เปรียบประดุจสรวงสวรรค์ของคนบ้านนอกชนบท ดังคำกวีอันแสนไพเราะที่ประพันธ์เล่าขานนาม คลอง และ เมือง ไว้

     เก็บงามตามแบบชนบท                  งามคลองโค้งคดบอกบทเรื่อง

     ตลาดเก่าสามคลองเชื่อมสองเมือง    เที่ยวคลองแดนร่วมประเทืองวีถีคลอง

     ครั้นหมู่บ้านชนบทเติบโตขึ้น วิถีชนชาวคลองแดนก็เติบโตตามกันและเพื่อส่งเสริมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณกาล ชาวชุมชนในหมู่บ้านต่างๆ จึงร่วมใจกันก่อตั้งองค์กรสาธารณประโยชน์โดยเปิดตลาดริมน้ำคลองแดนขึ้น เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่มีรายได้ และทั้งมีส่วนร่วมในการบริหารงานอันจะยังประโยชน์ได้ทั้งในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศ กับกระตุ้นภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ให้ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาได้แวะเที่ยวชมชุมชนวิถีพุทธ ตลาดริมน้ำคลองแดน ซึ่งเป็นสถานท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่มีมนต์เสน่ห์แห่งหนึ่งในเมืองไทยของเรา

     แต่ก่อนที่จะแนะนำการเที่ยวชมตลาดน้ำ ผู้เล่าก็อดไม่ได้ที่จะเล่าเรื่องสิ่งที่ประทับใจอีกหลายๆ อย่างที่มีโอกาสได้ไปสัมผัสอย่างใกล้ชิดและรู้สึกถึงคำว่า "ชุมชนวิถีพุทธ" ที่แยกจาก "ตลาดริมน้ำคลองแดน" ไม่ได้เลยทีเดียว เพราะทั้งสองสิ่งเปรียบเสมือนเงาตามตัวของกันและกันจนน่าสนใจยิ่งนัก

     วิถีพุทธที่ชาวบ้านถือปฏิบัติอยู่เป็นประจำภายในชุมชนหมู่บ้านคือ การจัดกิจกรรมแห่เทียนพรรษาเพื่อนำไปถวาย ณ วัดคลองแดน ซึ่งซึมซับกลิ่นอายของวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นปึกแผ่นของชุมชน และทั้งช่วยส่งเสริมอนุรักษ์ ศาสนา ศิลปะและประเพณีไทยอันดีงาม โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรทุกหย่อมย่านตลอดแนวตลาดริมน้ำคลองแดนแห่งนี้

     ส่วนวิถีคน - วิถีชนชาวคลองแดนคือศิลปะการแสดงประจำท้องถิ่นของภาคใต้ มีทั้งหนังตะลุงซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่ผูกร้อยเป็นนิยายขับร้องด้วยสำเนียงท้องถิ่นพร้อมเชิดตัวตะลุงที่ทำจากหนังวัวหรือหนังควาย แสดงด้วยแสงเงาบนจอผ้า ส่วนชุมชนคลองแดนแห่งนี้ ปรับการแสดงให้เข้ากับยุคสมัย โดยใช้ "คน" และ "หนังตะลุง" แสดงแทนตามศิลปะการแสดงสมัยใหม่ที่เรียกว่า "หนังตะลุงคน" กับเทริดโนราซึ่งเป็นศิลปะการแสดงอีกชนิดหนึ่ง คำว่า "เทริด" คือเครื่องสวมศีรษะของโนราตามความเชื่อว่าเป็นที่สถิตของครูโนรา ส่วน "โนรา" เป็นชื่อศิลปะการแสดงพื้นเมืองอย่างหนึ่งซึ่งมีบทท่ารำอย่างเดียวกับละครชาตรีกับบทขับร้องเป็นกลอนสด โดยผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบสรรหาคำสัมผัสโต้ตอบกันได้อย่างฉับไว ตกแต่งเครื่องแต่งกายชุดโนราที่ต้องเก่งทั้งรำและร้องตามท่วงทำนองของเครื่องดนตรี ประกอบด้วย กลอง ทับคู่ ฉิ่งโหม่ง ปี่นอก หรือปี่ใน และกลับ ปัจจุบันได้พัฒนาเอาเครื่องดนตรีสากลเข้ามาร่วมด้วย

     การแสดง "เทริดโนรา" ทำให้ชุมชนแห่งนี้มีชื่อเสียง ซึ่งมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ผมอยากเล่าเพื่อให้ทุกคนสนใจอยากไปเที่ยวชมตลาดริมน้ำคลองแดนแห่งนี้ นั่นคือ "บ้านยายเลียบ" สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ทางช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ และนับเป็นยอดภาพยนตร์นานาชาติเรื่อง "เทริด" (The Crown) TV 7 ที่โด่งดังไปไกล เช่นเดียวกับตลาดริมน้ำคลองแดนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมกินรีทองอย่างสมศักดิ์ศรีในปีนี้

     ความน่าสนใจของ "บ้านยายเลียบ" เป็นบ้านทรงไทยโบราณอายุร้อยกว่าปีที่น่าเยี่ยมชม อบอุ่นจนรู้สึกเหมือนบ้านของเรา เพราะยายเลียบเจ้าของบ้านให้การต้อนรับดุจญาติมิตร แถมเอาขนมนมเนย น้ำดื่มเย็นชื่นใจมาต้อนรับขับสู้จนอิ่มแปล้ไปตามๆ กัน เรือนชานดูร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ภายในเรือนเงียบเชียบ พอเท้าแตะพื้้นเรือนก็รู้สึกเหมือนก้าวผ่านถึงวัยวันในอดีต  ถ้าใครชอบบรรยากาศแบบนี้  ขอฝากข่าวดีมาบอกว่า หากมาเที่ยวชมชุมชนวิถีพุทธแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็สามารถพักค้างภายในชุมชนแห่งนี้สักคืนก่อนก็ได้ เพราะนอกจากบ้านยายเลียบเปิดให้เยี่ยมชมแล้ว ยังเป็นที่พักโฮมสเตย์อีกด้วย ขอกระซิบว่าโทรมาจองก่อนนะครับ แต่ถ้าหากมาแล้วที่พักเต็ม หรือไม่ได้จองก็สามารถหาที่พักผ่อนหลับนอนได้ที่ ตาจวบโฮมสเตย์ที่อยู่ใกล้ๆ กัน นอกจากนี้ ยังมี ครูสายัณห์ บ้านร้อยปี บ้านริมน้ำ เรือนไม้ไทย ระเบียงไม้และอีกหลายๆ โฮมสเตย์ของชาวบ้านย่านนี้ ที่มาพักครั้งใดต้องอิ่มอุ่นจนสัมผัสได้กับบรรยากาศอันแสนสุขใจ นอนหลับฝันดีตลอดทั้งคืน

     ภายในชุมชนวิถีพุทธแห่งนี้  ยังมีสถานที่สำคัญทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมประเพณีมากมายทั้ง "วัดคลองแดน" ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน "องค์พระทอง" อันเป็นที่เลื่อมใสของชาวคลองแดนซึ่งเดิมถูกเคลือบพลางด้วยสีดำทาปากแดง แต่ครั้งขัดถูทำความสะอาดกลับปรากฎองค์พระกลายเป็นเนื้อทองคำงดงามจับตา "โพนฟ้าลั่น" เป็นกลองขนาดใหญ่ ทำจากไม้หลุมพอ ใช้หนังควายเผือกหุ้มโพน มีลูกสลักทำจากกระดูกส่วนขาของช้างค่อม วากันว่าโพนฟ้าลั่นมีเสียงก้องกังวานทั่วคุ้งน้ำ ไกลกว่า 2 กิโลเมตร เลยทีเดียว "กุฏิหลังใหม่" รูปแบบสถาปัตยกรรมพิ้นถิ่นภาคใต้แบบประยุกต์ "โรงฉันร้อยปี" สร้างจากไม้เคี่ยม ไม้หลุมพอ และไม้ยาง ด้านหน้าของหอฉันหันหน้าออกสู่คลองชะอวด นับอายุได้ร้อยปีเศษ "เรือขุดโบราณ" ขุดจากไม้ตะเคียนทองทั้่งต้น ตัวเรือยาว 15.30 เมตร กว้าง 2.06 เมตร สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 40-50 คน 

     เล่าชุมชนวิถีพุทธแล้ว มาฟังผมเล่าต่อว่า "ตลาดริมน้ำคลองแดน" มีอะไรน่าสนใจบ้าง และถ้าใครได้มาสัมผัสก็นจะรู้สึกได้ถึงตามมหัศจรรย์ใจเหมือนอย่างผม จากทางเดินบนสะพานไม้ที่เชื่อมต่อไปยังร้านรวงทุกร้าน ช่างเพลิดเพลินเชิญชวนให้ทัศนาจนลืมเวล่ำเวลา ยังความอิ่มอกอิ่มใจกับของกินของใช้มากมายให้ได้เลือกซื้อหา และรับประทานอย่างอิ่มหน่ำสำราญ ทั้งอาหารพื้นบ้าน เช่น ปลาทอดทรงเครื่อง ข้าวยำ ข้าวมันแกงไก่ เต้าคั่ว ห่อหมกปลาอินทรี ขนมกอ ขนมจาก ขนมลูกโดน ขนมโค ขนมพิมพ์ ขนมทราย (ขี้หนู) ขนมปำจี ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมค่อม ขนมเทียน ขนมดอกลำเจียก ขนมหน้ามัน กล้วยทับ ข้าวเหนียวปิ้ง กุ้งทอด และอาหารอื่นๆ อีกมากมาย โดยเน้นความสะอาด อร่อยและราคาถูกให้ได้ชิมและลิ้มลอง ส่วนข้าวของเครื่องใช้มี ร้านเครื่องเงิน ร้านของโบราณ ฯลฯ   กับปัจจัยสี่อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือร้านขายยา

     หลังจากซื้อของฝากและเดินหาอะไรรับประทานจนอิ่มท้องแล้ว ก็ลงเรือนั่งชมทิวทัศน์ให้สำราญบานใจ ซึ่งมีทั้ง เรือพาย เรือแจว เรือหางยาว ให้ได้ชมวิถีคลองแห่งนี้ แต่พอขึ้นจากเรือจะก้าวข้ามสะพานไม้แผ่นเดียว แถมไม่มีราวจับ ก็ได้ยินเสียงชาวบ้านย่านค้าหันมาส่งยิ้มแล้วร้องทักทายว่า "แค่ก้าวเท้าข้ามสะพานไม้แผ่นเดียว ก็ข้ามถึงสองจังหวัดเลยนะ" ได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกัน "Oh Unseen Thailand บนแผ่นกระดาน" ตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของผู้คนที่มาเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ และคงไม่มีวันลืมเลือนความทรงจำบนแผ่นกระดานแผ่นเดียวที่ทำให้เราสามารถข้ามถึง 2 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลา กับ จังหวัดนครศรีธรรมราช

     หวังว่าถ้าใครได้อ่านเรื่องเล่าเที่ยวเมืองไทยเรื่องนี้ คงรู้สึกนึกอยากเที่ยวขึ้นมาบ้าง ไม่ว่าจะที่นี่ หรือที่ไหนๆ ก็ล้วนมีแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยมากมายให้ได้เที่ยวอย่างจุใจตามสไตล์ไทยแลนด์ ครับ

 

ผู้เล่าเรื่อง นายฤทธิฤต อัคริยานนท์  ที่อยู่ 93/282 หมู่ที่ 4 (ท่าน้ำนนท์คอนโดปาร์ค B 218) ถ.ท่าน้ำนนท์ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร. 085-1520101 อีเมล ditsawat@hotmail.com

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1,740 views

2

แบ่งปัน

มิวเซียมในจังหวัดสงขลา