ย้อนกลับ

จุลกฐิน

กฐิน แปลว่า "ไม้สะดึง" คือ กรอบไม้หรือไม้แบบ สำหรับขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรในสมัยโบราณ และเป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ 

 

"จุลกฐิน" หรือ "กฐินแล่น"

คือ คำเรียกการทอดกฐินที่ต้องทำด้วยความรีบด่วน เป็นกฐินที่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนหมู่มาก ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จ เลยเรียกว่า กฐินแล่น (เร่งรีบ ฟ้าว ต้องแล่น(วิ่ง) จึงจะเสร็จทันกาล) เจ้าภาพผู้ที่จะคิดทำจุลกฐินเพื่อทอดถวาย ณ วัดใดวัดหนึ่ง จะต้องมีบารมี มีพวกพ้องคอยช่วยเหลือ เพราะต้องเริ่มจากการนำฝ้ายแก่ที่อยู่ในฝักและมีปริมาณมากพอที่จะทำเป็นจีวรได้ผืนใดผืนหนึ่ง ทำพิธีสมมติว่า "ฝ้ายจำนวนนั้นได้มีการหว่านแตกงอก ออกต้น เติบโต ผลิดอก ออกฝักแก่สุก เก็บมาอิ้วเอาเมล็ดออก ดีดเป็นผง ทำเป็นเส้นด้าย เบียออกเป็นไจ กรอออกเป็นเข็ด แล้วฆ่าด้วยน้ำข้าว ตากให้แห้ง ใส่กงปั่นเส้นหลอด ใส่กระสวยเครือแล้วทอเป็นแผ่นผ้าตามขนาดที่ต้องการนำไปทอดเป็นผ้ากฐิน"

เมื่อพระสงฆ์รับผ้าแล้ว มอบแก่พระภิกษุผู้เป็นองค์ครอง พระภิกษุองค์ครองจะจัดการต่อไปตามพระวินัย หลังจากนั้นผู้ทอดต้องช่วยทำต่อ คือ นำผ้านั้นมาขยำ ทุบ ซัก ตากให้แห้ง นำมาตัดเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่ง แล้วเย็บย้อม พับ ทับรีดเสร็จเรียบร้อยนำไปถวายพระภิกษุองค์ครองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ท่านทำพินทุอธิษฐาน เสร็จการพินทุอธิษฐานแล้วจะมีการประชุมสงฆ์แจ้งให้ทราบ พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดจะอนุโมทนาเป็นเสร็จพิธีจุลกฐิน

 

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ทอดกฐินไม่มีกำลังมากพอ จะตัดวิธีการในตอนต้นออก โดยเริ่มตั้งแต่การนำเอา ผ้าขาวผืนใหญ่ มากะประมาณให้พอที่จะตัดเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่ง แล้วนำไปทอด เมื่อพระภิกษุสงฆ์นำไปดำเนินการตามพระวินัยแวก็ช่วยทำต่อจากท่าน คือ ซัก กะ ตัด เย็บ ย้อมให้เสร็จ แล้วนำกลับไปถวายพระภิกษุองค์ครองเพื่อพินทุอธิษฐานต่อไป เหมือนวิธีทำที่กล่าวมาแล้วในการทำจุลกฐินเต็มรูปแบบ

อีกประการหนึ่งที่มีการทำ จุลกฐิน เนื่องจากกำหนดการ "กรานกฐิน" นั้นมีระยะเวลาจำกัด และพระสงฆ์ไม่สามารถขวนขวายดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผ้ากฐินเองได้เพราะจะทำให้กฐินเดาะ(สังฆกรรมเสีย) จึงอาจมีบางวัดที่ใกล้กำหนดหมดฤดูกฐินแต่ยังไม่มีผู้นำกฐินมาถวาย ทำให้ในสมัยก่อนเมื่อใกล้เดือน 12 หรือหมดฤดูกฐิน มักจะมีผู้ศรัทธาตระเวนไปตามวัดต่างๆ เมื่อเจอวัดที่ยังไม่ได้รับถวายผ้ากฐิน จึงต้องเร่งรีบจัดการทำผ้ากฐินให้เสร็จ บางครั้งอาจเหลือเวลาแค่วันเดียว จึงต้องอาศัยความร่วมมือของคนทั้งชุมชนในการร่วมกันจัดทำผ้าไตรจีวรให้สำเร็จก่อนหมดฤดูกฐิน การร่วมมือกันจัดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคีของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ กว่าจะเป็น จุลกฐิน ได้จะต้องใช้ผู้คนมากและมีความชำนาญเป็นพิเศษ กะเวลาได้ถูกจึงจะเสร็จทัน ขณะทำก็จะดูชุลมุนไปหมดเพราะต้องเร่งรีบให้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดสำนวนไทยเปรียบการทำงานที่ชุลมุนวุ่นวายเป็นโกลาหลเพื่อเร่งให้เสร็จทันตามกำหนดว่า "วุ่นเป็นจุลกฐิน"

ขอบคุณภาพและเนื้อเรื่องจาก

https://th.wikipedia.org

www.guideubon.com

คุณกนกวรรณ เอี่ยมงาน(site.google.com/aboutchiangmai)

www.chiangmai-cityofcrafts.com

www.pantip.com/user:paipaiphuart

           

4,774 views

0

แบ่งปัน

มิวเซียมในจังหวัดเชียงใหม่