ย้อนกลับ

เขาหลวง สุโขทัย

     "....เบื้องหัวนอนเมืองสุโขทัยมีพิหารปู่ครูอยู่ มีสรีดภงส มีน้ำโคก มีป่าพร้าวป่าลาง ป่าม่วงป่าขาม มีพระ
ขพุง ผีเทพยดาในเขาอันนั้น เป็นใหญ่กว่าทุกผีในเมืองนี้ ขุนผู้ใดถือเมืองสุโขทัยนี้แล้ ไหว้ดีพลีถูก เมืองนี้เที่ยงเมืองนี้ดี ผิไหว้บ่ดี พลีบ่ถูก ผีในเขาอั้น บ่คุ้มบ่เกรง เมืองนี้หาย..." จารึกหลักที่หนึ่งของพ่อขุรามคำแหงมหาราช ได้บ่งบอกถึงทิศอันศักดิ์สิทธิ์ในเมืองสุโขทัยมาแต่ครั้งโบราณครับ นั่นคือทิศใต้(หรือจริงๆก็คือทิศตะวันตกเฉียงใต้ครับ)

     คนเมืองเก่าในสมัยโบราณนั้นเคยมีคำพูดต่อกันมาว่า "หัวหนุนเขาเท้าหนุนน้ำ" เขาที่คนโบราณท่านกล่าวถึงก็น่าจะเป็นเขาหลวงนั่นเอง นอกจากจะมีชื่อโบราณว่าพระขพุงหลวงแล้ว ยังมีการเรียกเทือกเขาลูกนี้ว่า "เทือกเขาพระนอน"อีกด้วยครับ แต่ในแผนที่ทางการทหารจะเรียกเทือกเขานี้ว่า เทือกเขาประทักษ์ซึ่งจริงๆแล้วเขาประทักษ์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันในท้องถิ่นว่า"เข่าอิ๊ทั๊ก"นั้นยอดเขาอยู่หลังบ้านโซกเป็ดนี้เองครับตามนามเดิมที่เรียกว่าเทือกเขาพระนอนนั้นคงจะได้มาจากลักษณะของภูเขามีลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปนอนหงายครับ เราเห็นได้ด้วยตาเปล่าของเรานี่แหละ

     ภูเขาลูกนี้มีตำนานเก่าแก่นับตั้งแต่พระร่วงเจ้าท่านยังไม่เกิดโน่นเลยครับ ตำนานว่าเจ้าเมืองสุโขทัยมาบวชถือศีลที่ภูเขาลูกนี้แหละ วันหนึ่งมีนางนาคตนหนึ่งหนีพ่อมาเที่ยวเมืองมนุษย์ (เรื่องการหนีเที่ยวนี่เป็นแฟชั่นของวัยรุ่นมาแต่โบราณทีเดียว)เมื่อขึ้นมาถึงเมืองมนุษย์แล้วก็ไปเที่ยวเล่นชู้(ภาษาโบราณแปลเป็นสมัยนี้ก็น่าจะประมาณว่าแอบมาปีกั๊ดจูกัน)กับงูดินครับ เจ้าเมืองสุโขทัยเห็นว่านางนาคเป็นสัตว์ชั้นสูงมิควรมาเกลือกกลั้วกับงูดิน จึงได้ใช้ไม้เขี่ยให้ทั้งสองแยกออกจากกัน ทำให้นางนาคไม่พอใจ หนีลงบาดาลไปหาพ่อ แล้วฟ้องพ่อว่ามีมนุษย์คนหนึ่งรังแกนางมาให้เจ็บใจ (คือบอกความจริงเพียงครึ่งเดียวว่างั้น..บอกหมดคงโดนพ่อตบเกล็ดหลุด)พญานาคผู้เป็นใหญ่จึงขึ้นมายังเมืองมนุษย์ พบกับนักพรตรูปงามจึงเอ่ยถามว่า ท่านอยู่ตรงนี้พบเห็นสิ่งใดไม่ดีงามหรือผิดปกติบ้างหรือไม่ (น่านับถือท่านพญานาคอยู่เหมือนกันครับที่มิได้ฟังความแต่ข้างเดียว) เจ้าเมืองสุโขทัยจึง บอกว่าสองสามวันก่อนมานี้ ท่านเห็นนางนาคเกลือกกลั้วกับงูดินจึงใช้ไม้เขี่ย
ให้แยกออกจากกันไป พญานาคจึงได้ถึงบางอ้อเห็นความจริง จึงรีบลงไปยังบาดาล (เบิ๊ดกบาล..ลูกสาวตัวเอง..อันนี้ผมเขียนเองครับ) แล้วบังคับให้นางนาคขึ้นมารับใช้เจ้าเมืองหนุ่มเป็นการไถ่โทษ แต่ก็นั่น
แหละครับหนุ่มกับสาวอยู่ด้วยกันพลันนางนาคก็ตั้งครรภ์ เจ้าเมืองสุโขทัยรับปากจะเอาราชรถมารับให้นางนาครอที่เขาหลวงนี้ก่อน แต่นางนาครอจนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นจะมีราชรถมาเกยสักที เห็นมีแต่เก้งบ่างช้างชะนีวิ่งกันให้ควั่ก นางจึงสำรอกไข่เอาไว้แล้วก็วางแหวนที่เจ้าเมืองสุโขทัยถอดไว้ให้ที่บนไข่นั้นเอง
แล้วจึงลงไปยังเมืองบาดาลตามเดิมครับ ดังนั้นบนเขาหลวงจึงมีทั้งปล่องนางนาค ถ้ำรก หรือถ้ำ มเหรก
ตามตำนานนั้นด้วยครับ ว่ากันว่าตอนที่พระร่วงลงไปที่แก่งหลวงศรีสัชนาลัยนั้น ท่านกลับไปหาแม่ของท่านครับ นอกจากตำนานพระร่วงลูกนางนาคแล้วยังมีตำนานคนธรรพ์ คนรู และอีกอื่นๆอีกพะเรอเกวียน จะมีจริงหรือไม่ก็เห็นจะยืนยันให้ท่านคงไม่ได้แต่หากเป็นเรื่องต้นไม้หายาก ดอกไม้ป่าสวยงามสองข้างทางและสมุนไพรนานาชนิดที่เขาหลวงของเรามีอยู่มากมายครับ สำนักงานอุทยานแห่งชาติรามคำแหง อยู่บริเวณเชิงเขานั่นเองครับ

     ขณะนี้มีกิจกรรมเทศกาลพิชิตยอดเขาหลวง ซึ่งจัดติดต่อกันมาสิบกว่าปีแล้ว ซึ่งครั้งหนึ่ง สมเด็จพระบรมราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ก็เคยทรงเสด็จพระราชดำเนิน
พิชิตยอดเขาหลวงด้วยครับ ท่านที่สนใจใคร่อยากชมพระอาทิตย์ขึ้น และยลพระอาทิตย์ตกที่สวยงามประทับใจไม่รู้ลืม บนยอดเขาหลวงกันนะช่วงเพลานี้อากาศดีเหมาะแก่การปีนเขาท้าลมหนาวเป็นที่สุดครับผม เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง รอบริการทุกท่านด้วยไมตรีครับ.

ภาพและบทความโดย

นางสาวลักษมณ  จงใจ

929 views

0

แบ่งปัน

มิวเซียมในจังหวัดสุโขทัย