ย้อนกลับ

ดอยหลวงเชียงดาว

ความยากลำบากที่มาพร้อมความพอใจ

ประวัติ : ดอยหลวงเชียงดาว

ชื่อเรื่อง ความยากลำบากที่มาพร้อมความพอใจ

 

        สูงเสียดฟ้า มองสุดหล้าบนดอยหลวงเชียงดาว  ถ้ากล่าวถึงดอยที่มีความสูงจากสถิติพบว่า  ดอยหลวงเชียงดาว สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ สูงถึง 2,275 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในสมัยโบราณดอยเชียงดาวถูกเรียกว่า “ดอยอ่างสลุง” ซึ่ง ชาวเชียงใหม่เชื่อกันตามตำนานเมืองเชียงใหม่ว่าเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาพร้อม พระอรหันต์ 8 องค์ทรงลงสรงน้ำในสลุงทองคำหรือบริเวณอ่างสลุงนั่นเอง บางคนเรียกดอยแห่งนี้ว่า “ ดอยหลวง ” เนื่องจากเป็นดอย ที่มีขนาดสูงใหญ่ (“ หลวง ” หมายความว่า “ ใหญ่ ” ) เพี้ยนเป็น“ ดอยหลวงเพียงดาว ” จนกระทั่งกลายมาเป็น “ ดอยหลวงเชียงดาว ” หรือ “ ดอยเชียงดาว ” ดอยหลวงเชียงดาว เป็นภูเขาหินปูนล้วนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยเป็นภูเขาหินปูนที่เกิดขึ้นในยุคเพอร์เมียน มีอายุ ระหว่าง 230-250 ล้านปี เป็นหมู่หินราชบุรีของไทย ซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนทะเล และซากสัตว์ที่มีหินปูน สันนิษฐานว่า พื้นที่ในบริเวณนี้ในอดีตเคยเป็นท้องทะเลมาก่อนที่การตกตะกอนทับถมของซากสิ่งมีชีวิต เช่น ปะการังและหอย  เป็นภูเขาที่ไม่มี แหล่งเก็บน้ำ ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ที่นี้มีความพิเศษคือมีพรรณไม้แบบที่เรียกกว่า “กึ่งอัลไพน์” แห่งเดียว ในไทย คือ พวกพุ่มไม้เตี้ย ๆ และไม้ล้มลุกเนื่องจากหน้าดินมีน้อย ไม่มีน้ำและอากาศเย็น เป็นพืชแบบแถบหิมาลัย แต่พัฒนาตนเองเป็นพืช เฉพาะถิ่น และพรรณไม้บางสายพันธุ์มีที่ดอยหลวงเชียงดาวที่เดียว เช่น ค้อเชียงดาว  สิงโตเชียงดาว สิงโตขนตาขาว สิงโตตาแดง  สิงโตเล็บเหยี่ยว อั้วปากฝอยเชียงดาว งูเขียวปากม่วง รองเท้านารีเมืองกาญจน์  เอื้องนางเทียน นอกจากนั้นยังมีพรรณไม้ที่โดดเด่นทั้งสวย และมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทียนนกแก้ว ที่ให้ดอกเป็นรูปร่างเหมือนนกแก้ว ค้อเชียงดาวหรือปาล์มรักเมฆ ที่สามารถขึ้นได้ในสภาพหินปูนและ ท้าแรงลมอยู่ตามไหล่เขา ได้อย่างน่าอัศจรรย์  เหยื่อจงหรือเทียนหมอคา ซึ่งเป็นเทียนที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ดอยหลวงเชียงดาวยังเป็น แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์เช่นผีเสื้อสมิงเชียงดาวไก่ฟ้าหางลายขวาง กวางผาหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ”ม้าเทวดา”และเลียงผาเป็นต้น

 

       สำหรับดอยหลวงเชียงดาว ผมคิดว่าเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในแบบ Extreme หรือชอบการผจญภัยซึ่งหากต้องการเจอกับวิวที่ดูสวยงามทุกท่านจะต้องผ่านความยากลำบากในการเดินทางถึง 4-5 ช.ม จนกว่าจะถึงจุดชมวิวซึ่งผมแนะนำได้เลยว่าหากอดทนและได้ไปถึงจุดชมวิวแล้ว ทุกๆท่านจะลืมเรื่องความเหนื่อยล่าของร่างกายไปโดยทันที   แต่ผมแนะนำหากต้อองการไปควรที่จะ ไปค้างคืน ถึง 2 คืนเพราะวิวที่สวยงามที่สุดจะเกิดขึ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งประมาณ 5:00 - 6:30 น. ในเวลาเช้า ผมอยากจะบอกทุกๆท่านที่เข้ามาดูดิจิทัลของผม หากทุกท่านได้ไปสักครั้งหนึ่งผมมั่นใจว่าทุกๆท่านที่ได้ไปจะต้องการที่จะกลับไปสัมผัสอีกครั้งอย่างแน่นอน ที่ "เขาหลวงเชียงดาว" แล้วจะพบกับความสูง ที่ทำให้เกิดความสุข บนดอยสูงซึ่งไม่ไกลเกินฝัน

 

1,679 views

0

แบ่งปัน

มิวเซียมในจังหวัดเชียงใหม่