ย้อนกลับ

เพลินกรุงอโยธยา

เยือนถิ่นกรุงเก่า บอกเล่าความสุข

"เรียนจบแล้วไปเที่ยวกัน" คำปณิธานที่ตั้งกันไว้กับเพื่อนว่าต้องไปเที่ยวด้วยกันสักครั้งก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ดังนั้นหลังจากปิดโปรเจกต์สุดท้ายของการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยร่วมสี่ปี สองสาวเพื่อนซี้ชวนกันแบกเป้ขึ้นรถไฟไปเยือนอยุธยากันสองต่อสอง เนื่องจากเป็นช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายนั่งรถไฟฟรีสองสาวจอมประหยัดก็ไม่ลังเลที่จะเลือกนั่งรถไฟเพื่อจุดประสงค์หลักคือการประหยัดเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งผลพลอยได้จากความประหยัดก็คือความงามของสองข้างทางระหว่างการเดินทางไปยังจุดหมายและมิตรภาพกับความใจดี มีน้ำใจของคนไทยด้วยกัน...

...เมื่อถึงอยุธยาสองสาวนั่งเรือข้ามฟากเพื่อไปยังสถานที่พักที่ได้จองเอาไว้ล่วงหน้าซึ่งตั้งใจจะเข้าพัก 1 คืน เป็นห้องพักที่ราคาย่อมเยาสบายกระเป๋าสำหรับเราสอง หลังจากเก็บของและปฏิบัติภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยก็พากันไปเช่าจักรยานคนละคันมุ่งหน้าสู่เป้าหมายแรก “วัดใหม่กลางคลองสระบัว” เพื่อสักการะหลวงพ่อทันใจ ออกจากวัดก็มุ่งหน้าสู่วัดภูเขาทอง เป็นวัดโบราณในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระราเมศวรมีเจดีย์ใหญ่ที่ชื่อว่า เจดีย์ภูเขาทอง อนุสรณ์พระเจ้าบุเรงนอง แห่งกรุงหงสาวดี

…ออกจากเจดีย์ภูเขาทองมุ่งหน้าสู่ "วัดไชยวัฒนาราม" เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ด้วยการที่ขี่จักรยานไปทำให้ระยะทางดูไกลพอสมควรแต่ความน่ารักของผู้คนก็ทำให้คุ้มค่ากับความเหนื่อย เด็กน้อยที่นั่งเล่นกับคุณยายอยู่หน้าบ้านโบกมือทักทายด้วยคำว่า "Hello !!!" เราทำได้เพียงหันกลับไปตอบรับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เมื่อถึงจุดหมายได้เจอกับคุณลุงขับสามล้อทักขึ้นว่า

"อ้าว หนูสองคนพึ่งมาถึงเหรอ เหนื่อยไหม" คุณลุงถามด้วยรอยยิ้ม... เราสองคนก็ยิ้มพลางนึกว่าใคร ก็ถึงบางอ้อ...คุณลุงขับสามล้อที่จอดรอนักท่องเที่ยวที่วัดภูเขาทองนั่นเอง

"เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ ใช้ GPS นำทางมามันพาหนูสองคนยกจักรยานข้ามสะพานไม้ด้วย" ตอบกลับคุณลุงพลางบ่นเล็กน้อย

"มากันสองคนเหรอลูก...เก่งนะเนี่ย" คุณลุงยังคนชวนคุยด้วยความเป็นมิตร เราพยักหน้ารับก่อนลาคุณลุงไปเที่ยวต่อ...

...เราขี่จักรยานกันถึงช่วงเย็นโดยระหว่างทางก็แวะเก็บภาพความทรงจำมากมาย แต่ด้วยฝีมือแบบช่างภาพจำเป็นจึงได้รูปออกมาแบบที่เห็นทั้งหมดนี้นั่นเอง นอกจากนี้เรายังได้แวะวัดต่าง ๆ ระหว่างทางผ่านเพื่อจะกลับเข้าที่พัก เช่น "วัดวรเชษฐาราม" เป็นวัดที่ใช้ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช "วัดโลกยสุธาราม" เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่

...เช้าตรู่ของวันสุดท้าย ณ อยุธยา สองสาวใช้การเดินเท้าแทนการเช่าจักรยานเนื่องจากที่พักอยู่ใกล้กับสถานที่ที่เราจะไป นั่นคือ "วัดมหาธาตุ" "วัดราชบูรณะ" "วัดพระศรีสรรเพชญ์" และ "คุ้มขุนแผน" ตามลำดับภาพ นอกจากประหยัดแล้วยังได้ซึมซับบรรยากาศได้เต็มที่ ไม่ต้องเร่งรีบ ซึมซับความภาคภูมิใจที่ไม่ว่าจะมองไปทางใดก็ยังคงรู้สึกตื้นตันและภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ได้อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทย แผ่นดินที่บรรพบุรุษผู้เสียสละปกป้องเอาไว้เพื่อชนรุ่นหลังได้มีแผ่นดินอาศัยสืบไป...

...ยังพอมีเวลาก่อนรถไฟเที่ยวสุดท้ายจะมา สองสาวพากันลงสถานีบางปะอินเพื่อเข้าพระราชวังบางปะอิน สวรรค์บนดินของชนชาวไทย การได้เหยียบย่างเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ ทำให้รู้สึกราวกับได้เข้ามาเยือนสวรรค์ เป็นสถานที่ที่งดงามและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาชมสถานที่ที่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงเสด็จแปรพระราชฐาน...

...รถไฟเที่ยวสุดท้ายจอดเทียบชานชาลาสองสาวก้าวขึ้นไปด้วยความรู้สึกสุข และตั้งใจไว้ว่า "ฉันจะกลับมาที่นี่อีก...แล้วเจอกันนะอยุธยา"...

895 views

0

แบ่งปัน

มิวเซียมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา