ย้อนกลับ

วัดบุปผาราม

วัดบุปผาราม แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์

บริเวณวัดบุปผาราม

         มีชื่อเรียกกันในจังหวัดว่า“วัดปลายคลอง”ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันตกประมาณ 2 กิโลเมตร วัดนี้สันนิษฐานว่ามีอายุมากกว่า 300 ปีมาแล้ว มีโบสถ์ที่เก่าแก่มาก ภายในมีพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปปางต่างๆ อยู่มากมาย เคยเป็นวัดสำนักของเจ้าคณะจังหวัดตราดก่อน สิ่งสำคัญที่อยู่ในวัดก็คือ“พระบรมสารีริกธาตุ”ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงมีประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่า เดิมได้มาจากเมืองร้างแห่งหนึ่งในตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ โดยกัปตันภู่ นายทหารซึ่งมีหน้าที่รักษาการอยู่ที่ชายแดนฝั่งเหนือจังหวัดเชียงใหม่ ไปพบอยู่ที่คอระฆังเจดีย์หักชำรุดแห่งหนึ่งในบริเวณเมืองนั้น บรรจุอยู่ในกรุศิลา หนา 1 คืบ ยาว 2 ศอก กว้าง 1 ศอก สูง 1 ศอก 1 คืบ รวมปะปนอยู่กับพระพุทธรูปซึ่งมีสนิมจับอยู่หนาจนไม่ทราบว่าเป็นพระพุทธรูป ต่อมาเมื่อใช้สันดาปเคาะดูจึงหลุดออกมาเป็นพระบรมธาตุ มีสีและสัณฐานตามตำรา คือ โตเท่าเมล็ดข้าวสารหัก เท่าเมล็ดถั่วเขียวแตก และเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด มีสีดังแก้วผลึก กัปันภู่ได้นำมาถวายไว้กับพระอธิการพุธ วัดถ้ำช้างเผือก เมืองนนทบุรี อีกส่วนหนึ่งได้มีผู้นำมาถวายไว้กับพระอธิการพุทธสุธาจารย์ วัดถ้ำตะโก เมืองนนทบุรี ต่อมาเมื่อพระอธิการพุทธสุธาจารย์นำพระบรมธาตุนี้ไปที่พระอธิการพุธจึงได้พบว่า พระบรมธาตุนั้นมีสีสัญฐานอย่างเดียวกัน เข้าใจวาคงจะมีการรวมกันเข้าแล้ว ต่อมาได้ตกทอดมาอยู่กับขุนพาทีอนัมพาฉา ปลัดกรุงอยู่บ้านพระชาโชฎึก ฝั่งตระวันตกข้างวัดสุวรรณ กรุงเทพฯ ต่อมาจึงได้ฝากมาถวายไว้ที่วัดปุปผารามนี้เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2459 ตรงกับวันจันทร์ขึ่น 7 ค่ำ เดือน 3 ในสมัยท่านอาจารย์โหเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ซึ่งต่อมาได้รับสมนศักดิ์เป็นพระครูสารพิสุทธิ์เจ้าคณะเมืองตราด1

พิพิธภัณฑ์วัดบุปผาราม

         ปัจจุบันวัดบุปผารามเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าไว้มากมายโดยเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นมงคลสูงสุดคู่บ้านเมือง มีพระพุทธรูปทอง บุเงิน พระพุทธรูปปางต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องถ้วยจีน เครื่องถ้วยยุโรป กลองมโหรทึก แสดงให้เห็นถึงการเดินทาง แลกเปลี่ยน วัฒนธรรมระหว่างเมืองท่าชายฝั่งตะวันออก กับเมืองท่าโพ้นทะเลในแถบเอเชียอาคเนย์ข้ามไปไกลถึงซีกโลกตะวันตก พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 - 17.00 น.

หมู่กุฏิเล็กทรงไทย

         นอกจากนั้นยังมีสิ่งที่น่าชมภายในวัด คือ หมู่กุฏิเล็กทรงไทย ที่สร้างได้ถูกต้องตามพระวินัย บัญญัติมีขนาดพอแค่ภิกษุอยู่ได้รูปเดียว เท่านั้น คนในท้องถิ่นเมื่อให้ลูกหลานบวชเรียนที่วัดก็จะสร้างกุฏิให้พร้อม และหอสวดมนต์ เป็นศาลาไม้ยกพื้นสูง หลังคามุงกระเบื้องเคลือบชั้นเดียว ชายคาปีกนก หน้าบันไม้จำหลักปิดทองลายเทพนม ฝาประกนเสาไม้ แปดเหลี่ยม เจดี์ เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน รูปสี่เหลี่ยมจตุรัส วิหารฝากระดาน ก่ออิฐ ถือปูน รูปเรือสำเภา เช่นเดียวกับฐานโบสถ์วิหาร สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หลังคาชั้นเดียว ฝาผนังไม้

บริเวณวิหารพระพุทธไสยาสน์ และภายในวิหารพระพุทธไสยาสน์

พระพุทธไสยาสน์

........................................

1 จังหวัดตราด, สำนักงาน. (2527). ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคจังหวัดตราด. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อักษรสมัย,75.

1,000 views

1

แบ่งปัน