ย้อนกลับ

ศรัทธาชาวอู่ไท

อุทัยธานีลุ่มน้ำสะแกกรัง

"อู่ไท"  คือ  ชื่อแรกเริ่มเดิมทีของจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตอนใต้สุดของภาคเหนือ หรือบางคนก็อาจจะบอกว่าอยู่ตอนบนของภาคกลาง อุทัยธานีมีแม่น้ำสายสำคัญผ่ากลางจังหวัดคือ แม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลลงมาจากต้นแม่น้ำแม่วงก์บนเอกเขาถนนธงชัย ก่อนจะไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาทก็เป็นอันสิ้นสุด คำว่าสะแกกรังนี้มีที่มาอยู่ 2 ทาง บ้างว่าแต่ก่อนมีต้นสะแกยืนต้นกลางหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงเรียกว่าสะแกกลาง พอคนจีนเข้ามาพูดไม่ชัดก็เลยเพี้ยนเป็นสะแกกรังจนถึงปัจจุบัน แต่บ้างก็ว่าต้นสะแกที่ว่านี้คือต้นเถาสะแกวัลย์ เป็นพืชล้มลุกริมน้ำ ต้นไม้ชนิดนี้ชอบพันต้นไผ่ จนเกรอะกรัง นานเข้าคนจึงเรียกพื้นที่ตรงนี้สะแกกรัง แต่ไม่ว่าจะที่มาทางใดก็ล้วนแต่กล่าวถึงต้นไม่ที่ชื่อต้นสะแกทั้งสิ้น

 

จังหวัดอุทัยธานีมีเกาะกลางแม่น้ำสะแกกรังอยู่แห่งหนึ่งชื่อว่า เกาะเทโพ เป็นเกาะขนาดใหญ่ ถึงกับกล่าวอ้างกันว่าเป็นเกาะน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งใหญ่ที่สุดจริงหรือไม่นั้นด้วยความรู้อันน้อยนิดเท่าที่มีอยู่ตอนนี้นั้นตอบไม่ได้ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่าความกว้างใหญ่ของเกาะนั้นเกินกว่าที่ตาทั้งสองจะเก็บขอบเขตได้หมด บนเกาะแห่งนั้นมีวัดสำคัญอยู่วัดหนึ่งชื่อว่า วัดอุโปสถาราม หรือที่เรียกกันอย่างลำลองว่า วัดโบสถ์ ต้องเดินข้ามสะพานปูนจากตลาดจากตลาดตัวเมืองเข้าไป ระหว่างทางที่เดินข้ามสะพานก็มีเรือเอี้ยมจุ๊นทัวร์หลายลำแล่นผ่าน เมื่อผ่านสะพานทุกคนจะต้องยกมือทำสามเหลี่ยมเหนือหัว คนละแวกนั้นเล่าว่าเป็นความเชื่อว่าจะไม่ทำของของมงคลในตัวเสื่อม เมื่อเดินลงสะพานถึงวัดโบสถ์มีอุโบสถและวิหารสร้างขึ้นคู่กันบนฐานไพทีสูงเกือบเท่าศีรษะ เมื่อพิจารณาจากสภาพพื้นที่ใกล้กับแม่น้ำก็พอสันนิษฐานได้ว่าเป็นกลวิธีการสร้างของคนโบราณที่คำนึงถึงช่วงน้ำหลากน้ำท่วมนั่นเอง คนโบราณหากผู้ใดจะสร้างอุโบสถก็จะต้องสร้างวิหารด้วย เพราะตามความเชื่อคือจะสร้างอุโบสถอุทิศให้กับพ่อ และสร้างวิหารเพื่ออุทิศให้กับแม่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอุโบสถหรือวิหารธรรมเนียมที่มักปฏิบัติกันก็คือการสร้างสรรค์จิตกรรมบนฝาผนังเล่าเรื่องทั้งด้านในและด้านนอก ภาพเล่าเรื่องมีทั้งชาดก หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา พุทธประวัติ รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนซึ่งโดยมากจะเป็นผู้คนในชุมชนในหมู่บ้านนั่นเอง

40 views

0

แบ่งปัน