ย้อนกลับ

วัดจุฬาภรณ์วนาราม

หลีกหนีความวุ่นวาย อุโมงค์ไผ่ เขียวขจี กับ วัดที่เงียบสงบ ร่มเย็น

ในวันนี้จะพาไปไหว้พระ และ ถ่ายรูปอุโมงค์ต้นไผ่ ณ วัดจุฬาภรณ์วนาราม ในงานอัญเชิญพระประธานขึ้นอุโบสถและทอดผ้าป่าสามัคคี

จัดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2560 ซึ่งอยู่ที่ ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก

                 หนีความวุ่นวาย หลายร้อยกิโลเมตร จากกรุงเทพถึงนครนายก มาที่แห่งนี้ “วัดจุฬาภรณ์วนาราม” ทางเข้าวัดเป็นอุโมงค์ไผ่ เขียวขจี โค้งงอเข้าหากัน ซึ่งซุ้มป่าไผ่วัดจุฬาภรณ์วนาราม แห่งนี้ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีความยาวประมาณ 800 เมตรเลย ความเงียบ สงบ สวยงาม และ ร่มเย็น จากธรรมชาติ สามารถสร้างความสุขได้ให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อ จึงกลายเป็นจุดท่องเที่ยว ที่เหล่านักเดินทางหลายคนหาโอกาสแวะมาเก็บภาพความงาม ณ วัดแห่งนี้

                 ภาพเด็กน้อยสองคน ขณะกำลังให้อาหารปลาซึ่งแหวกว่ายมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ในสระน้ำ ซึ่งอยู่บริเวณซ้ายมือ ถัดจากอุโบสถของวัดอยุ่ไม่ไกล ทำให้เราหวนนึกถึงช่วงเวลา ในวัยเด็ก ทำให้เรานึกถึงภาพความสุข และ เสียงหัวเราะที่น่าจดจำ

                 "การปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องง่ายนิดเดียวที่ใกล้ตัว ไม่จำเป็น ต้องไปที่วัด ก็ปฏิบัติธรรมทำได้" เป็นคำพูดที่เรา มักจะได้ยินกันบ่อยๆ แต่ไม่เคยทราบรายละเอียดว่า เราจะปฏิบัติกันได้อย่างไร ในบางครั้ง เราเองก็ไม่สนใจที่จะยอมลงมือปฏิบัติสักที ทำให้เสียโอกาส ที่จะมีประสบการณ์อันเป็นผลจากการปฏิบัติได้ จึงทำให้ความสนใจ และใส่ใจต่อการปฏิบัติไม่มี ปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามที่จะเป็น แต่สำหรับในความเป็นจริงแล้ว ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่งพวกเราไม่สามารถหนีพ้นความตายได้ ดังนั้น เราควรสั่งสมบุญไว้เพื่อใช้เป็นเสบียงหลังความตาย และทำวันนี้ให้ดีที่สุดในทุกๆวัน

 

                 ประมวลภาพบริเวณภายในอุโบสถ พุทธศาสนิกชนมากมาย เดินทางมาร่วม งานพิธีอัญเชิญพระประธานเพื่อประดิษฐานในพระอุโบสถ และ ปิดทองพระประธาน พร้อมทอดผ้าป่าสามัคคี ณ อุโบสถ วัดจุฬาภรณ์วนารามวัดจุฬาภรณ์วนาราม แห่งนี้ เมื่อองค์พระปฏิมาสำเร็จบริบูรณ์ ได้เป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงพระพุทธคุณ ทั้งตนเองด้วยทั้งผู้อื่นด้วย กุศลจะเกิดเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ได้อาศัยพระปฏิมา เป็นสื่อน้อมนำให้ระลึกถึง พระคุณของพระพุทธเจ้าเป็นบ่อเกิดแห่งกุศลจริยาอื่นๆ จึงบังเกิดเป็นอานิสงค์แด่ทุกๆท่าน

สุดท้ายนี้ อริยสัจ 4
สิ่งที่ พระพุทธเจ้า ทรง ค้นพบ
และ บอกไว้ด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แท้จริงแล้ว ก็คือ ทางเดิน ไปหา คำว่า " ความสุข " เพราะ ถ้าเมื่อไร เรากำจัด " ความทุกข์ " ได้แล้ว ความสุข ก็จะ เกิดขึ้น. 

ขอขอบคุณ : https://www.facebook.com/watchula

10,245 views

3

แบ่งปัน