ย้อนกลับ

อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

ปั่น สนุก สุข สบาย

บ่อกระทิน, วัดฟ้าป่าฟ้าระงึม และวัดสนวนวารีพัฒนาราม

เช้าเจ็ดโมงวันนี้ยังไม่มีแสงแดดผ่องส่องผ่านม่านเมฆหนาๆลงมาได้ ความสว่างก็ค่อยฉายออกให้เห็นตามเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนย้ายขึ้นมา คิดว่าเมื่อคืนฝนน่าจะตก แต่หลับสนิทไม่รู้สึกตัวกับเสียงฝน ทั้งๆที่เปิดหน้าต่างทางลมและรับเสียงนกร้องจากภายนอก เพราะถนนเปียกชื้นหลายแห่ง บางจุดน้ำขังเอ่อนองรอการระเหยแห้งตามธรรมชาติ 

ย้อนไปมากกว่า 10 ปีต้นๆ ผมเดินทางจากกรุงเทพฯ มาทำงานที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีต้นๆ ที่ผ่านมาแล้ว และเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง ย้ายที่พักเข้ามาพักหอพักใน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นี้

อ.บ้านไผ่ อยู่ห่างจาก อ.เมือง จ.ขอนแก่น ราว 40 กม และ เป็น อำเภอที่อยู่ก่อนเข้าตัว อ.เมือง จ.ขอนแก่น  ถ้าเราเดินทางด้วยทางเหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปจังหวัดขอนแก่น เมื่อเดินทางมาถึงสี่แยกบ้านไผ่ เลี้ยวซ้ายจะเป็นทางหลวงชนบทวิ่งต่อตรงไป อ.ชนบท และ อ.มัญจาคีรี ฝั่งตรงข้ามทางนั้น คือ ถนนหนทางมุ่งเข้า อ.บ้านไผ่ 

วันนี้ ตั้งใจปั่นจักรยานคันน้อย ชื่อ มดตะนอย ไปชมหนทาง ชมสถานที่ทางธรรมชาติ ชมวัดเก่าแก่ ที่ขึ้นชื่อเป็นสถานที่แนะนำท่องเที่ยวของ อ.บ้านไผ่ คือ บ่อกระทิน และวัดป่าฟ้าระงึม 

จากทางถนนใน อ.บ้านไผ่ มาถึงสี่แยกบ้านไผ่ จากสี่แยกบ้านไผ่นี้เอง ที่จะข้ามฝั่งฟากไปทางหลวงชนบทเเพื่อมุ่งไปยังสถานที่ตั้งใจในวันนี้ ปั่นเรียบริมไหล่ทางหลวงชนบท กระทั่งมาถึงซอยทางด้านซ้ายมือ คือ ซอยแจ้งสนิท 5 ตามที่แผนที่แนะนำจาก Google Map ตั้งแต่ปากทางไปกระทั่งถึงจุดหมายที่แรก คือ บ่อกระทิน ระหว่างปั่นอยู่บนอานจักรยาน ผิ่วลมปะทะใบหน้าเย็น ผสมกับแสงแดดอ่อน กลิ่นดิน ไอหายใจจากพืช ต้นไม้ระหว่างทาง ทำให้รู้สึกสดชื่น และทิวทัศน์ระหว่างทางก็ทำให้สายตาพักผ่อนไปพร้อมด้วย  โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่เกษตรกรเริ่มดำนาหลังไถดินรับน้ำฝนที่มาหลังเทศกาล Rockets festival หรือเทศกาลบุญบั้งไฟ องค์ประกอบเหล่านี้เป็นสิ่งบันเทิงความรู้สึก และอารมณ์รื่นรมย์ต่อธรรมชาติรอบตัวระหว่างทางนี้มาก

บ่อกระทิน เป็นที่หมายแรกในเช้านี้ ก่อนหน้านี้ไปปั่นจักรยานที่อ่างเก็บน้ำห้วยทราย และพบ พูดคุยกันกับพี่ประมงพื้นบ้านที่กำลังยกอวนในอ่างเก็บน่้ำ พี่ท่านนั้นบอกว่า "ไปปั่นดูบึงน้ำเค็มสิ สวยนะ มีคนมาตกปลาด้วย" ผมเก็บข้อมูลนี้มาหาข้อมูลต่อ ด้วยความสงสัยพื้นที่ อ.บ้านไผ่นี้ จะมีบึงน้ำเค็มได้อย่างไร จนมาพบคำว่า "บ่อกระทิน" ก่อนใน Google Map และจึงนำคำนี้ไปค้นหาต่อ รวมถึงถามกับน้องที่ทำงาน และทราบต่อมาว่า บ่อกระทิน คือ ชื่อแหล่งน้ำธรรมชาติของตำบลหัวหนอง อ.บ้านไผ่นี้เอง ด้วยแผ่นดินของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ อีสาน นี้ เป็นผืนแผ่นดินที่เปลือกโลกยกตัวขึ้นมาจากท้องทะเลนับล้านปีก่อน และบริเวณบ่อกระทินนี้ น่าจะเป็นแหล่งบ่อเกลือใต้พื้นธรณี น้องที่ทำงานบอกว่า เมื่อครั้งเด็กๆ (ราวกว่า 20 ปีที่ผ่านมา) เขามาวิ่งเล่นบริเวณบ่อกระทินนี้ เขาจำได้ว่าบริเวณนี้จะมีคราบขาวๆ หน้าดิน และผู้ใหญ่ละแวกนี้ ก็ทำนาเกลือด้วย ในวันนี้ เช่้านี้เมื่อปั่นมาถึง คราบขาวเหล่านั้น ยังคงมีอยู่ เมื่อฝนตก เซาะหน้าดิน และละลายเกลือ รวมถึงน้ำล้นจากบึงบ่อกระทิน น้ำเหล่านั้นไหลไปตามทางที่ต่ำกว่า ร่องทางน้ำใกล้ๆ และก็ส่งผลให้บริเวณโดยรอบไม่สามารถทำการเกษตรกรรมได้ บริเวณพื้นที่บ่อกระทินค่อนข้างกว้างพอ ประมาณทีเดียว จักรยานจอดอยู่บนสันสูงเหมือนเป็นสันเนินรอบบ่อกระทินที่ก่อถมขึ้นมาเพื่อเป็นแนวกันน้ำจากบ่อกระทินไหลออกมาเข้าพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่นอกขอบสันสูงรอบบ่อกระทิน ก็พบคราบเกลือขาวๆ ด้วย ห่างออกไปสัก 200-300 เมตรโดยประมาณเป็นเนินทางขึ้น บริเวณนั้น คราบเกลือผสมน้ำไหลมาไม่ได้ผืนดินช่วงเนินขึ้นนี้จึงมีแปลงนา ทำการเกษตรกรรมเช่นปกติ

วัดป่าฟ้าระงึม อยู่ติดกันกับบ่อกระทิน เมื่อปั่นจักรยานมาถึงจุดนี้ จึงสามารถชมตาบ่อเกลือและชื่นใจกับวัดป่าฟ้าระงึมได้ทั้ง 2 แห่ง วัดป่าฟ้าระงึมในวันนี้ที่ปั่นจักรยานมาถึง เงียบสงบ มีเพียงชาวบ้านสี่ห้าคนช่วยงานทำความสะอาดกันอยู่ หลังจากที่เมื่อวานมีงานทอดผ้าป่าเพื่อสร้างอุโบสถผ่านไป วัดนี้เป็นเป็นวัดป่าของบ้านหัวหนอง ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ด้วยไม่ข้อมูลเกี่ยวกับวัดนี้มาก เมื่อครั้งไปปั่น จึงลองค้นหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติม และทราบว่าเป็นวัดเก่าแก่ของ อ.บ้านไผ่ และเป็นวัดแห่งแรกของ อ.บ้านไผ่ ที่มีพระบรมสารีริกธาตุ วัดแห่งนี้ มีชื่อเสียงในพื้นที่เป็นวัดสายปฏิบัติ จึงมีอุบาสก อุบาสิกา มาปฏิบัติบูชา ถือศีลภาวนา และปฏิบัติสม่ำเสมอ และยิ่งด้วยสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมที่สะอาด สงบ ปลีกออกจากเส้นทางสัญจร และชุมชนพอสมควร จึงเป็นพุทธสถานที่อันเหมาะสมต่อการปฏิบัติธรรมนัก

คำแนะนำบอกเล่าจากพี่ผู้หญิงท่านหนึ่ง ที่กำลังทำความสะอาดวัดอยู่ บอกว่า "ปั่นไปวัดบ้านสิ สวยนะมีสิมเก่าแก่ด้วย" ผมสงสัยในใจ "วัดบ้าน ชื่อวัดหรือเปล่า หรืออะไร ตอนค้นหาข้อมูลมาไม่มีชื่อนี้" แต่ผมก็ปั่นตามทางที่พี่แนะนำมาก็มาพบป้ายบอกทางไปวัดสนวนวารีพัฒนาราม และเมื่อผมมาถึงก็พบสิมโบราณดังคำแนะนำของพี่ท่านนั้น แต่ก็ยังสงสัยว่า วัดบ้านคืออะไร 

วัดสนวนนารีพัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งของ อ.บ้านไผ่ และสถานที่สำคัญ คือ สิมโบราณ และภาพเขียนฝาผนังฝีมือช่างโบราณประจำถิ่นดินแดนอีสาน สิมโบราณแห่งนี้ ขึ้นทะเบียนโบราณสถานที่อยู่ในการดูแลของกรมศิลปากร แล้ว ภายในสิม มีพระประธานประดิษฐาน ฝีมือ รูปลักษณะเป็นพระพุทธรูปทางอีสาน ที่พบได้ในวัดเก่าแก่ในพื้นที่นี้ นอกจากการเขียนภาพฝาผนังภายในสิม ผนังด้านนอกของสิมก็มีภาพเขียนเช่นกัน ภาพเขียนฝาหนังเล่าเรื่องของ สังข์สินไช และ มหาเวสสันดรชาดก ด้านหน้ามีป้ายข้อมูลแนะนำข้อมูลการชมภาพฝาผนังว่าแต่ละส่วน คือ ภาพอะไร มีเนื้่อหาเช่นไร 

ก้มกราบพระประธาน ชื่นชมและเก็บภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้ ทั้งภายในสิมและเดินรอบนอกตัวสิมแล้ว ก็จับจักรยานเดินเล่นในพื้นที่รอบพระอุโบสถ และสังเกตเห็นดอกไม้เล็กๆ สีขาวแต้มเปื้อนสีม่วงนิดๆ แต่ประหลาดใจที่ดอกไม้นั้น ไม่มีก้านดอก เหมือนตัวดอกแทงออกจากผิวหน้าดิน และบานออกให้เชยชม ส่วนใบของต้นเป็นลักษณะวงกลมแป้นๆ แผ่ปกหน้าดิน โดยไม่ได้ยกสูงจากหน้าดินขึ้นมา ผมมองเห็นราวๆ 10 กว่าดอกได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าคือ ดอกไม้อะไร สวยงามและแปลกตาอีกอย่าง

ด้านหน้าวัดสนวนนารี มีพื้นที่ปรับปรุงใหม่ให้เป็นสวนสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ต.หัวหนอง นี้ ประดิษฐานพระใหญ่ในสวนสุขภาพ มีทางเทปูนสำหรับวิ่ง เดิน และเครื่องเล่นออกกำลังกาย พื้นที่โล่ง ลมพัดโกรกสบายตลอดเวลา มองเห็นผืนฟ้ากว้างๆ มีหนอง บึงน้ำเล็กข้างๆ สิ่งเหล่านี้ รวมทำให้สวนสุขภาพนี้ น่าสนใจและรู้สึกสบายไม่น้อยทีเดียว และรวมถึงมีวัวเข้ามาเดินเล็มหญ้าด้วย

หลังจากปั่นกลับออกมาอีกทาง ทำให้เส้นทางปั่นวันนี้ กลายเป็นเส้นวงรอบทรงสี่เหลี่ยม และผมก็กลับเข้ามาฝั่งพื้นที่ อ.บ้านไผ่ เจอะน้อง จึงเล่าให้เขาฟังว่าปั่นไปไหนมาบ้าง และถามเขาว่า "วัดบ้าน" คืออะไร น้องจึงขยายความว่า วัดป่าฟ้าระงึม คือ วัดป่า เดิมตั้งวัดในพื้นที่พงป่า ต้นไม้มากมาย เดี๋ยวนี้ตัดทิ้งและปรับพื้นที่โล่งขึ้นมาก ส่วนวัดสนวนนารีพัฒนาราม คือ วัดบ้าน เพราะอยู่ในบริเวณพื้นที่หมู่บ้านหัวหนอง ต.หัวหนอง ถ้าเป็นคนพื้นที่จะเรียก วัดป่า และ วัดบ้าน นั่นเอง

ปิดการปั่นวันนี้ รวมๆ ปั่น แวะ ชม ชิลล์ ในระหว่างเส้นทางและสถานที่กำหนดเป้าหมาย ไปประมาณ 3 ชม.ครึ่งได้ นอกจากได้ชมบ่อกระทิน เข้าวัดกราบพระประธาน ชมความงามจิตรกรรมฝาผนังและสิมโบราณ ความงดงามระหว่างทางก็เป็นกำไรในการปั่นในเช้าวันนี้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องถึงเป้าหมายที่กำหนด แต่ความงดงามระหว่างทาง ก็เป็นของกำนัลความสุขใจในระหว่างการเดินทางเช่นกัน

1,430 views

1

แบ่งปัน

มิวเซียมในจังหวัดขอนแก่น