ย้อนกลับ

หอแห่งแรงบันดาลใจ

จากแรงบันดาลใจใน ราชสกุลมหิดล ส่งต่อถึงคนไทยทั้งประเทศ

         สถาบันครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ อาจจะมองว่าเป็นหน่วยเล็กๆหน่วยหนึ่งในสังคม แต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ได้ ซึ่งตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ ราชสกุลมหิดล จากแรงบันดาลใจเล็กๆซึ่งมีให้กันในแต่ละพระองค์จนส่งต่อถึงคนไทยทั้งประเทศ ทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมไว้ในหอแห่งแรงบันดาลใจ ที่อยู่บริเวณดอยตุง จังหวัดเชียงราย หอแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นสืบเนื่องมาจากการจัดงานนิทรรศการ “แสงหนึ่งคือรุ่งงาม” เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 84 พรรษา ของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หลังจากเสร็จสิ้นงาน คณะกรรมการจัดงานมีความประสงค์ที่จะนำนิทรรศการชุดนี้มาแสดง ณ หอพระราชประวัติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย หอพระราชประวัติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงถูกปรับปรุงและเปลี่ยนเป็น หอแห่งแรงบันดาลใจ เพื่อให้ประชาชน เยาวชนคนรุ่นใหม่ รวมถึงชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวดอยตุงได้รู้จักและเข้าใจ ถึงพระราชกรณียกิจของสมาชิกราชสกุลมหิดล และพระราชจริยวัตรในการทำงานของแต่ละพระองค์ โดยหวังให้ผู้ที่เข้าชมเกิดแรงบันดาลใจ ในการทำความดี คิดดี ประพฤติดี ปฏิบัติดี เปรียบความดีเหมือนดั่งดอกไม้ที่บานสะพรั่งไปทุกหนทุกแห่ง สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่งแผ่นดินไทย โดยภายใจหอแรงบันดาลใจมีการจัดแบ่งเป็นสัดส่วนถึง 7 ห้องด้วยกันได้แก่

ห้องที่ 1 ราชสกุลมหิดล กล่าวถึงราชสกุลมหิดล ในฐานะครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งที่อบอุ่น เปี่ยมไปด้วยรัก และเปรียบดั่งหยดน้ำที่รวมตัวกันหลั่งลงมาบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทย

ห้องที่ 2 "เรื่องราวของราชสกุลผ่านพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" เป็นห้องที่นำเสนอพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ ในแต่ละช่วงของพระชนม์ชีพ จากเด็กสาวสามัญ (เด็กหญิงสังวาลย์) มาเป็นคู่ชีวิตเจ้าฟ้า (หม่อมสังวาลย์) ได้ซึมซับพระราชปณิธานอันแรงกล้าของสมเด็จพระบรมราชชนก และทรงนำมาอบรมเลี้ยงดูพระโอรส พระธิดา ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เมื่อทรงเป็นแม่ของลูก (พระราชชนนีศรีสังวาลย์) ช่วงสุดท้ายทรงเป็นแม่ฟ้าหลวง (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสมีชีวิตที่ดีขึ้น

ห้องที่ 3 "การกลับคืนสู่มาตุภูมิของราชสกุลมหิดล" ที่ห้องนี้เขียนไว้ว่า "จากดินบินสู่ฟ้า จากฟ้าคืนแผ่นดิน" ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ที่สมาชิกพระองค์หนึ่งของราชสกุลนี้ต้องทรงเปลี่ยนแปลงจากชีวิตส่วนพระองค์ที่มีความสุขเรียบง่าย อิสระ มาทรงรับหน้าที่อันสูงสุด เป็นความหวังของประชาชน เสด็จนิวัติกลับคืนสู่มาตุภูมิด้วยความรับผิดชอบที่ทรงมีต่อประเทศชาติ
 

ห้องที่ 4 ห้องนี้เป็นห้อง "ความทุกข์ยากของประชาชน" ที่สะท้อนความทุกข์หลายมิติของปัญหาที่คุกคามคุณภาพชีวิตของประชาชน และบั่นทอนคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำเสนอผ่านแผ่นกระดานเขาวงกตที่บอกเล่าให้เห็นถึงความทุกข์ยากของพสกนิกร

ห้องที่ 5 แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน ด้วยอุปกรณ์ธรรมดา ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชใช้ทรงงานจนคุ้นตา ได้แก่ แผนที่ วิทยุสื่อสาร ดินสอ และกล้องถ่ายรูป สะท้อนให้เห็นหลักการและวิธีการทรงงาน ที่มีความมุ่งมั่นทำความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อแก้ไขปัญหาของคนไทย

ห้องที่ 6 "แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนบนดอยตุง" ห้องนี้สะท้อนพระวิสัยทัศน์และการทรงเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อทรงมีพระชนมายุ 87 พรรษา เพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่น ความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจบนดอยตุง อย่างครบวงจรด้วยการ “ปลูกป่า ปลูกคน” ควบคู่กันไป

ห้องที่ 7 ห้องแห่งแรงบันดาลใจ แรงบัลดาลใจที่สมาชิกราชสกุลมหิดลทั้งห้าพระองค์ทรงมีต่อกันและกัน ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหา และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีแก่ประเทศชาติ

1,125 views

0

แบ่งปัน