ย้อนกลับ

ภูชี้ฟ้า

“ภูชี้ฟ้า ธรรมชาติสวย ผ่อนคลายจิตใจ”

         เมื่อหน้าฝนใกล้หมดลง ลมหนาวกำลังจะเคลื่อนตัวผ่านเข้ามาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย สภาพภูมิอากาศก็เริ่มที่จะหนาวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน หรือแม้แต่บางพื้นที่ในภาคกลาง และยิ่งใกล้ช่วงสิ้นปี วันปีใหม่ วันหยุดยาวแบบนี้ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการท่องเที่ยวรับลมหนาวกับการนอนกางเต็นท์ในสถานที่ที่มีอากาศเย็นๆ วิวทิวทัศน์สวยๆ หลายคนอาจมีแพลนจะไปเที่ยวกับครอบครัว เพื่อนฝูง แต่สำหรับดิฉันการเที่ยวครั้งนี้เป็นการเที่ยวที่ไม่ได้มีการวางแผน ล่วงหน้า ซึ่งเกิดขึ้นเพราะเพื่อนต่างสำนักต่างสาขาได้ชวนดิฉันไปเที่ยวดอยหลังสอบ และด้วยเพิ่งสอบเสร็จบวกกับอยาก ปลดปล่อยให้จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ดิฉันก็เลยตกลงแล้วเราก็เลือกเดินทางไปภูชี้ฟ้าในวันถัดมา โดยพวกเราได้เช่ารถยนต์แล้วขับกันไปเอง ซึ่งดิฉันเคยไปภูชี้ฟ้ามาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ปกติดิฉันจะไปกับครอบครัว แต่ครั้งนี้ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนซึ่งการไปเที่ยวกับเพื่อนให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากการเที่ยวกับครอบครัว การเที่ยวกับเพื่อนทำให้เราเป็นกันเองสามารถเฮฮาปาร์ตี้สนุกสนาน และการเที่ยวครั้งนี้พวกเราไปกันห้าคนและสาเหตุที่เลือกไปเที่ยวภูชี้ฟ้า เพราะภูชีฟ้าฟ้าถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่หนึ่งในจังหวัดเชียงราย และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตในจังหวัดเชียงราย โดยภูชี้ฟ้าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในดอยผาหม่น ซึ่งเป็นพรมแดนทางธรรมชาติที่กั้นระหว่างชายแดนไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พวกเราเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่หกโมงเย็น ระหว่างทางเราก็แวะหาซื้อขนมของกินกว่าจะไปถึงก็ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม โดยที่พักที่พวกเราเข้าไปกันนั้นเป็นที่ที่ญาติของเพื่อนได้ติดต่อไว้ให้เพราะพวกเราอยากจะนอนด้วยกัน ตอนดึกเราก็ออกมาดูดาวกันสักพักก็เข้ามานอนดูหนังในห้องด้วยกัน สักพักเพื่อนๆก็พากันนอนเพราะพรุ่งนี้เราจะเดินทางขึ้นไปภูชี้ฟ้าเพื่อไปชมวิวทิวทัศน์ตอนเช้ามืด และตอนตีห้าลุงเจ้าของก็มาปลุกพวกเรา ลุงแกให้ความรู้สึกเป็นกันเองมากเหมือนเป็นครอบครัวแล้วก็ขับรถมาพวกเรามาส่ง ตอนเรามาถึงเวลาตอนนั้นประมาณหกโมงนิดๆ แล้วพวกเราก็เดินขึ้นไปยังจุดชมวิวซึ่งจะมีจุดชมวิวที่เป็นที่นิยมอยู่ 2 จุด คือ บริเวณยอดภูและบริเวณลานก่อนถึงยอดภูชี้ฟ้า พอเดินมาใกล้ถึงจุดแรกจะมีที่นั่งให้นั่งพัก ดิฉันก็ให้เพื่อนๆนั่งพักก่อน เพราแต่ละคนไม่ใช่คนภาคเหนือซึ่งอาจยังไม่ชินกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นแบบนี้ พอพักไปสักพักก็เดินมาถึงจุดชมวิวจุดแรก มีคนมารอดูพระอาทิตย์ขึ้นเยอะมากนี่ขนาดเป็นช่วงกลางเดือนธันวาคมคนยังเยอะขนาดนี้ และดิฉันก็บอกเพื่อนๆถ้าเรามาถึงที่นี่แล้วไม่ถึงยอดก็ไม่คุ้มกับการมาเที่ยว เพื่อนๆก็เลยพากันเดินต่อ ระหว่างทางก็มีเด็กเล็กแต่งตัวชุดชาวเขาชาวดอย เป็นเด็กม้งทั้งร้องเพลง ทั้งเต้นตามเพลงอยู่ตลอดทาง จนมาถึงยังบริเวณยอดภูชี้ฟ้า ซึ่งจุดนี้จะมองเห็นยอดภูเขาได้อย่างชัดเจน โดยจุดที่ชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นถือเป็นสิ่งที่สวยงาม อีกทั้งมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาสลับซ้อนกัน พวกเราก็หาที่รอดูพระอาทิตย์ขึ้น ในตอนนั้นก็หกโมงกว่าๆแล้วถ้ามองอออกไปเป็นภาพของดวงอาทิตย์ที่กำลังเบียดเสียดแทรกออกมาท่ามกลางทะเลหมอกหนาและหุบเขาน้อยใหญ่ที่ซ้อนทับกันเป็นแนวกว้าง ยิ่งตอนที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นมาตรงระหว่างปลายยอดเขาดูเหมือนเป็นภาพของเสือคาบแก้วอยู่ เป็นภาพที่สวยมากคุ้มกับการฝ่าอากาศหนาวมารอดพูระอาทิตย์ขึ้น พอใกล้ถึงเวลาที่ลุงนัด พวกเราก็ลงมาหาลุงที่ลานจอดรถ บรรยากาศตอนลงคือรู้สึกดี ลมหนาวมาปะทะกับหน้า พวกเราก็เล่นถ่ายคลิปกันอย่างสนกุสนาน พอถึงที่พักเก็บของเตรียมจะกลับกัน พอพวกเราจัดการค่าใช้จ่าย คำนวณหารเงินกันแล้วก็ออกเดินทางกลับกัน ระหว่างทางทุกคนมีอาการเดียวกันหมดคือเพลีย แต่การเที่ยวครั้งนี้ให้อะไรเรามากมายทั้งประสบการณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนต่างสำนัก และยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆแต่ก็ทำให้เรารู้สึกมีความสุข สบายใจ

         เชียงรายเป็นจังหวัดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างมาก เป็นดินแดน สถานที่ที่เต็มไปด้วยขุนเขา ภูเขาสลับซับซ้อน จำนวนมากและเป็นที่ที่ทำให้พวกเราได้พบกับความสุข ความกลมกลืน ความสงบ บรรยากาศอันชวนผ่อนคลายและก็ยังทำให้ พวกเราวางแผนจะไปเที่ยวสถานที่อื่นๆในจังหวัดเชียงรายอีกถ้าหากมีโอกาส ตอนนี้พวกราเริ่มหลงรักเชียงรายแล้ว รู้สึกดีที่ได้มาเรียนมหาวิทยาลัยในที่แห่งนี้ขอบคุณค่ะ

........................................

Credit by :
นางสาวพิตตินนัท์ สมยาวะกาศ

1,238 views

1

แบ่งปัน