ย้อนกลับ

แมงสี่หูห้าตา

แมงสี่หูห้าตา จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชายรักเมียน้อย

         สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ฉันจะมาเล่าเรื่องราวภาพประทับจากการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายค่ะ เรื่องนี้เกิดจากความอินดี้นิดนึงของฉันเองค่ะ ฉันชอบเดินทางท่องเที่ยวไปตามวัดและโบราณสถานที่มีชื่อเสียงรอบจังหวัดเชียงราย ชอบเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์หลากหลายผ่านทางวัตถุและคำบอกเล่าซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและสนุกสนานอย่างบอกไม่ถูก ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2559 จำได้ว่าเป็นช่วงที่มหาลัย กำลังจะมีการสอบปลายภาค ขณะนั้นฉันเครียดมากจึงอยากไปเที่ยวไหว้พระกินลมชมวิวให้สบายใจก่อน แต่ไม่อยากเดินทางไปไกลนักเพราะต้องกลับมาอ่านหนังสือสอบ เพื่อนจึงแนะนำว่าว่าไปที่นี่สิดอยเขาควาย มีวัดด้วย ได้ขึ้นดอยด้วย วิวสวยมากเลยเธอ ได้ยินชื่อครั้งแรกฉันก็ขำๆอยู่ เห็นว่าชื่อมันแปลกๆดีจึงตั้งใจอยากไปเห็นให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต วันรุ่งขึ้นฉันออกเดินทางด้วยรถยนต์คู่ใจ กล้อง1ตัว ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงนิดๆก็ถึงทางขึ้นดอย นับจากที่นี่ฉันต้องจอดรถและเดินเท้าขึ้นไป บางคนก็นำรถจักรยานยนต์ขึ้นไปประมาณ 2 กิโลเมตรถ้วนตามป้ายระบุไว้ มีนักท่องเที่ยวอยู่เยอะพอประมาณ ทั้งคนไทย คนจีน และฝรั่ง นั่นทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจ

         เย้! มีเพื่อนเดินแล้ว เดินทางมุ่งหน้าขึ้นไปบนวัด สิ่งแรกที่พบเลยคือตลอดสองข้างทางเป็นป่าไม้โปร่งมีบันไดพญานาคตลอดทางเดิน เมื่อถึงบนยอดดอยจะมีลานกว้างๆ ฉันเข้าไปไหว้พระสารีริกธาตุและได้อ่านป้ายสีดำยาวบอกเรื่องราวของวัดจึงได้รู้ความเป็นมาว่า วัดนี้สร้างมามากกว่า 1000 ปีแล้ว โดยพระเจ้าพระยาธรรมมิกะราชผู้ครองเมืองเชียงรายสมัยนั้น จากนั้นฉันเดินไปที่หน้าวัดอีกครั้ง ซึ่งมีป้ายใหญ่ๆตั้งอยู่ด้านหนึ่งของป้ายเป็นรูปปั้นควายเผือก แต่พอหันมาอีกด้านหนึ่งฉันได้สะดุดตาสะดุดใจอยู่กับรูปปั้นที่ฉันก็อธิบายไม่ถูกว่ามันคืออะไร ตัวมันมีขนปกคลุมสีดำทึบๆ รูปร่างแปลกมากตั้งแต่เคยเห็นมา มันดูลึกลับๆ ลักษณะตัวอ้วนและเตี้ย ลำตัวคล้ายหมี นอกจากนี้ยังมีหูสองคู่ มีดวงตาสีเขียวห้าดวง ฉันได้จ้องมองรูปปั้นอยู่นานมากจนลืมสังเกตเห็นว่ามีผู้คนนำพวงมาลัยและแผ่นทองมาติดรอบตัวมันมากมาย ฉันชักอยากจะรู้ประวัติของมันซะแล้วสิ คิดในใจว่ากลับไปจะหาข้อมูลให้รู้ว่าเนี่ย!ตัวอะไรกัน ขณะนั้นเองก็มีหลวงพ่อกำลังให้พรแก่นักท่องเที่ยว ฉันจึงเดินเข้าไปรับพรด้วย จากนั้นท่านก็เล่าเรื่องเล่าขานของรูปปั้นนั้นขึ้นโดยบังเอิญ ฉันรู้สึกดีใจมากและนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ท่านเล่าว่าตัวนั้นน่ะมันคือแมงสี่หูห้าตา จากนั้นจึงเล่าความเป็นมาว่า... 

         มีชายฐานะยากจนคนหนึ่งในนครพันธุมติชื่อว่า “อ้ายทุกคตะ” ครอบครัวนี้ยากจนมากต้องออกขอทานไปตามบ้านและรับจ้างเลี้ยงวัวควาย แม่ของเขาตายไปตั้งแต่ยังเล็กต่อมาไม่นานพ่อก็มาด่วนจากไปอีก แต่ก่อนตายพ่อได้สั่งเสียให้นำศพไปฝังดินจนเหลือแต่กระดูก และนำหัวกะโหลกมาบูชาจนเขาครบอายุ 17ปีให้ออกเดินทางนำหัวกะโหลกลากไปเรื่อยๆทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถ้ากะโหลกติดที่ใดให้ทำบ่วงแร้วดักจับสัตว์ที่นั่น เขาก็ทำตาม มีอยู่วันหนึ่งสัตว์ประหลาดมาติดบ่วงแร้ว ลักษณะตัวดำ ต่ำ อ้วนเหมือนหมี ขนยาวสีดำ มีหู 4 หู และ มีตา 5 ตา จึงเป็นชื่อเรียกของ แมงสี่หูห้าตานั่นเอง เขาจึงนำกลับบ้านไปเลี้ยงเพราะคิดว่าพ่อกลับชาติมาเกิด แต่เอาอะไรให้กินมันก็ไม่กิน คืนหนึ่งเขานั่งก่อกองไฟอยู่ข้างคอกของมัน แล้วถ่านไฟที่กำลังคุกระเด็นไปใกล้ๆมัน มันจึงกินถ่านไฟร้อนด้วยความโหยหิวจากนั้นมันก็ถ่ายมูลเป็นทองคำออกมา สร้างความแปลกใจให้อ้ายทุกคตะมาก จึงเลี้ยงมันด้วยถ่านไฟทุกวันๆ เขาจึงได้ทองจำนวนมหาศาลและนำไปฝังดินไว้จนเต็มสวนเต็มไร่ วันหนึ่งเจ้าเมืองประกาศหาคู่พระนางสีมา ซึ่งเป็นพระธิดาผู้รูปโฉมงดงามมากมีเงื่อนไขว่าผู้ใดสามารถสร้างสะพานทองจากบ้านไปยังปราสาทได้จะยกพระธิดาให้ อ้ายทุกคตะจึงสร้างสะพานทองไปยังวังจนสำเร็จและอภิเษกสมรสและได้เข้าไปอยู่ในวังดังใจหมาย เจ้าเมืองแปลกใจว่าอ้ายทุกคตะเอาทองจำนวนมากมาจากไหน เขาจึงตอบไปว่าได้มาจากแมงสี่หูห้าตา เจ้าเมืองจึงเกิดความโลภอยากได้แมงนี้ จึงไปที่บ้านของอ้ายทุกคตะและไล่จับมัน มันจะวิ่งเข้าไปหลบในถ้ำ เจ้าเมืองจึงวิ่งตามไป และเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอยู่ดีๆหินและดินถล่มลงมาปิดปากถ้ำเหลือเพียงรูเล็กๆให้มองส่องออกมา เจ้าเมืองรู้สึกเสียใจต่อความโลภของตนและคิดว่ายังไงก็ต้องตายแน่ๆจึงสั่งให้ทหารไปนำตัวพระมเหสีทั้ง 7 พระองค์มาสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อมาถึงครบทุกคนเจ้าเมืองสั่งให้นางทั้ง 7 ถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ออกให้เห็นอวัยวะเพศเพื่อดูต่างหน้าเป็นครั้งสุดท้ายมเหสีแต่ละองค์เขินอายไม่มีใครกล้าถอด พระมเหสีเมียน้อยคนที่ 7 จึงตัดสละความอาย เปิดผ้าถุงให้ดูทำให้เห็นอวัยวะเพศหญิงเกิดสิ่งมหัศจรรย์มีเสียงหัวเราะจากถ้ำทำให้ปากถ้ำเปิด เจ้าเมืองหนีรอดออกมาได้และสวมกอดมเหสีคนที่ 7 ว่าต่อไปนี้พี่จะรักเมียน้อยมากกว่าเมียหลวงต่อไป ด้วยเหตุการณ์นี้เป็นเหตุให้ทำให้ผู้ชายหลงรักเมียน้อยมากกว่าเมียหลวงนั่นเอง

         เมื่อทั้งหมดกลับเมืองก็มีความสงบสุขเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา จนกระทั่งเจ้าเมืองได้สละราชสมบัติให้กับอ้ายทุกคตะซึ่งเป็นบุตรเขยได้สืบราชวงศ์ต่อไป และได้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า "พระยาธรรมิกราช" และมีการเฉลิมฉลองนับ 7 วัน 7 คืน มีพระสงฆ์มาเผยแพร่พระพุทธศาสนา แล้วนำพระบรมพุทธสารีริกธาตุนิ้วก้อยข้างซ้ายของพระพุทธเจ้ามาถวาย ในฐานะที่เป็นเจ้าเมือง พระยาธรรมิกราชจึง โปรดให้สร้างวัดวาอารามต่าง ๆ เพิ่มขึ้น และได้สร้างวัดดอยเขาควายแก้วโดยนำเอาพระบรมพุทธสารีริกธาตุก้อยข้างซ้ายของพระพุทธเจ้าบรรจุใส่ไว้ในเจดีย์ของวัดดอยเขาควายแก้วอีกด้วย วัดนั้นสร้างตรงยอดดอยที่มีถ้ำที่แมงสี่หูห้าตามาติดบ่วงแร้วได้ที่นั่น และเป็นวัดพระธาตุดอยเขาควายเเก้วของจังหวัดเชียงรายในปัจจุบันนั่นเอง

         เมื่อฟังจบฉันเผลอพูดออกมาว่าอ๋อยาวๆ ฉันรู้สึกชอบและประทับใจเรื่องเล่านี้มากเนื่องจากมันแปลกประหลาดและสนุกสนาน ฟังไปหัวเราะไป แล้วก็มาคิดๆว่ามันไม่ได้ดุอย่างที่เราคิดนี่นา และได้ถ่ายรูปแมงสี่หูห้าตาเก็บไว้กะว่าจะนำไปเล่าให้เพื่อนๆฟัง จากนั้นฉันก็เดินเที่ยวไปรอบๆเห็นปากถ้ำของจริงด้วย และเดินไปยังจุดชมวิวยังมองเห็นทิวทัศน์กว้างอันเขียวขจีของเมืองเชียงรายแบบหาดูได้ยาก นับเป็นหนึ่งวันแห่งความทรงจำดีๆ

         สรุปทริปนี้เป็นไปตามคาดหมาย ฉันได้รูปสวยๆ ได้ไหว้พระ ได้ฟังเรื่องเล่าแปลกๆรวมกันเป็นได้ความบันเทิงใส่กระเป๋ากลับหอและอ่านหนังสือต่อเพื่อเตรียมสอบอย่างสบายใจ สุดท้ายนี้อยากจะเชิญชวนคุณผู้อ่านทุกท่านมาเที่ยวเมืองเชียงรายกันนะคะ เมืองแห่งนี้มีสถานท่องเที่ยวที่ใหญ่โตมีชื่อเสียงรวมถึงมีสถานที่ที่เล็กๆแต่สามารถสร้างรอยยิ้มให้แก่นักท่องเที่ยวได้ดังเช่นที่นี่ค่ะ ขอบคุณค่ะ

........................................

Credit by :
นางสาวสมิตรา เดชสวัสดิ์หิรัญ
 

4,555 views

0

แบ่งปัน