ย้อนกลับ

อ.เมืองน่าน- อ.ปัว

น่าน-ปัว ไม่กลัวฝน กับไม้เซลฟี่

เป็นทริปที่ประทับใจมากอีกครั้ง ด้วยคาดไว้ว่าผมอาจจะไม่ค่อยได้พบทุ่งธรรมชาตินัก เพราะเลือกพักในตัวอำเภอปัว และจะยังเป็นที่พักกลางเมืองปัว ทางนี้หากจะไปชมธรรมชาติ ทุ่ง ทิว ภูเขา ต้นไม้ ส่วนใหญ่จะมีข้อแนะนำให้ไปทางอำเภอบ่อเกลือ หรืออุทยานฯ เป็นต้น แต่สิ่งที่ผมพบในทริปนี้ คือ อำเภอปัว อัดแน่นด้วยความสงบงามไม่น้อยทีเดียว  และนี่ก็เป็นธรรมชาติงดงามในที่ราบท้องทุ่งนาที่น่าจดจำแห่งหนึ่ง

เช้านี้ ตื่นตีห้าในรถทัวร์มาจากกรุงเทพฯ เมื่อรถจะเข้า อ.เวียงสา และจะไป บขส. อ.เมือง จ.น่าน ผมก็พอมองเห็นสีของท้องฟ้าตั้งแต่หม่นเทาๆ จนมาสว่างที่ อ.ปัว ราว 7 โมงเช้า รวมกว่า 11 ชม. ที่ออกจากท่ารถที่กรุงเทพฯ มา สถานีจอดรถโดยสาร อ.ปัว เพิ่งทำใหม่ ตัวอาคาร เก้าอี้ และอื่นๆ ดูใหม่ และเช้านี้ไม่มีใคร นอกจากผู้โดยสารลงรถที่นี่กับพี่วินรถเครื่อง 3-4 คน ผมปฏิเสทใช้บริการพี่ๆ เพราะอยากเดินไปที่พัก เผื่อได้ผ่านตลาดเช้า โดยจำได้ว่า เจ้าของที่พักบอกว่าห่าง 200-300 เมตรเท่านั้นในวันที่โทรมาจอง แต่ความจริงคือ เกือบ 3 กม. เพราะความเข้าใจในจุดลงรถ ต่างกัน บอกตัวเอง เอาว่ะ ! เดินเช้าๆ แดดไม่ร้อน 3 กม. สบายๆ

ผมแวะตลาดเช้าสมตั้งใจ เก็บภาพและฝากท้องมื้อเช้า ด้วยอาหารฝีมือจากคนอุตรดิตถ์ที่มาพบคนรักที่นี่ ดื่มกาแฟชงโบราณ และหม่ำข้าวก่ำสังขยาของคนปัว สรุปได้ว่า อร่อยทุกอย่างและวัตถุดิบสดมาก

เมื่อเดินเข้าถึงที่พัก จัดของใส่เป้น้อยสะพายขึ้นหลัง ถามหาจักรยานเพราะตั้งใจปั่นน้อยๆ เนิบๆ ใน อ.ปัวเท่านั้น จึงไม่เลือกเช่ารถเครื่อง เส้นทางปั่นเตรียมมาแล้วบ้าง ถามพี่ น้อง ป้า แม่ค้า และถามน้องเจ้าของที่พัก เช็ครถแล้วออกปั่นเลย ก่อนออกปั่น จัดกาแฟเย็น(อีกแก้ว) เติมกำลัง และดื่มด่ำธรรมชาติทุ่งนาด้านหน้าที่พัก ผมพักที่ปวินศิลป์ ทุ่งนาข้างหน้าสวยงามมาก ถ่ายรูปออกมายังไงก็ไม่สวยเท่าของจริงเลย ไม่ว่าภาพใดใด

ปวินศิลป์ ที่พักที่เริ่มจาก รร.สอนศิลป์ Art therapy สำหรับเด็กพิเศษ แล้วปรับดัดแปลงเป็นที่พัก และ gallery เมื่อสถานที่แห่งนี้ มีงานศิลปะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญ ความรู้สึกที่ได้รับ คือ ความสุข ด้วยศิลปะคือ ความสวยงาม แม้นในห้องน้ำร้านกาแฟก็มีภาพศิลปะให้แช่มชื่นด้วยเช่นกัน

มาเล่าเรื่องปั่น ในตัวเมืองของอำเภอปัวไม่จอแจ ระหว่างทาง นอกจากบ้านช่อง อาคาร ถนน หนทาง แล้วก็จะมีทุ่งนาผืนกว้างๆ คั่น มีท้องฟ้าเป็นเพดาน มีทิวเขาเป็นฉากล้อม น้องเจ้าของที่พักบอกว่า อ.ปัว ล้อมด้วยภูและทิว-เขา ที่เป็นอุทยานแห่งชาติทั้งหมด ผมจึงไม่สงสัยว่า ทำไมตัวเมืองอำเภอปัว สะอาด สวยงาม เช่นนี้ 

การปั่นที่ อ.ปัว ไม่ง่ายเท่าไร ด้วยหนทางเป็นเนินสลับทางราบ และหากไปเที่ยวรอบนอกๆหน่อย ควรจะใช้รถเครื่อง รวมถึงคนที่ไม่ถนัดปั่นก็เช่นกัน ควรหาเช่ารถเครื่องเพื่อเที่ยว อ.ปัวกัน หนึ่งวันเที่ยวใน อ.ปัว และรอบนอกได้ครบถ้ามีรถยนต์ หรือเช่ารถเครื่อง แต่ถ้าปั่นจะได้เพียงในเมืองปัว ถ้าปั่นเก่งๆ ก็อาจจะครบก็ได้นะ เช้านี้ผมเริ่มเที่ยวเวลาประมาณ 07:30 น. ที่ตลาดปัว และเดินเลียบข้างไปวัดพระธาตุเบ็งสกัด แล้วจึงไปที่พัก และออกไปปั่น จากที่พัก ไปวัดปรางค์ , วัดต้นแหลง, วัดหนาด, วัดภูเก็ต, ตูบนากาแฟ, วัดสวนดอก และอนุสาวรีย์พญาผานอง และแวะระหว่างทางชมทุ่งนา, ลำน้ำปัว เป็นต้น ปิดมื้อเย็นตลาดโต้รุ่ง 

ตลาดโต้รุ่ง จัดแผงค้าขายอยู่ด้านหน้าตลาดสดเมื่อเช้า พี่แม่ค้าบอกว่า ตลาดนี้ประมาณสามสี่ทุ่มก็เริ่มเก็บร้าน เพราะคนปัวไม่ออกมากันแล้ว ผมแวะซื้อน้ำเต้าหู้ 5 สหาย หน้าเซเว่นตรงข้ามตลาดโต้รุ่ง คุยถามเขาว่าทำไม 5 สหาย จึงทราบว่าบดป่นถั่ว 5 ชนิดเข้าไปกับถั่วเหลืองด้วย ถุงละ 7 บาท และที่ประทับใจไม่แพ้น้ำเต้าหู้คือ แม่ค้าน่ารักและพูดภาษาอังกฤษ ตอบคำถามชาวต่างชาติได้ด้วย

เมื่อกลับที่พัก ตั้งใจมาพักรอดูดาวจะเห็นมากน้อยอย่างไร  เพราะเห็นมดดำขนไข่แล้ว สายฝนกำลังน่าจะมาคืนนี้ครับ ก่อนเดินทางมาทริปนี้การพยากรณ์อากาศบอกว่า ฝนชุก แต่วันนี้ฟ้าใสมาก โชคดีมาก ขอฟ้าใสใสพรุ่งนี้อีกวันนะ จะไปกราบสักการะพระธาตุแช่แห้งฯ

วันรุ่งขึ้น เดืนทางเข้าไป อ.เมือง จ.น่าน ด้วยรถสองแถวสีฟ้า ระหว่างอำเภอใช้เวลาร่วมราวมๆ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงตัว อ.เมืองน่าน ผมเดินตรงไปยัง อพท. เพื่อขอยืมใช้จักรยานที่มีให้บริการกับนักท่องเที่ยว และผมก็ได้จักรยานดีๆ คันหนึ่งมาปั่นเที่ยวเมืองน่านในครึ่งวันนี้ก่อนเดินทางกลับ ผมกำหนดตั้งใจ มากราบพระธาตุแช่แห้งฯ มากราบพระประธานวัดภูมินทร์ ชมความงามภาพ ปู่ม่าน-ย่าม่าน เข้าสักการะชมวัดพระธาตุช้างค้ำ และถนนคนเดินก่อนที่จะรถกลับกรุงเทพฯในวันที่สองนี้ ระหว่างครึ่งวันนั้น ผมมีเวลาพอสำหรับไปชมวัดมิ่งเมืองและกราบเสาหลักเมืองน่าน นั่งพักร้านกาแฟม่วงชาต อีกด้วยเช่นกัน

เย็นมาแล้ว หลังจากคืนจักรยานที่ อพท. ผมอิ่มหน่ำสำราญจากร้านอาหาร น้ำ ขนมในถนนคนเดิน และอิ่มใจจากการมาเที่ยวครึ่งวันที่ตัวเมืองน่านแล้ว ผมก็ปิดทริปเดินทางเดี่ยว เที่ยวเตร่ แบบตนเอง เดินไปที่ท่ารถและรอเวลาเข้ากรุงเทพฯ ด้วยบริการรถทัวร์ รถสารธารณะที่สบายและถึงกรุงเทพฯโดยปลอดภัย

ทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืนนี้ "น่าน-ปัว ไม่กลัวฝน กับไม้เซลฟี่" พบความสนุกมากมาย เพราะผมไม่ต้องการไปทุกๆที่ มีเวลาแค่ไหน ไปเท่านั้น ผมไปเนิบๆ นั่งพักนานๆ และอยู่กับกล้องโทรศัพท์มือถือ ถ่ายภาพและไม้เซลฟี่

การหัดใช้ไม้เซลฟี่ไม่ง่าย การหัดวิทยายุทธ์ พลองตีสุนัข ของจอมยุทธ์ในมังกรหยกก็น่าจะเช่นกัน เพราะไม่ใช่มีไม้ ก็จะตีสุนัขอย่างเดียว ดีกว่านั้น คือ ใช้ไม้ทำให้สุนัขกลัว โดนไม่ต้องตี ในทริปนี้ ไม้เซลฟี่ช่วยผมไล่สุนัขไป 2 ครั้งที่วัด และระหว่างทางปั่น โดนไม่ต้องตี แค่ยกขึ้นมาเท่านั้น

ไม้เซลฟี่ ไม่ใช่เพียงมีไม้และใส่มือถือ จากนั้นกดตั้งเวลาให้ชัตเตอร์ทำงาน (พอดีของผมไม่ทำงานเชื่อมต่อกันกับปุ่มกดที่ด้าม) ผมต้องกะเวลา หันมุมกล้อง และฝึกกำลังกล้ามเนื้อแขน ไม่ให้สั่นระหว่างเวลานับถอยหลังด้วย หามุมที่จะได้ภาพ ไม่เอียง ไม่ขาด พอมีสมดุลในภาพด้วย ผมจึงว่า การใช้ไม้เซลฟี่ เหมือนการฝึกวิทยายุทธ์ก็ไม่ปาน

น่าน-ปัว ไม่กลัวฝน เป็นทริปที่ดีและน่าประทับความทรงจำจริง อ.ปัวและอ.เมือง จ.น่าน ในหน้าฝนแม้นจะเปียกฝนบางเวลา แต่ธรรมชาติสวยงามทีเดียว ถ้ามาเที่ยวหน้าหนาว ก็จะได้รับไอหนาวเย็น หมอกขาวๆ แต่ต้นไม้ ใบพืชไม่เขียวสดใสเช่นนี้ คงแล้วแต่ความถนัด จัดกันตามชอบใจ เพราะอย่างไร จ.น่านก็จะยังคงงดงาม และรอต้อนรับแขกแก้วผู้มาเยือนเสมอ ผมมาจ.น่าน หลายครั้งแล้ว และทุกๆครั้งผมรู้สึกเหมือนกลับบ้าน ผมอาจจะเคยพำนักพักอยู่ที่ดินแดนนี้แต่หนใดหนหนึ่งไหมหนอ

1,914 views

1

แบ่งปัน