กำลังโหลดข้อมูล

คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน

มิวเซียมไทยแลนด์

  1. หน้าแรก
  2.    >   มิวเซียมไทยแลนด์
  3.    >   อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

27 มิถุนายน 2562

ชื่นชอบ 613

44,439 ผู้เข้าชม

แกลเลอรี

ข้อมูลพิพิธภัณฑ์

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ตั้งอยู่ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา  ห่างจากตัวจังหวัดนครราชสีมาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตร มีพื้นที่รับผิดชอบราว ๒,๖๕๘ ไร่  ครอบคลุมพื้นที่สำคัญของเมืองพิมายในอดีต ด้านทิศเหนือและตะวันออกจรดแม่น้ำมูล ทิศตะวันตกจรดลำจักราช และด้านทิศใต้ครอบคลุมสุดเขตบารายด้านทิศใต้ 

 

กรมศิลปากร ได้ดำเนินการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมแห่งนี้ โดยดำเนินการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมืองพิมายในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๓ ตอนที่ ๓๔ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๙ และได้ดำเนินการบูรณะปราสาทหินพิมายครั้งใหญ่ ระหว่าง พ.ศ.๒๕๐๗ – ๒๕๑๒ โดยกรมศิลปากรร่วมกับรัฐบาลฝรั่งเศส ทำการบูรณะปราสาทประธานด้วยเทคนิค “อนัสติโลซีส” (ANASTYLOSIS) คือ การนำชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวปราสาทประกอบเข้าด้วยกันตามหลักวิชาการและนำกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม รวมทั้งได้บูรณะโบราณสถานในเมืองพิมายอย่างต่อเนื่อง ต่อมากรมศิลปากรจึงได้จัดตั้งโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ พิมายขึ้น และดำเนินการบูรณะปรับปรุงโบราณสถานอื่นๆ ที่สำคัญจนแล้วเสร็จ และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๒ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน

 

เมืองพิมาย ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เป็นสถานที่ตั้งของปราสาทหินพิมาย ซึ่งเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีอายุราว ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว เมืองพิมายมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง ๕๖๕ เมตร ยาว ๑,๐๓๐ เมตร  มีกำแพงและคูน้ำล้อมรอบ มีแม่น้ำมูลไหลผ่านทางทิศเหนือและทิศตะวันออก ทางทิศใต้มีลำน้ำเค็ม ทิศตะวันตกมีลำน้ำจักราชไหลขึ้นไปบรรจบกับลำน้ำมูล คำว่า “พิมาย” น่าจะเป็นคำเดียวกับคำว่า “วิมายะ” ที่ปรากฏอยู่ในจารึกภาษาเขมรที่กรอบประตูด้านทิศตะวันออกของระเบียงคดด้านทิศใต้ของปราสาทหินพิมาย ระบุชื่อ “กมรเตงชคตวิมาย” และกล่าวถึงการสร้างรูปเคารพสำคัญชื่อ “กมรเตงชคตเสนาบดีไตรโลกยวิชัย” ใน พ.ศ.๑๖๕๑ ดังนั้นเมืองพิมาย จึงเชื่อได้ว่าเป็นเมืองที่มีมาตั้งแต่ในสมัยอาณาจักรเขมรโบราณ ที่มีการพัฒนาของชุมชนและสังคมตามลำดับ

บริหารจัดการ

กรมศิลปากร

ประเภทพิพิธภัณฑ์

ชีวประวัติ, ประวัติศาสตร์ และ โบราณคดี

วัตถุจัดแสดงที่มีความสำคัญ / สิ่งที่น่าสนใจ

พลับพลาเปลื้องเครื่อง

                   ตั้งอยู่บริเวณด้านซ้ายมือของทางเดินเข้าสู่ตัวปราสาท เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง ๒๖ เมตร ยาว ๓๕.๑๐ เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก จากการขุดแต่งบริเวณนี้เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ พบกระเบื้องมุงหลังคาจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบรูปเคารพ เครื่องประดับและเหรียญสำริดจำนวนหนึ่งภายในอาคาร จึงเป็นเหตุให้เรียกกันว่า “คลังเงิน” อยู่ระยะหนึ่ง จากตำแหน่งที่ตั้งสันนิษฐานว่าอาคารหลังนี้ คงใช้เป็นสถานที่พักเตรียมพระองค์สำหรับกษัตริย์หรือเจ้านายชั้นสูงที่เสด็จมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมทั้งเป็นสถานที่พักจัดขบวนสิ่งของถวายต่างๆ

 

 

สะพานนาคราช

                   ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าโคปุระด้านทิศใต้ สร้างด้วยหินทราย มีผังเป็นรูปกากบาท กว้าง ๔ เมตร ยาว ๓๑.๗๐ เมตร ยกพื้นสูงจากพื้นดินประมาณ ๒.๕๐ เมตร ราวสะพานทำเป็นลำตัวนาค ที่ปลายราวสะพานทำเป็นรูปนาคราชชูคอแผ่พังพานเป็นรูปนาค ๗ เศียร อันเป็นลักษณะที่นิยมในศิลปะเขมรแบบนครวัด ราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๗ สะพานนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางเข้าสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ตามคติความเชื่อเรื่องจักรวาลเชื่อว่าเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ คตินี้สืบต่อกันมาในศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ

 

ซุ้มประตูและกำแพงแก้ว

                   ซุ้มประตูหรือโคปุระ มีลักษณะเป็นรูปกากบาท ตั้งอยู่ที่กึ่งกลางของแนวกำแพงแก้วทั้ง ๔ ด้าน กำแพงแก้ว ก่อด้วยหินทราย สูงประมาณ ๘ เมตร มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง ๒๒๐ เมตร ยาว ๒๗๕.๕ เมตร ถัดจากกำแพงแก้วเข้ามาถือว่าเป็นการเข้าสู่ดินแดนสวรรค์อันเป็นที่อยู่ของเทพเจ้า

 

ชาลาทางเดิน

                   เมื่อผ่านซุ้มประตูด้านทิศใต้เข้ามาจะเป็นลานชั้นนอกของปราสาท ปรากฏแนวทางเดินทอดไปยังซุ้มประตูระเบียงคดด้านทิศใต้ แนวทางเดินนี้ก่อด้วยหินทราย ยกพื้นสูงประมาณ ๑ เมตร แบ่งเป็น ๓ ช่องทางเดิน จากการบูรณะพบเศษกระเบื้องมุงหลังคาและบราลีดินเผาจำนวนมาก เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าทางเดินมีลักษณะเป็นระเบียงโปร่งหลังคามุงกระเบื้อง รองรับด้วยเสาไม้ซึ่งผุพังไปหมดแล้ว

 

บรรณาลัย

                   ตั้งอยู่บริเวณลานชั้นนอกระหว่างซุ้มประตูกำแพงแก้วและซุ้มประตูระเบียงคดด้านทิศตะวันตก มีลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกพื้นสูง ก่อด้วยหินทราย กั้นเป็นห้องยาวตลอดแนว บริเวณพื้นห้องพบร่องรอยหลุมเสารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ระหว่างการขุดแต่งพบกระเบื้องมุงหลังคาดินเผาเป็นจำนวนมาก สันนิษฐานว่าเดิมคงมีหลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง อาคารทั้งสองหลังนี้เป็นอาคารขนาดใหญ่ เชื่อกันว่าเป็นบรรณาลัยซึ่งหมายถึงสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์ต่างๆ ทางศาสนา

 

สระน้ำ

                   ตั้งอยู่ที่มุมทั้ง ๔ ทิศ ของลานกำแพงปราสาทชั้นนอก ภายในสระพบว่ามีการนำวัสดุจากชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม เช่น เสาประดับกรอบประตู นำมาวางเรียงกันอย่างไม่เป็นระเบียบ เดิมบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของวัดต่างๆ ซึ่งได้ย้ายไปตั้งใหม่นอกปราสาทแล้ว เช่น วัดสระเพลง วัดพระปรางค์ใหญ่ วัดโบสถ์ และวัดพระปรางค์น้อย สระเหล่านี้คงขุดขึ้นเพื่อประโยชน์ของวัดในการใช้อุปโภคบริโภค ในราวสมัยอยุธยาตอนปลาย

 

ซุ้มประตูและระเบียงคด

                   ระเบียงคด ก่อด้วยหินทราย เป็นระเบียงทางเดินหลังคาซุ้มโค้ง มีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบปราสาทประธาน มีซุ้มประตูอยู่กึ่งกลางทั้ง ๔ ด้าน โดยมีตำแหน่งที่ตั้งตรงกับแนวของประตูเมืองและประตูทางเข้าปราสาทประธาน ปรากฏหลักฐานสำคัญที่ซุ้มประตูระเบียงคดด้านทิศใต้ คือ จารึกบริเวณกรอบประตูด้านทิศตะวันออกของห้องกลาง จารึกด้วยอักษรขอมโบราณภาษาเขมร ระบุชื่อ “กมรเตงชคตวิมาย” และกล่าวถึงการสร้างรูปเคารพสำคัญชื่อ “กมรเตงชคตเสนาบดีไตรโลกยวิชัย” ตรงกับ พ.ศ.๑๖๕๑ ตลอดจนปรากฏพระนามของขุนนางชั้นสูงและพระนามพระมหากษัตริย์ คือ พระเจ้าธรณีนทรวรมันที่ ๑

 

ปราสาทประธาน

                   ภายในลานชั้นในซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารศาสนสถานหลายหลัง ที่ตั้งอยู่ตรงกลางคือปราสาทประธาน เป็นศูนย์กลางและสำคัญที่สุด ปราสาทประธานสร้างด้วยหินทรายสีขาว สูง ๒๘ เมตร หันหน้าไปทางทิศใต้ ซึ่งแตกต่างจากศาสนสถานเขมรในที่อื่นๆ ซึ่งมักจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๗ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๒ ส่วน คือ มณฑปและเรือนธาตุ มีการสลักลวดลายประดับตามส่วนต่างๆ เช่น หน้าบัน ทับหลัง ด้านนอกสลักเป็นภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์ ด้านในสลักภาพเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาคติมหายาน ภายในเรือนธาตุเป็นส่วนสำคัญที่สุดเรียกว่า “ห้องครรภคฤหะ” เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก บริเวณพื้นห้องตรงมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีร่องน้ำมนต์ต่อลอดผ่านพื้นห้องไปทางด้านนอก เรียกว่า “ท่อโสมสูตร”

 

พลับพลา

                   ภายในลานชั้นในด้านทิศตะวันออกของปราสาทประธาน มีฐานอาคารก่อด้วยหินทราย ผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ขนาด ๘.๑๔ เมตร ยกพื้นสูง ๐.๗๐ เมตร เว้นช่องว่างตรงกลางเป็นช่องสี่เหลี่ยม มีหลุมขนาดใหญ่อยู่ที่ขอบฐานด้านทิศเหนือและทิศใต้ ด้านที่หันเข้าสู่ปราสาทประธานทำเป็นมุขยื่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สันนิษฐานว่าอาคารหลังนี้คงใช้ประโยชน์ในพิธีกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

หอพราหมณ์

                   เป็นอาคารก่อด้วยหินทรายและศิลาแลง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกันกับปรางค์หินแดง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในปี พ.ศ.๒๔๙๗ ได้ค้นพบศิวลึงค์ขนาดย่อมทำด้วยหินทราย เชื่อกันว่าอาคารหลังนี้คงเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาพราหมณ์ จึงเรียกกันต่อมาว่าหอพราหมณ์ แต่จากรูปแบบและตำแหน่งที่ตั้งเดิมคงเป็นที่ตั้งของบรรณาลัยของปราสาทมากกว่า

 

ปรางค์หินแดง

                   สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน มีมุขยื่นอกไปทั้ง ๔ ทิศ เหนือกรอบประตูทางเข้าด้านทิศเหนือมีทับหลังหินทรายสลักภาพเล่าเรื่องมหาภารตะ ตอนกรรณะล่าหมูป่า ส่วนกรอบประตูด้านอื่นคงเหลือร่องรอยเฉพาะเสาประดับกรอบประตูประดับอยู่

 

ปรางค์พรหมทัต

                   สร้างด้วยศิลาแลง ตั้งอยู่ด้านหน้าของปราสาทประธานทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประตูทำเป็นมุขยื่นออกไปทั้ง ๔ ด้าน ภายในองค์ปรางค์พบประติมากรรมสำคัญ ๒ ชิ้น คือ ประติมากรรมหินทรายรูปบุคคลขนาดใหญ่นั่งขัดสมาธิ สันนิษฐานว่าเป็นรูปของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ชาวบ้านมักเรียกว่า ท้าวพรหมทัต ส่วนอีกชิ้นหนึ่ง เป็นประติมากรรมหินทรายรูปสตรีนั่งคุกเข่า ส่วนศีรษะและแขนหักหายไป เชื่อกันว่าเป็นรูปของพระนางชัยราชเทวี ชาวบ้านเรียกตามนิยายพื้นบ้านว่า นางอรพิม ปัจจุบันประติมากรรมทั้ง ๒ ชิ้นนี้ จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย 

แผนที่

ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ

ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110
โทรศัพท์ : 044-471 568
โทรสาร : 044-471 568
เว็บไซต์ : http://www.finearts.go.th/phimaihistoricalpark
อีเมล : phimai_finearts12@hotmail.com

วันและเวลาทำการ

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 7.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าชม

ค่าเข้าชมชาวไทย  คนละ ๒๐ บาท

ค่าเข้าชมชาวต่างชาติ คนละ ๑๐๐ บาท

ยกเว้นค่าเข้าชมสำหรับนักเรียน/นักศึกษาในเครื่องแบบ  และภิกษุสามเณร 

 

การเดินทาง

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว

จากตัวเมืองโคราชใช้ถนนมิตรภาพหรือทางหลวงหมายเลข 2 มุ่งหน้าไปขอนแก่น ประมาณ 50 กิโลเมตร พบทางแยกตลาดแคให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 206 อีก 10 กิโลเมตร จะถึงปราสาทหินพิมาย ซึ่งตั้งอยู่กลางอำเภอพิมาย       

 

เดินทางโดยรถประจำทาง

ขึ้นรถโดยสารโคราช-พิมาย ที่สถานีขนส่งแห่งที่ 2 ในตัวเมืองนครราชสีมามีทั้งรถปรับอากากาศและรถธรรมดา รถจอดหน้าปราสาทหินพิมาย

เนื้อหาสำหรับประชาชนทั่วไป

เหมาะสม
ไม่เหมาะสม

เนื้อหาสำหรับเด็ก

เหมาะสม
ไม่เหมาะสม

รับบัตรเครดิต

รับ
ไม่รับ

รับจองล่วงหน้า

กรณีต้องการเจ้าหน้าที่นำชม ให้ติดต่อล่วงหน้า

ข้อมูลสำหรับผู้พิการ

มีห้องน้ำและที่จอดรถสำหรับผู้พิการ

สิ่งอำนวยความสะดวก

มีที่จอดรถ

9

แบ่งปัน

กิจกรรม

31 มี.ค. 2565

02 เม.ย. 2565

30 มีนาคม 2565
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย  สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากร   กำหนดจัดกิจกรรม “เปิดไฟโบราณสถานยามราตรี Light Up ประดับเมือง”  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพิมาย และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐา​ธิราชเจ้า กรมสมเด็จ​พระเทพรัตนราชสุดา​ฯ สยาม​บรมราชกุมารี วันที่ ๒ เมษายน​ ๒๕๖๕ และวันอนุรักษ์​มรดกไทย ประจำปีพุทธศักราช​ ๒๕๖๕   โดยมีกำหนดเปิดไฟส่องสว่าง โบราณสถานปราสาทพิมาย และโบราณสถานเมรุพรหมทัต  ในค่ำคืนวันที่ ๓๑ มีนาคม ถึง ๒ เมษายน​ ๒๕๖๕ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ -​ ๒๐.๐๐ น.   สอบถามเพิ่มเติม: สำนักงาน อุทยาน​ประวัติ​ศาสตร์​พิมาย​ โทร. ๐๔๔ - ๔๗๑ ๕๖๘  หรือ ทาง inbox เฟซบุ๊ก​แฟนเพจ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย Phimai Historical Park   หมายเหตุ: ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย​โบราณสถานในยามวิกาล  ตลอดจนความปลอดภัยของ​นักท่องเที่ยว เนื่องจากพื้นที่ภายในโบราณสถาน ​เป็นทางเดินต่างระดับไม่ราบเรียบ และมืดสลัว จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว  ชมความงามของการประดับไฟโบราณ​สถานได้จากพื้นที่ภายนอกเท่านั้น

17 ก.พ. 2565

15 กุมภาพันธ์ 2565
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ขอเชิญชวนชมการแสดงโขนสำนักการสังคีต กรมศิลปากร โขนรามเกียรติ์ ตอนศึกโรมคัล ทศกัณฐ์พ่าย   วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เวลา ๑๖.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๙.๐๐ น. ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา   เข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-๑๙ ครบ ๒ เข็ม  

11 พ.ย. 2563

15 พ.ย. 2563

05 พฤศจิกายน 2563
จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ กรมศิลปากร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอพิมาย เทศบาลตำบลพิมาย  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และประชาชนอำเภอพิมาย  กำหนดจัดงาน “เทศกาลเที่ยวพิมาย นครราชสีมา ประจำปี 2563”   ระหว่างวันที่ 11 – 15 พฤศจิกายน 2563 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย  ลำน้ำจักราชและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ของอำเภอพิมาย  จังหวัดนครราชสีมา   ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การแสดงประกอบ แสง เสียง สื่อผสม ชุด ปาจิต อรพิม   ตอน อโรคยา..เมตตาแห่งราชันย์ พิมายปุระ THE MUSICAL วันที่ 11 - 15 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 19.00 น.   การแข่งขันเรือยาวประเพณีชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ   ณ สนามแข่งขันเรือ ลำน้ำจักราช ที่ตรงและสวยสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย  ระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.00 – 15.00 น.   ตลาดย้อนยุคโบราณ จำหน่ายอาหารพื้นบ้าน กว่า 80 ร้านค้า   อาทิ ผัดหมี่(คั่วหมี่พิมาย)  ส้มตำ ขนมไทย  รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชน มากกว่า 40 ร้าน   และผลผลิตทางการเกษตร สินค้า OTOP   **ติดต่อรับบัตรชมการแสดง แสง สี เสียง ได้ที่เทศบาลตำบลพิมาย โทร. 0 4447 1121 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอพิมาย โทร. 0 4447 1617 อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย โทร. 0 4447 1568  

18 ม.ค. 2563

13 มกราคม 2563
ขอเชิญชมการจัดแสดง Mini light & Sound Phimai ประจำปี ๒๕๖๓ ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ในวันเสาร์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๓   กำหนดการ ๑๖.๐๐ น. ลงทะเบียนเข้าสู่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติด้วยการผูกข้อมือต้อนรับโดยผู้เฒ่าผู้แก่ชาวอำเภอพิมายตามประเพณีอีสาน นำชมปราสาทหินพิมาย สถาปัตยกรรมล้ำค่าศิลปะสมัยอาณาจักรขอมโบราณ (โดยยุวมัคคุเทศก์จากโรงเรียนพิมายวิทยา) กิจกรรมตลาดย้อนยุคพิมายพันปี เลือกช็อป ชิม อาหารขึ้นชื่อของอำเภอพิมาย โดย นักท่องเที่ยวเลือกซื้ออาหารเองตามอัธยาศัย(มีเสื่อพร้อมโตกไว้บริการให้นั่งรับประทานอาหาร) ๑๘.๓๐ น. - เข้าสู่ที่นั่งชมการแสดงแสง สี เสียง ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ๑๘.๔๐ น. - พิธีกร (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น) กล่าวแนะนำแขกผู้มีเกียรติ ประธานในพิธี กล่าวต้อนรับคณะนักท่องเที่ยว เริ่มการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุดแรก เป็นการแสดงรำต้อนรับผู้มาเยือน๑.ชุดรำบายศรีสู่ขวัญ ๓.รำเทวสตรี ๑๙.๐๐ น. - พิธีกรกล่าวนำเข้าสู่การแสดงประกอบแสงเสียง Mini light & Sound Phimai ชุด “วิมายะนาฏการ” เป็นการแสดงที่จินตนาการจากเรื่องราวของภาพจำหลักในปราสาทหินพิมายออกมาเป็นนาฏลีลา ซึ่งเป็นการแสดงต่อเนื่องหลายชุด ได้แก่ ฉากการสร้างปราสาทหิน การแสดงรำมวยโบราณ กระโน้บติงตอง รำจับกรับ รำดึงครกดึงสาก ขบวนแห่พุทธบูชา รำพิมายปุระ ๒๐.๐๐ น. - จบการแสดง ประธานมอบช่อดอกไม้ ให้กับตัวแทนนักแสดงโรงเรียนพิมายวิทยา   ชมฟรีนะครับ ลงทะเบียนเข้าชมทางเข้าอุทยานครับ ** สอบถามเพิ่มเติมที่ ททท.สำนักงานนครราชสีมา โทร. 044-213 030 / 044-213 666 **

06 พ.ย. 2562

10 พ.ย. 2562

30 ตุลาคม 2562
งานเทศกาล เที่ยวพิมาย ประจำปี 2562  ระหว่างวันที่ 6 - 10 พฤศจิกายน 2562 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย   ชมการแสดง แสง สี เสียง สื่อผสม ชุดปาจิต อรพิม ตอน “อโรคยา เมตตาแห่งราชันย์”  พิมายปุระ The musical ตลาดย้อนยุคโบราณ นิทรรศการประวัติศาสตร์เมืองพิมาย การแข่งเรือยาวประเพณี การประกวดทำอาหารพื้นบ้าน จำหน่ายสินค้า OTOP การแสดงคอนเสิร์ต   ** สอบถามเพิ่มเติม สำนักงานเทศบาลตำบลพิมาย โทร. 082-1451366 / 044-471121  ในวันและเวลาราชการ **
pav

/

next

พิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง