คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน

ย้อนกลับ

จิตรกรรมฝาผนัง

วัดหนองโนเหนือ

     วัดหนองโนเหนือ มีความเป็นมากว่า 200 ปี เดิมชื่อ "วัดบูรณะสามัคคี" เมื่อราวปี พ.ศ. 2363 ได้ย้ายสถานที่ตั้งจากวัดที่รกร้าง มาตั้งอยู่บริเวณใกล้หนองน้้า เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของหมู่บ้าน เปลี่ยนเป็นชื่อ "วัดหนองโนเหนือ" จนถึงปัจจุบัน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรก พ.ศ.2373และครั้งที่สอง พ.ศ.2541  วัดหนองโนเหนือเป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่ามีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เสียดายไม่มีประวัติมากนัก นอกจากเรื่องราวของหลวงพ่อม่วงแร้งซึ่งเป็นพระประธานคู่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์หลังเก่า ซึ่งมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า...  หลวงพ่อม่วงแร้งเป็นพระพุทธรูปหินทรายแดงปางมารวิชัย เป็นศิลปะอู่ทอง สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น อายุกว่า 700 ปี แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่ “วัดโคกม่วงแร้ง” ต.หนองกระบือโซ อ.หนองแซง จงสระบุรี ประมาณปี พ.ศ.2373 เจ้าอาวาสวัดหนองโนเหนือได้นิมิตว่าหลวงพ่อม่วงแร้งมาบอกว่าอยากกินขนุนที่หนองโน เจ้าอาวาสจึงพาพระสงฆ์และชาวบ้านออกตามหากระทั่งพบและได้ทำพิธีอันเชิญมาประดิษฐานที่วัดหนองโนเหนือ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2373 กระทั่งปัจจุบัน

     ว่ากันว่าใครที่มีโอกาสได้มาสักการะหลวงพ่อม่วงแล้ง จะสามารถคลายความทุกข์ร้อนใจประสบความสำเร็จตามปรารถนา ทำสิ่งใดก็สำเร็จทุกประการ ส่วนสิ่งของบูชา ขององค์พระตามความเชื่อของชาวบ้านที่นี่ก็คือ ขนุนสุก เครื่องสักการะที่นำมาถวายแก้บน จนเกิดเป็นประเพณีสืบสานตำนานแห่ขนุน ประเพณีหนึ่งเดียวในโลกที่ที่จดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน  นอกจากนี้บริเวณผนังโดยรอบของพระอุโบสถเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่บอกเล่าถึงพุทธประวัติ วิถีชีวิตของชาวไทยวน สกุลช่างหลวงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์   วัดนี้ในอดีตมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย (วิหารเก่าตกท้องสำเภา และยังมีธรรมาสน์โบราณที่มีร่องรอยของงานช่างในสมัยกรุงศรีอยุธยา) แต่น่าจะถูกทิ้งร้างไประยะหนึ่ง จนกระทั่งมีชุมชนชาวไทยวนจากเชียงแสน อพยพลงมาช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณโดยรอบ (ดังปรากฏในกลุ่มภาพกากที่เล่าเรื่องทศชาติ มีภาพกลุ่มสตรีไทยวนนุ่งผ้าซิ่นตีนจก)  ...วัดนี้จึงได้รับการบูรณะให้เป็นวัดประจำชุมชน... สันนิษฐานว่าภาพจิตรกรรมที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้น่าจะเขียนขึ้นครั้งแรกอย่างน้อยคือในสมัยรัชกาลที่ 4 อีกทั้งมีองค์ประกอบภาพรวมทั้งเรื่องราวแปลกกว่าที่อื่นคือ จิตรกรรมฝาผนังด้านหลังองค์พระประธาน (หลวงพ่อม่วงแล้ง) เล่าเรื่องพระมาลัยไปสักการะพระเจดีย์จุฬามณี และขบวนพยุหยาตราของกษัตริย์

...จิตรกรรมฝาผนังตรงข้ามองค์พระประธานเหนือช่องประตู เล่าเรื่องมารวิชัย

...จิตรกรรมฝาผนังทั้งสองด้านเหนือช่องหน้าต่างเขียนเรื่องทศชาติชาดก

...จิตรกรรมฝาผนังทั้งสามด้านระหว่างช่องหน้าต่างและประตู เขียนเป็นวรรณกรรมเรื่องจันทโครบ

     ที่ยังคงความสมบูรณ์สวยงามมากมาจนถึงปัจจุบัน แม้หลายส่วนชำรุดไปตามกาลเวลาแต่ยังงดงามและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ๆ ส่วนภายนอกของตัวพระอุโบสถหลังเก่ายังถือเป็น โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรอีกด้วย อีกทั้งยังมีแผ่นพับที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ของวัดทำไว้แจกนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาที่วัดแห่งนี้อีกด้วย  เรียกได้ว่าเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญอยู่คู่กับชาวสระบุรีมายาวนานอีกหนึ่งที่เลยก็ว่าได้ ใครที่มีโอกาสดีได้ไปเที่ยวสระบุรี ก็อย่าลืมแวะไปกราบไหว้ขอพร ชมความสวยงามของวัดหนองโนเหนือแห่งนี้ได้ทุกวัน ทั้งได้ความรู้ความประทับใจกลับบ้านอีกด้วย

จัดทำโดย Muse Mobile

217 views

0

แบ่งปัน