ย้อนกลับ

ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ ได้ความรู้ จ.เชียงราย

เที่ยวเชียงราย ในมุมมองที่แตกต่าง

สวัสดีครับ.. วันนี้ได้มีโอกาสได้มารีวิวสถานที่ท่องเที่ยวของเชียงราย ที่เรียกได้ว่า คุณต้องห้ามพลาด...เริ่มจากสถานที่ที่ หลาย ๆ คนไม่รู้จัก แต่อาจจะเคยได้ยิน แต่ยังไม่เคยไป...พิพิธภัณฑ์เล่นได้  อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

พิพิธภัณฑ์เล่นได้ เกิดจากการรวมตัวของ กลุ่มคนเฒ่าคนแก่ในบ้านป่าแดดราว 6-10 คน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2540 ที่ให้ ใช้พื้นดินสาธารณะในการดำเนินงานตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดป่าแดด จุดริเริ่มอยู่ที่ความสุขใจ จากการพูดคุยเรื่องราวในอดีตของแต่ละคน และค้นพบว่าความสุขสนุกสนานจากการเล่นของเล่นในวัยเยาว์ มีเรื่องราวที่งดงาม และความประทับใจ มากมาย จึงเป็นที่มาของการเริ่มดึงความสุขจากใจคนเฒ่าคนแก่ออกมาเล่าขานผ่านของเล่นเด็กอันเปี่ยมด้วยคุณค่า 

ซึ่งสถานที่ตรงนี้..ได้ย้ายจากสถานที่เดิมออกมาเป็นบ้านไม้สองชั้นทรงไทย สวยงามมาก ๆ ครับ  

และภายในก็ยังมีของเล่นให้เด็ก ๆไ ด้เล่น มากมาย..และหลาย ๆ อย่างบอกเลยว่าเด็ก ๆ ไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนแน่นอน

 

ภายในบ้านชั้นบนมีห้องพักให้คณะที่มาจัดกิจกรรมได้พักอีกด้วยนะครับ.

และชั้นล้าง ยังมีล้านที่เอาไว้จัดกิจกรรมและให้เด็กๆได้ลองเล่นของเล่นต่างอีกด้วย...

และที่นี่ก็ยังมีของเล่นให้เพื่อน ๆ ได้ช๊อฟกันอีกด้วยนะครับ...บอกเลยว่า..ของเล่นที่นี่ราคาถูกมาก ๆ เลย..

สามารถซื้อเป็นของฝากลูกฝากหลานก็ได้หรือว่าจะซื้อเอาไว้เล่นเองหรือใช้เองก็ยังได้นะครับ.

สำหรับที่ เปิดให้นักท่องเทียวเข้าชมได้ฟรีและเล่นฟรีครับไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

เปิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 -17-00 น.

สำหรับวันจันทร์ – ศุกร์ สามารถติดต่อทำกิจกรรมหรือมาเป็นกลุ่มคณะได้นะครับ

สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 089-999-8537    หมู่ 3 ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

จากนั้นผมออกเดินทาง พิพิธภัณฑ์เล่นได้ เดินทางไปเที่ยวที่...หอวัฒนธรรมนิทัศน์เฉลิมพระเกียรติ กาญจนาภิเษก
หอวัฒนธรรมนิทัศน์ฯ ขณะนี้ได้จัดนิทรรศการเป็น พิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย หรือ ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังเก่า ตั้งอยู่ ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย  เป็นอาคารหลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน รูปแบบอาคารเป็นทรงยุโรป แบบโคโลเนียล ก่ออิฐถือปูน 3 ชั้น ด้านหน้าเป็นรูปโค้งมีโถงทางเดินเชื่อมตลอดไม้ใช้เสาและคานคอนกรีต

ภายใน แสดงภาพเก่าเชียงราย ประกอบ สื่อวีดีทัศน์          

ชั้นที่ 1 ในแต่ละห้อง จัดแสดง ภาพเจ้านายฝ่ายเหนือ ชาวบ้าน ชาวเขา ภาพวิถีชีวิต ภาพดนตรี และอาหาร รวมทั้งเงินตรา  สมัยล้านนา                                                                   

ชั้นที่ 2 จัดแสดงภาพ เชียงรายในอดีต และ ภาพล้านนา

 

ชั้นที่ 3 จัดแสดงภาพ รัขกาลที่ 7 เสด็จเยือนเชียงราย รัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนเชียงราย โถงทางเดิน  มีการประดับตกแต่งด้วยโคม ไฟ หลากสีสันสวยงามมากๆ ถูกแขนไว้ใต้ หลังคา บอกเลยว่า. .ที่นี่สวยงามถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็ว่าได้..สำหรับที่นี่ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม  หยุดทุกวันจันทร์   เวลาทำการ เปิดให้เข้าชม 09:00 - 17:00 น.   สอบถามข้อมูลเพิมเติมที่เบอร์ 053-175336 สำนักการศึกษา อบจ.ชร.

หลังจากเดินถ่ายภาพกันเพลิดเพลินดีแล้ว ผมออกเดินทางมุ่งหน้าไปเที่ยว....อีกหนึ่งสถานที่ของ อ.แม่ฟ้าหลวง..กับ “หอแห่งแรงบันดาลใจ” เริ่มต้นเราก็ต้องไปซื้อตั๋วเค้าชมกันก่อน...สำหรับที่นี่มีค่าเข้าชม 90 บาท ครับ

 

หอแห่งแรงบันดาลใจ ได้รับการออกแบบโดย ร้อยเอกจิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งนำเรื่องราวต่างๆ ของราชสกุลมหิดล อันประกอบไปด้วย สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

 

ที่ต่างทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของกันและกัน ในการทรงงานเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของแผ่นดินไทย และส่งผลเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งแผ่นดินไทย มาจัดแสดงภายในหอแห่งแรงบันดาลในนี้ โดยแบ่งออกเป็น 7 ห้อง ดังนี้ ห้องที่ 1 “ราชสกุลมหิดล” ห้องนี้เป็นห้องที่จะกล่าวถึงสมาชิกราชสกุลมหิดล ในฐานะครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งที่อบอุ่น ที่เปรียบ “ดั่งหยดน้ำ” รวมตัวกันหลั่งลงมาบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ปวงชนชาวไทย ดังคำกล่าว “หอแห่งแรงบันดาลใจ เพียงหยดน้ำ หนึ่งหยดเล็กๆ ก็ส่งแรงกระเพื่อมสะเทือนไหว แต่ขยายยิ่งใหญ่ กว้างไกลไม่มีที่สิ้นสุด ราชสกุลมหิดล เปรียบได้ดั่งหยดน้ำหยาดลงบนแผ่นดิน สร้างความฉ่ำเย็นให้ชนทั้งมวล”

 

ห้องที่ 2 “เรื่องราวของราชสกุลผ่านพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ห้องนี้กล่าวถึงพระราชประวัติสมเด็จย่าในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่ยังทรงเป็น เด็กหญิงสังวาลย์ เด็กสาวสามัญที่ใฝ่ดีและแสวงหาโอกาส จนเป็นคู่ชีวิตของเจ้าฟ้าที่ได้เห็นและซึมซับพระราชปณิธานอันแรงกล้าในการทรงงานเพื่อแผ่นดินของพระสวามี มาเป็นแม่ของลูก ที่มีหลักในการอบรมเลี้ยงดูพระโอรสพระธิดาให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ และในที่สุดกลายเป็นแม่ฟ้าหลวง ของพสกนิกรชาวไทย ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้คนที่แร้นแค้นมากมายได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

 

ห้องที่ 3 “การกลับคืนสู่มาตุภูมิของราชสกุลมหิดล

ด้วยความรับผิดชอบที่ทรงมีต่อประเทศชาติ สมาชิกของราชสกุลมหิดลทรงต้องละวางชีวิตที่เรียบง่าย เพื่อเสด็จนิวัติกลับสู่มาตุภูมิ มาทรงรับพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในฐานะ พระมหากษัตริย์ของประชาชน ในยุคที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย

ห้องที่ 4 “ความทุกข์ยากของประชาชน”  ห้องนี้จะทำให้ผู้ที่ได้รับชมรับรู้ว่า “การครองราชย์ หาใช่ความสุขสบายไม่ หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทรงงานที่หนักหน่วงตลอดพระชนม์ชีพ”

 

ก้าวแรกที่เดินเข้าไปจากรูปภาพแผ่นเล็กๆ ร้อยเรียงเป็นภาพปัญหาที่กระทบต่อชีวิตของคนไทย ทั้งปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า การขาดแคลนน้ำ สภาวะแห้งแล้ง พร้อมกับเสียงพูดคุยของชาวบ้านในทุกพื้นที่ถึงปัญหาดังกล่าว ให้ความรู้สึกว่าปัญหาไม่มี  วันหยุดและมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

ห้องที่ 5 “แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน”  ถัดจากห้องที่ 4 ที่ได้รับรู้ถึงปัญหาจากทุกสารทิศในแผ่นดินแล้ว ห้องที่ 5 จึงจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกแห่งในประเทศไทย เพื่อทรงแก้ปัญหา โดยทรงยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาด้วยอุปกรณ์ธรรมดาๆ ที่พระองค์ใช้ทรงงาน ได้แก่ แผนที่ วิทยุสื่อสาร ดินสอ และกล้องถ่ายรูป และภายในห้องนี้ยังนำวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ จัดแสดงให้ชมผ่าน “Shadow Animation” บนจอขนาดใหญ่ ซึ่งหากผู้ที่รับชมสนใจโครงการพระราชดำริโครงการไหน ก็สามารถชูมือให้เงาขึ้นที่หน้าจอ ตัวละครก็จะออกมาอธิบายความเป็นมาของโครงการพระราชดำรินั้น

ห้องที่ 6 “แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนบนดอยตุงเมื่อครั้งที่สมเด็จย่ามีพระชนมายุ 87 พรรษา ทรงมีพระราชดำริริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุง เพื่อแก้ไขปัญหาของดินแดนที่เป็นส่วนหนึ่งของสามเหลี่ยมทองคำอย่างครบวงจร ด้วยการปลูกป่า...ปลูกคน ควบคู่กันไป เพื่อช่วยเหลือให้ชาวเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยทรงศึกษาจากโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และทรงนำมาปรับใช้ที่ดอยตุง หรือเรียกว่าเป็นโครงการพัฒนาที่แม่เรียนจากลูกจนทำให้ทุกวันนี้ทั้งคนและผืนป่าของดอยตุง ได้รับการพลิกฟื้นคืนสู่ชีวิตที่ดีและพอเพียง 

ห้องที่ 7 “ห้องแห่งแรงบันดาลใจ” 

ห้องสุดท้ายนี้แสดงถึงความใกล้ชิดและความผูกพันระหว่างสมาชิกราชสกุลมหิดลทั้ง 5 พระองค์ ซึ่งต่างเรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กัน ได้นำไปสู่การแก้ปัญหาแล้วปัญหาเล่า และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีแก่ประเทศชาติมากมาย
ก้าวแรกที่เข้าไปจะพบกับพระบรมฉายาลักษณ์ของราชสกุลมหิดลพร้อมภาพการทรงงานของทั้ง 5 พระองค์ เรียงต่อเป็นวงกลม ให้ความรู้สึกภูมิใจและซาบซึ้งถึงแรงบันดาลใจที่ครอบครัวเล็กๆ นี้มีต่อกัน แต่ส่งผลอย่างยิ่งใหญ่ให้กับคนไทยทั้งแผ่นดิน
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหอแห่งแรงบันดาลใจนี้ จะทิ้งคำถามและข้อคิดให้กับผู้ที่ได้รับชม ว่าทุกอย่างที่ได้เรียนรู้ไปนั้นจะสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้อย่างไร เรียกว่าเป็น หอแห่งแรงบันดาลใจที่สร้างแรงบันดาลใจได้จริงๆ นั่นเอง

หอแห่งแรงบันดาลใจตั้งอยู่ที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เปิดให้เข้าทุกวัน  เวลา 08.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานดอยตุง โทร. 0 5376 7015-17 สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 0 2252 7114 ต่อ 212, 213 เว็บไซต์ www.doitung.org

จากนั้นไหน ๆ ก็เวลายังเหลือ ก่อนเข้าที่พัก ผมเลยคิดว่าไปเที่ยวที่ อุทยานศิลปะวัฒรธรรมแม่ฟ้าหลวง ต่อดีกว่า...วัยรุ่นพลังงานยังเหลือเฟือ)

อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่คนเชียงรายรู้จักในชื่อ “ไร่แม่ฟ้าหลวง” ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เดิมเป็นสถานที่ทำการของมูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขาไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อหาตลาดให้งานหัตถกรรมที่เป็นศิลปะของชาวไทยภูเขา และดูแลไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง

สถานที่แห่งนี้เคยทำหน้าที่เสมือน  “บ้าน”  สำหรับผู้นำเยาวชนชาวเขาจากหมู่บ้านห่างไกลที่ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนได้ฝึกวิชาชีวิตจากการอยู่ร่วมกัน ก่อนจะเติบโตแยกย้ายกันไปพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง ต่อมาโครงการนี้ได้สิ้นสุดลง เมื่อการศึกษาภาครัฐขยายเข้าไปในพื้นที่ห่างไกล เยาวชนจึงมีโอกาสเรียนในโรงเรียนใกล้หมู่บ้าน ไร่แม่ฟ้าหลวงจึงเปลี่ยนเป็น “อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง”  เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนาของไทย

ปัจจุบัน อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคเหนือ เปิดให้นักท่องเที่ยวชมงานพุทธศิลป์เก่าแก่ โบราณวัตถุอายุนับศตวรรษ ศิลปวัตถุรังสรรค์จากไม้สัก มีอาคารสถาปัตยกรรมล้านนาที่งดงามท่ามกลางความเขียวชอุ่ม ร่มรื่นของพรรณไม้ท้องถิ่นบนพื้นที่ ๑๕๐ ไร่ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวงได้รับรางวัลกินรี จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประเภทรางวัลดีเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๙ และได้รับประกาศนียบัตรการบริการยอดเยี่ยม (Certificate of Excellence) ประจำปี ๒๕๕๘ จาก TripAdvisor

หอคำ สถาปัตยกรรมล้านนาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัดปงสนุก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง รูปทรงอาคารสอบเข้าตามลักษณะเรือนล้านนาโบราณ หลังคาแป้นเกล็ดเป็นแผ่นไม้สักกว้างประมาณ ๔ นิ้ว วางซ้อนเหลื่อมแทนแผ่นกระเบื้อง ลวดลายประดับได้มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ช่างพื้นบ้านผู้ก่อสร้างจากจังหวัดเชียงรายและแพร่ ช่างแกะสลักจากเชียงใหม่และลำพูน ไม้นานาชนิดที่ใช้ก่อสร้างมาจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) รวมกับไม้จากบ้านเก่า ๓๒ หลังในจังหวัดเชียงราย ชาวเชียงร่วมใจสร้างหอคำแห่งนี้ถวายเป็นเครื่องไหว้สาแม่ฟ้าหลวง ในโอกาสที่สมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนีเจริญพระชนมายุ ๘๔ พรรษา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ (ค.ศ.๑๙๘๔)

หอแก้ว  เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับไม้สัก และนิทรรศการชั่วคราวอื่นๆ ที่หมุนเวียนกันไป
นิทรรศการเกี่ยวกับไม้สักแสดงให้เห็นถึงความผูกพันอันแนบแน่นของชาวเหนือที่มีต่อไม้สักในหลายมิติ เป็นเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงงานศิลปะอันวิจิตรต่างๆ ที่นำมาใช้ในการพระศาสนา เริ่มจากตัวอาคารของวัดวาอาราม เครื่องตกแต่ง และเครื่องใช้ในพิธีกรรมต่างๆ จนถึงองค์พระพุทธรูป

“นิทรรศการภาพถ่ายหอคำ” ประกอบด้วยภาพหอคำและวิถีชีวิตในคุ้มหลวงของล้านนาโบราณซึ่งตามขบนธรรมเนียมในอดีต ถือได้ว่าหอคำเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองที่สำคัญ เป็นไปตามความเชื่อหลักศาสนา โหราศาสตร์ และมีความสำคัญต่อสังคม จากภาพถ่ายที่จัดแสดงจึงได้ปรากฏความเจริญของสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากการเมืองตลอดเวลา นิทรรศการเริ่มต้นด้วยรูปแบบโครงสร้างของหอคำที่ได้รับอิทธิพลศิลปะพม่าซึ่งได้แผ่ขยายไปทั่ว โดยจัดแสดงภาพหมู่พระมหามณเฑียรแห่งเมืองมัณฑเลย์ภาพถ่ายของหอคำในภาคเหนือของไทย อันประกอบไปด้วย หอคำเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน ข้ามแม่น้ำโขงไปยังลาวตอนบน จะพบหอคำหลวงพระบางและเมืองสิง จบลงด้วยภาพหอคำในเชียงตุง ยองห้วย และแสนหวีในรัฐแน ประเทศพม่า

สำนักงานกรุงเทพฯ
โทร. 02-252 7114
โทรสาร. 02-2541665
อีเมล์
tourism@doitung.org

ข้อมูลติดต่อ : เลขที่ 313 หมู่ 7 บ้านป่างิ้ว ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย
อีเมล์ rmfl@doitung.org
โทร. 0-5371-1968, 053-716605-7, 053-601013 โทรสาร 053-712429
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : www.maefahluang.org
เปิดบริการ : วันอังคาร - วันอาทิตย์ 08.30 น. - 17.00 น. (หยุดวันจันทร์)

คืนนี้ผมพักเอาแรงที่.... ที่นี่เลยครับ .โรงแรม เดอะสเปสเชียงราย  อยู่ในเมืองเชียงราย ไปไหนมาไหนก็สะดวก  โรงแรมเดอะสเปส โทร 053-600-422  พรี อาหารเช้า ฟิตเนส พื้นที่ประชุม เริ่มเต้นที่ 390 บาท บอกเลยว่าที่นี่ราคาห้องถูกสุดๆเลยครับ ราคาห้องปกติ ราคาเริ่มต้นแค่ คืนละ 390 บาทเองครับ แถมยังมีอาหารเช้าตั้งแต่ 06.00-09.00 น.อีกด้วยนะครับ ไม่พอแค่นั้นยังมีห้อง ฟิตเน็ตให้ลูกค้าได้เล่นอีกด้วยบอกเลยว่าที่นี่สุดคุ้มมากๆเพราะยังอยู่ใจกลางเมืองอีกด้วย ห่างไนท์บาซ่า เพียงแค่ 400 เมตรเอง สามารถเดินไปเที่ยวที่ไนท์บาซ่าได้ด้วย

 

ใครที่ไปที่ในท์บาซ่า ก็ไม่ควรพลาด บัวลอยไข่หวานมือถือ เจ้าเก่าที่ขึ้นชื่อ (ที่คนชอบเรียก บัวลอยมือถือ ก็คือ ร้านนี้ใครซื้อกินก็ต้องถือยืนกินกันหน้าร้านเลยน่ะครับ..ฮ่า ๆ)  ใครที่ไปแล้วไม่ได้กินไม่ได้ชมบอกเลยว่าคุณพลาดอย่าหนักเลย ร้านนี้น่าจะเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมาก ๆ โดยเฉพาะชาวจีน แต่บอกเลยนะครับว่า ร้านนี้เค้าเปิด ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 2 ทุ่มเท่านั้นนะครับ.ใครมาหลัง 2 ทุ่ม รับรองว่าคุณช้า แล้วก็ต้องอดชิมแน่นอน

หลังจากที่ตื่นตอนเช้าแล้วใครที่สนใจเรื่อง ของใบชา ไทย ชอบกินชาร้อน หรือว่า อยากหาของฝากเป็นชา ผมแนะนำร้านนี้เลยครับ สุวิรุฬห์ ชาไทย

ที่ร้านสุวิรุฬห์ชาไทยมีชาดีดีมากมายให้คุณเลือกชิมเลือกซื้อ แถมยังมีของฝากอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าเป็นร้านต้องห้ามพลาดอีกหลานหนึ่งกันเลย..ที่ร้านเค้าเปิดทุกวัน 08:00 - 18:00   น. ติดต่อสอบถามที่เบอร์ 053-712-007,086-9224008  

 

 

 

 

 

หลังจากนอนพักอย่างเต็มอิ่มทั้งคืน ผมตื่นสาย ๆ มาทานอาหารเช้าของ โรงแรม แล้ววางแผนว่า หลังจากเช็คเอาท์ แล้ว เราจะไปเที่ยวที่ ขัวศิลปะ บ้างดีกว่า  บางท่านไม่เคยมาสัมผัส อาจจะแค่เคยขับรถผ่านไป มาเท่านั้น....จริง ๆ แล้วอยากให้เพื่อนมาเที่ยวกันครับ นอกจากจะเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะ ของศิลปะชาวเชียงราย แล้ว ด้านในยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร บรรยากาศดี น่าปล่อยอารมณ์ชมวิวริมทุ่งนาดีจริง ๆ ครับ

คำว่า ขัวเป็นภาษาเหนือ แปลว่า สะพาน เมื่อมารวมกับคำว่าศิลปะแล้ว ขัวศิลปะจึงหมายถึง สะพานที่จะเชื่อมศิลปะสู่สังคม ขัวศิลปะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ของเชียงรายที่น่ามาชมมาเที่ยวเพราะที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองแถมยังอยู่ไกล้สนามบินอีกด้วย..ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่นาน สำหรับใครที่จะเดินทางมาเที่ยว..

ย้อนกลับไปถึงปี พ.ศ. 2532 กลุ่ม สล่าไตยวน เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของศิลปินเชียงราย ได้แสดงผลงานศิลปะร่วมกัน ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2546 กลุ่มศิลปินเชียงรายรวมตัวกันแสดงนิทรรศการศิลปะอีกครั้งเพื่อเทอดพระเกียรติในหลวง โดยใช้ชื่อนิทรรศการว่าสล่าเชียงรายเฉลิมพระเกียรติในหลวง 75 พรรษาที่ศูนย์ศิลปหัตถกรรมเชียงราย และในปีถัดมา พ.ศ.2547 ศิลปินรวมตัวกันเรียกร้องการสร้างหอศิลปะร่วมสมัยบนเกาะกลางแม่น้ำกกที่เชียงราย โดยการจัดนิทรรศการศิลปะ เชียงราย ศิลป์เพื่อหอศิลป์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ และนับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา กลุ่มศิลปินเชียงรายได้ก่อตั้งเป็นสมาคมศิลปินเชียงรายขึ้นเพื่อดำเนินงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับที่นี่มีห้องการแสดงภาพอยู่สองชั้น

เรื่องราวของที่นี่เล่าสามวันก็ไม่หมด จึงแยากให้เพื่อน ๆ ได้มาสัมผัสด้วยตัวเองจะดีกว่าครับ..

บอกเลยว่าที่เชียงรายมีอะไรดีดีมากมายกว่าที่คุณคิด เอาเป็นว่า ที่นี้ ขัวศิลปะ บอกเลยว่า ห้ามพลาดเมื่อได้มาเชียงราย และที่นี่ก็ยังมีของจำหน่าย สวย ๆ รวมไปถึงอาหารเหนือ อร่อย ๆ อีกด้วย สำหรับชั้นสองก็จะมีภาพวาดสวยๆ และศิลปะการปั้นอีกด้วย..

ที่นี่มีลานไว้สำหรับหรับจัดกิจกรรม ให้น้องๆนู๋ๆที่ชอบการวาดอีกด้วย สำหรับชั้นล่าง

ช่วงที่ไม่มีกิจกรรมอะไร ด้านหน้า ก็จะเป็นล๊อบบี้ ของ ขัวศิลปะ ครับ

มุมอ่านหนังสือเงียบ ๆ โปร่ง ๆ สบายดีครับ

แถมที่นี่ก็ยังมีของสวย ๆ ไว้จำหน่ายเป็นของฝาก ของที่ระลึกอีกด้วยนะครับ.ราคาก็ไม่แพง

เดินชมงานศิลปะ จนหิวแล้ว ที่นี่ก็มีร้านอาหาร บรรยายดี ริมทุ่งนา ให้นั่งทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ชิล ๆ ดีมากครับ จะเป็นชา กาแฟ ขนมหวาน อาหารตามสั่งมีให้เลือกมากมายครับ

อยากจะบอกว่า ศิลปะ สามารถอยู่และมีได้ทุกหนแห่ง..แม้กระทั่งในห้องน้ำชาย เรายังสามารถเสพงานศิลป์ได้อย่างสุนทรีย์เลยครับ 

การเดินทางด้วยรถส่วนตัว

จากจังหวัดเชียงราย ขับโดยใช้ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ตรงไปทางแม่สาย
ขัวศิลปะจะอยู่ซ้ายมือติดถนนใหญ่ ก่อนจะถึงแม็คโครสาขาเชียงราย

การเดินทางด้วยรถประจำทาง

ใช้บริการรถเมล์สีเขียวสายเชียงราย – แม่สาย โดยขึ้นที่สถานีขนส่งฯ แห่งที่ 1 (เก่า) ให้ลงที่ขัวศิลปะได้เลย โดยขัวศิลปะจะอยู่ซ้ายมือติดถนนใหญ่ ก่อนจะถึงแม็คโครสาขาเชียงราย

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เบอร์โทรศัพท์ 08 8418 5431 0 5316 6623
  • เว็บไซต์ http://www.artbridgechiangrai.org/
  • Facebook https://www.facebook.com/ArtBridgeChiangRai
  • ช่วงเวลาทำการ
    ร้านกาแฟ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10:00- 22:00 น.
    แกลอรี่ ร้านขายของที่ระลึก เปิดบริการทุกวัน เวลา 10:00- 19:00 น.
  • ค่าเข้าชม แกลอรี่และร้านขายของที่ระลึก เข้าชมฟรี

ถ้าใครมาเที่ยวเชียงราย ช่วงวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก แนะนำว่า ต้องไม่พลาดที่จะมาเที่ยวที่ไร่สิงห์ ครับ มีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย  บอลลูนจากทั่วโลกหลายประเทศ ก็มาโชว์เต็มท้องฟ้าสวยงามมากครับ

หรือใครอยากจะนั่งชมวิวบนบอลลูน ก็ได้นะครับ ลองติดต่อ จนท.ดูได้เลย

ตอนเย็นที่ริมน้ำ มีการแข่งขันบอลลูน และการแสดง Light Glow ของเหล่าบรรดาบอลลูน รูปร่างต่าง ๆ มากมายด้วยครับ

และที่สำคัญ มีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง หลายคน ให้เราชมฟรีทุกคืนด้วยครับ อาหาร เครื่องดื่ม รอบ ๆ งานน่ากิน เยอะแยะเลยครับ อากาศหนาว ๆ กินไป ฟังเพลงไป เพลินเลยล่ะครับ

จบทริปเที่ยวเชียงรายแบบง่าย ๆ มีสาระ ในอีกหนึ่งมุมมอง ที่อาจจไม่ค่อยเหมือนใครนะครับ....จ.เชียงราย ยังมีที่เที่ยวหลากหลายรูปแบบรอการมาสัมผัสจากเพื่อน ๆ ทุกท่านอยู่นะครับ......บายยยย...แล้วเจอกันใหม่ครับ

เกี่ยวกับผู้เขียน

212 views

0

แบ่งปัน

ไฮไลท์ทริป

30 พฤษภาคม 2562
ชวนเที่ยวสิงห์บุรี เมืองคนดีวีรชนคนกล้า ท้าให้มาลองสัมผัส
11 กรกฎาคม 2562
ชวนเที่ยว ประจวบคีรีขันธ์ เมืองน่าเที่ยว ได้ความรู้มากมาย
27 มิถุนายน 2562
เสน่ห์นครพนม เที่ยวแล้วติดใจ ต้องมาอีกแน่นอน
08 มิถุนายน 2562
ของดี เมืองชัยนาท ต้องห้ามพลาด
18 กรกฎาคม 2562
เที่ยวสุโขทัย เรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีไทย
13 มิถุนายน 2562
พังงา ความงดงามของธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชนต่างสายพันธ์ุที่หลากหลาย