คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
Instructions for use
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน

Back

เจดีย์ซาว

เจดีย์ศิลปะล้านนา-พม่า วัดพระเจดีย์ซาวหลัง อ.เมือง จ.ลำปาง

ในประเทศไทยถือเป็นเมืองพุทธและมี ศาสนสถานตั้งอยู่มากมายแต่ละสถานที่บ่งบอก ได้ถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา จังหวัง ลำปางเป็นบ้านเกิดของดิฉันและเช่นกันจะเห็น วัดวาอารามหลายแห่งให้พุทธศาสนิกชนได้ไป ตักบาตร ทำบุญและฟังธรรมแต่ที่แตกต่างออก ไปนั้นคือสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนวัดในภาค กลางภาคอีสานหรือภาคใต้เพราะมีอิทธิพลของ ศิลปะแบบพม่าผสมศิลปะล้านนา

ศิลปะพม่ามาอยู่ในจังหวัดลำปางได้ อย่างไร เนื่องจากมีชาวพม่าเข้ามาทำ ธุรกิจในเมืองลำปางเมื่ออดีตในสมัย รัชกาลที่ 5 พ่อค้าชาวพม่าได้เข้ามา ประกอบการในนครลำปางจึงเป็นช่วงที่ศิลปะ พม่ามีบทบาทอย่างมากโดยเฉพาะวิหาร พระ อุโบสถ วิหารและเจดีย์ จนกระทั้งปีพ.. 2425 – 2440 สมัยเจ้านรนันทชัยชวลิตเจ้าผู้ครองนคร ลำปาง องค์ที่ 9 เป็นการค้าไม้ของนครลำปาง ถือเป็นจุดศูนย์กลางของภาคเหนือและสถานะ ทางเศรษฐกิจของพ่อค้าชาวพม่ามีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดและด้วยความเป็นพุธศาสนิกชนจึงต้องการสร้างศาสนสถานเพื่อตอบแทนพระพุทธศาสนาจึงก่อให้เกิดวัดแบบศิลปะพม่าในลำปางถึง 18 แห่งด้วยกัน

วัดพระเจดีย์ซาวหลังเป็นหนึ่งในวัดโบราณที่มีความเก่าแก่ คำถามของแขกมาเที่ยวมักจะถามถึงความหมายของชื่อวัด คำว่า“ซาว”ในภาษาเหนือ “ยี่สิบ” คำว่า “หลัง” แปลว่า “องค์”เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันตามจำนวนของพระเจดีย์ที่มียี่สิบองค์นันเอง ความเก่าเเก่ของเจดีย์มีการสันนิษฐาว่าสร้างมานานกว่าพันปีในราวยุคหริภุญไชยจากหลักฐานการขุดพบพระเครื่องที่สร้างใน สมัยหริภุญไชยในบริเวณเจดีย์นอกจากนั้นยังมีตำนานคู่วัดที่ถูกเล่าต่อๆกันมากล่าวว่าเมื่อ 500 ปี หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว มีพระอรหันต์จากอินเดียสองรูปเดินทางออกเผยแพร่พระพุทธศาสนามาถึงยังบริเวณนี้เมื่อเห็นสถานที่เงียบสงบเหมาะที่จะบำเพ็ญธรรมจึงใช้เป็นที่พำนักอาศัยเป็นที่ปฏิบัติวิปัสนาและอบรมสั่งสอนพุทธศาสนิกชนในละแวกนั้นจนมีผู้ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนายิ่งขึ้น ในครั้งนั้นพญามิลินทรผู้แตกฉานในหลักธรรม ได้มาสนทนาซักถามปัญหาธรรมกับพระอรหันต์เถระทั้งสองรูปและมีความประสงค์จะทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาพระอรหันต์ทั้งสองรูปได้ใช้มือลูบศีรษะมีเส้นเกศาติดมือมารูปละสิบเส้นแล้วมอบให้พญามิลินทร พญามิลินทรจึงได้สร้างเจดีย์ขึ้นยี่สิบองค์แล้วนำเอาเส้นเกศาบรรจุในเจดีย์องค์ละเส้นต่อมาคนทั้งหลายจึงเรียกวัดนี้ว่าวัดเจดีย์ซาวหลัง

ประวัติของวัดเจดีย์ซาวหลังเริ่มจากพระอูชะยันต่าเถระผู้ที่นำประวัติของวัดเจดีย์ซาวหลังเมื่ออดีตมาเล่าให้ชาวพม่าที่ตั้งรกรากอยู่ในลำปางได้ฟังจึงมีการออกตามหาโบราณสถานที่อยู่ในประวัตินั้นจนพบว่าตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านวังหม้อ หมู่ที่2ในปัจจุบัน ในขณะนั้นเป็นปี..2456 วัดเเห่งนี้เป็นเพียงซากปรักหักพังของหมู่เจดีย์เก่าและเนินซากวิหารต่อมาในปีพ..2547พระอูชะยันต่าเถระขณะนั้นท่าดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าฝางผู้ซึ่งเป็นคนคัดลอกประวัติวัดเจดีย์ซาวที่หายไปมากล่าวอ่านให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยและพม่าฟังความจึงทราบไปถึงพ่อลัวหรือพระครูศีลคันธวงศ์(เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดเจดีย์ซาวหลัง)จึงได้ทำการจัดพิมพ์เพื่อให้ความรู้แก่ลำปางหลังจากนั้นจึงเกิดผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากได้รวมกันทำการบูรณะปฏิสังขรณ์เจดียืที่ปรักหักพังขึ้นมาใหม่โดยสล่าหรือช่างชาวพม่าจนข่าวแพร่สะพัดออกไปคนเมืองที่รู้ต่างขอบูรณะ 1องค์บ้าง 2 องค์บ้างส่วนองค์ที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีเจ้าพ่อบุญวาทย์วงค์มานิตเจ้าผู้ครองนครลำปางค์องค์สุดท้ายรวมบูรณะด้วยจนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 20 กุมพาพันธ์ พ..2464นั่นเอง วัดโบราณแห่งนี้เป็นที่ศักการะของพุทธศาสนิกชนนิกายอรัญวาสของพม่าในอดีตความงามของวัดนี้อยู่ที่หมู่พระเจดีย์สีขาวจำนวนยี่สิบองค์ที่ตั้งตระง่านสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ทางเข้าวัดองค์ใหญ่สุดอยู่ตรงกลาง แวดล้อมด้วยเจดีย์อีกสิบเก้าองค์

นอกจากชมความงดงามของศิลปะพม่า-ล้านนาแล้วยังเข้าไปศักการะและชมความงามของพระเเสนแซ่ทองคำพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่สร้างจากทองคำกว่า ๑๐๐ บาท สองสลึงและชมจิตรกรรมฝาผนังที่วดประวัติของวัดเจดีย์ซาวด้านหลังของหมู่เจดีย์เป็นที่ตั้งของอาคารพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของเก่า ปัจจุบันวัดแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยชาวไทยและต่างชาติเพราะด้วยประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกถึงการเดินทางของผู้คนและเหตุการณ์สำคัญต่างๆทำให้เป็นศาสนถานที่มีคุณค่า

8,101 views

0

share

Museum in Lampang

21 March 2019
13,092
655
13 February 2023
28,426
689
04 August 2019
6,827
613
04 August 2019
9,535
662
21 March 2019
21,625
615
04 December 2019
7,595
676
02 September 2021
42,125
654
21 March 2019
9,963
593