วิหารครึ่งตึกครึ่งไม้ ศิลปะล้านนาและพม่า หลังคาเครื่องไม้ยอดแหลมแกะสลัก
หนึ่งในวัดพม่าที่สมบูรณ์ที่สุดของลำปาง กับภาพสะท้อนศรัทธาและความเชื่อของชุมชนพม่าในยุคค้าไม้
วัดศรีชุม หนึ่งในวัดแห่งเมืองลำปางที่สะท้อนถึงความผูกพันกับยุครุ่งเรืองของกิจการป่าไม้ได้อย่างแนบแน่น เมืองนี้เป็นทั้งศูนย์กลางการค้าไม้สักและเป็นจุดหมายของ “เฮดแมน” ชาวพม่าที่เดินทางเข้ามาทำงานด้านธุรกิจค้าไม้และตั้งถิ่นฐาน โบราณสถานอย่าง “วัด” เองจึงถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนความรุ่งเรืองของกลุ่มเฮดแมนพม่าในยุคนั้น ซึ่งมักสร้างวัดไว้สั่งสมบุญ เพื่อหักลบกับการที่พวกเขาทำธุรกิจป่าไม้ หรือการตัดไม้ที่เชื่อว่าเป็นบาป
วัดศรีชุมสร้างโดยคหบดีพม่า จองตะก่าอูโย พ่อเลี้ยงหม่องยี และแม่เลี้ยงป้อม ซึ่งร่วมกันสร้างวัดศรีชุมขึ้น หลังจากได้รับอนุญาตจากเจ้าหลวงนรนันทไชยชวลิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง
จุดเด่นที่สุดของวัดศรีชุมคือ “พระวิหาร” ศิลปะพม่าขนาดใหญ่ ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตัวอาคารยกพื้นสูง มีบันไดขึ้น 2 ด้านที่ทำเป็นมุขยื่นออกจากตัวอาคาร หลังคาซ้อนลดหลั่นตามแบบพม่า บริเวณหน้าบันของซุ้มบันไดประดับด้วยนกยูงคู่ตกแต่งกระจกสี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญในศิลปะพม่า และมีลวดลายไม้แกะสลักเครือเถาปิดทองแทรกอยู่ ประกอบกับงานฉลุไม้แบบขนมปังขิง ลายเครือเถา ลายดอกไม้ และลายเทพพม่าลักษณะคล้ายกามเทพในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะเห็นได้ชัดตรงเสาไม้แกะสลักซุ้มประตูชายคา
ภายในพระวิหารประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ อัญเชิญมาจากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ตำแหน่งขององค์พระจัดวางให้ตรงกับจุดศูนย์กลางของหลังคาซ้อน 7 ชั้น ซึ่งตามคติความเชื่อหมายถึงศูนย์กลางจักรวาลและการเสด็จลงมาสู่โลกมนุษย์ของพระพุทธองค์
ด้านข้างมี “พระอุโบสถ” รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ประกอบด้วย จัตุรมุข หลังคาทรงปยาธาตุซ้อนกัน 7 ชั้น ภายในมีพระพุทธรูปแบบพม่าและตำแหน่งพระประธานอยู่ตรงกับส่วนหลังคา 7 ชั้นเช่นเดียวกับพระวิหาร บานประตูแกะสลักเป็นรูปกามเทพบนพระจันทร์เสี้ยว รวมถึง “เจดีย์” สีทอง เป็นลักษณะเด่นของพุทธศิลป์พม่า โดยเฉพาะแถบมัณฑะเลย์และพม่าตอนบน รูปทรงมักสูงเรียว ประดับยอดฉัตร และสีทองตามแบบพม่า
รูปปั้นเทวดาคล้ายกามเทพที่ใช้ประดับตามหน้าบัน เพดาน เสา ซุ้มประตู ชายคา ฐานเจดีย์ และฝาผนังวิหาร อันเป็นที่สังเกตนั้นเชื่อว่า เป็น “เทวดานัต” หรือเทพผู้พิทักษ์ เทพบุตร เทพธิดา กินรี พรหม สัตว์ทิพย์ ส่วนที่เป็นเทพเหาะหรือเทพลอยฟ้า มักเห็นในแบบล่องลอยอยู่กลางเมฆ ถือพวงมาลัยโปรยดอกไม้และถือเครื่องบูชา สื่อถึง “สวรรค์กำลังสรรเสริญพระพุทธเจ้า” แนวคิดนี้มาจากพุทธประวัติ เช่น ตอนตรัสรู้หรือแสดงปฐมเทศนาที่เหล่าเทพมาร่วมสักการะ จะเห็นได้ว่า ลวดลายหรือการตกแต่งภายในศาสนสถานพม่าไม่ได้ทำเพื่อสวยงามเท่านั้น แต่สะท้อนถึงแนวคิดจักรวาลวิทยา และคติความเชื่อเกี่ยวกับการปกปักรักษาพระพุทธศาสนา
แม้ตัววิหารหลักจะถูกไฟไหม้ไปเมื่อปี พ.ศ. 2535 แต่ก็ได้มีการซ่อมแซมบูรณะให้ใกล้เคียงกับโครงสร้างเดิมมากที่สุด โดยปัจจุบันสถาปัตยกรรมทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ วิหาร พระอุโบสถ และพระบรมธาตุเจดีย์ในวัดศรีชุมได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งชาติทั้งหมด สะท้อนถึงคุณค่าในการเป็นมรดกวัฒนธรรมพม่าในเมืองลำปางผ่านองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมและการตกแต่ง ตั้งแต่ลวดลายไม้ ลายแกะสลักตามศิลปะพม่า ไปจนถึงพระพุทธรูปจากมัณฑะเลย์ ล้วนบอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองของชุมชนชาวพม่าในลำปาง การค้า และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจากช่วงรุ่งเรืองของเศรษฐกิจป่าไม้ในอดีต