การเข้าถึงและการปรับแต่ง

ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสีเพื่อความสะดวกในการอ่าน

ระบบสมาชิก
CGM48 กับภารกิจพาล้านนาออกจากตำรา สู่เพลง MV และโลกของคนรุ่นใหม่
บทความ 23 เข้าชม

CGM48 กับภารกิจพาล้านนาออกจากตำรา สู่เพลง MV และโลกของคนรุ่นใหม่

เมื่อวัฒนธรรมล้านนาไม่ได้อยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์ แต่กลายเป็นเพลง แฟชั่น ภาษา และจุดเช็กอินสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่คนรุ่นใหม่อยากออกไปค้นหา

ถ้าพูดถึง “ล้านนา” ภาพที่หลายคนคุ้นเคยอาจเป็นวัดเก่า ลวดลายล้านนา อาคารไม้ หรือภาษาคำเมืองที่ฟังดูมีเสน่ห์ แต่สำหรับ เอลฟ์ ลูกเกด และเพลิน 3 สมาชิกจาก CGM48 ล้านนาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวจากอดีต หากยังสามารถถูกเล่าใหม่ให้สนุก ทันสมัย และเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ได้

โดยเฉพาะเมื่อวัฒนธรรมเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านสิ่งที่พวกเธอคุ้นเคยที่สุดอย่าง เพลง , อาคารสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมล้านนาผ่าน Music Video ,แฟชั่น และ Social Media

จากสถานที่จริง สู่เรื่องราวที่อยากทำความรู้จัก

สำหรับลูกเกด การได้มีโอกาสเดินทางไปถ่ายทำ Music Video ในสถานที่จริงของภาคเหนือ กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอค้นพบว่า สถานที่ที่เคยมองว่า “เข้าถึงยาก” กลับใกล้ตัวกว่าที่คิด

“พอได้ไปสัมผัสสถานที่จริง โดยเฉพาะอาคารสถาปัตยกรรมล้านนา ทำให้เราได้เรียนรู้กับสถานที่นั้นมากขึ้น และรู้สึกว่าไม่ใช่สถานที่ที่เข้าถึงยาก ทุกที่มีเรื่องราว มีประวัติศาสตร์ และมีเรื่องราวของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่”

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ CGM48 มองเห็นว่า Content สามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับคนรุ่นใหม่ ได้ โดยเฉพาะในยุคที่ Social Media กลายเป็นช่องทางสำคัญในการค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ

และเมื่อสถานที่เหล่านั้นถูกนำมาเป็นฉากใน MV เรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังก็อาจทำให้คนดูเกิดคำถามต่อว่า “ที่นี่คือที่ไหน?” และอยากออกไปค้นหาด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ “เอาล้านนามาใส่” แต่ต้องเล่าให้ร่วมสมัย

หนึ่งในเสน่ห์ของ CGM48 คือการนำองค์ประกอบของล้านนามาผสมกับดนตรีและการแสดงในแบบร่วมสมัย

ลูกเกด เล่าว่า เพลงของวงหลายเพลงมีการนำทำนองและดนตรีของภาคเหนือมาผสมกับดนตรีสมัยใหม่ ทั้ง Electronic และ Pop รวมถึงการนำท่าฟ้อนสาวไหมมาประยุกต์เป็นท่าเต้นที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

นี่จึงไม่ใช่การนำวัฒนธรรมเดิม ประวัติศาสตร์ อาคารสถาปัตยกรรม มานำเสนอแบบตรง ๆ แต่เป็นการ “แปลภาษา” ของวัฒนธรรมล้านนาให้เข้ากับคนฟังในวันนี้

ผลลัพธ์คือเพลงที่ยังมีกลิ่นอายของล้านนา แต่ฟังง่าย เต้นตามได้ และที่สำคัญคือทำให้แฟน ๆ รุ่นใหม่เกิดความสงสัยและอยากรู้จักวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังมากขึ้น

แม้แต่เรื่อง “ภาษา” ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

ลูกเกดซึ่งไม่ได้เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด ยอมรับว่าในช่วงแรกภาษาเหนือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ โดยเฉพาะเมื่อเพลงบางเพลงของ CGM48 ต้องใช้ภาษาเหนือทั้งหมด

จากคำที่ไม่เข้าใจในวันแรก กลายเป็นคำที่เริ่มคุ้นเคยและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

และบางครั้งคนที่ช่วยแปลคำเมืองให้สมาชิกคนอื่น ๆ ในวงก็คือเพลิน ซึ่งเป็นคนเชียงใหม่

“เชียงใหม่มีอะไรให้ค้นหาเยอะกว่าที่คิด”

ในมุมของ เอลฟ์ มองว่าเสน่ห์ของล้านนาไม่ได้อยู่แค่ในเรื่องประวัติศาสตร์ แต่ยังอยู่ใน อาคารสถาปัตยกรรม ผู้คน ภาษา และบรรยากาศของเมือง

เธอเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อวัดต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ทั้งวัดโลกโมฬี วัดพันเตา รวมถึงย่านท่าแพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอมองเชียงใหม่ในมุมของ “เมืองที่มีจุดให้ค้นหาเต็มไปหมด”

จากการเดินทางแต่ละครั้ง เธอมักจะสังเกตว่าระหว่างทางมีสถานที่ไหนที่ยังไม่เคยไป และค่อย ๆ เก็บเป็น Check Point ของตัวเอง ตั้งแต่ดอยอินทนนท์ ดอยเชียงดาว ไปจนถึงพื้นที่เล็ก ๆ อย่างบ้านข้างวัด

“เชียงใหม่เป็นเมืองที่มาอยู่แล้วรู้สึกว่าเติมเต็มได้จริง ๆ จุด Check Point เยอะมาก 3 วัน 2 คืนไม่พอ ต้องมาเป็นอาทิตย์”

คำพูดนี้อาจสะท้อนเสน่ห์ของเชียงใหม่ได้ดีที่สุด เพราะเมืองแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแลนด์มาร์กที่คนรู้จัก แต่ยังมี “Hidden Stories” อีกมากมายรอให้คนรุ่นใหม่ออกไปค้นพบ

อีกทั้ง เบื้องหลังสถานที่ของการถ่ายทำมิวสิควิดีโอ ก็เป็นอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยังคงสวยงามแบบร่วมสมัย อย่างMVเพลง ได้ ด้ายไหม และ Sansei Kawaii! สถานที่ถ่ายทำ MVคือ วัดอินทราวาส หรือ วัดต้นเกว๋น ,เพลง Love tripสถานที่ถ่ายทำMVคือ สะพานขาวทาชมภู จ.ลำพูน , เพลงมะลิ สถานที่ถ่ายทำMV คือหอกลางเวียง จ.เชียงใหม่ ซึ่งทุกที่คือจุดเช็คอินของสถาปัตยกรรมล้านนาที่สวยงามแบบร่วมสมัย งดงามมาก

และเมื่อพูดถึง “ชุดไทย” กลับมาเป็นคอนเทนต์

อีกหนึ่งวิธีที่ศิลปินสาวเพลินมองว่าสามารถทำให้วัฒนธรรมกลับมาใกล้ตัวคนรุ่นใหม่ คือการนำสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนรุ่นก่อนกลับมาอยู่ในโลกของ Social Media

ไม่ว่าจะเป็นการสวมชุดไทย ถ่ายภาพตามสถานที่ทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมล้านนา หรือสร้างคอนเทนต์จากสถานที่ที่คนอาจเคยมองข้าม

เพราะเมื่อสถานที่หนึ่งถูกนำเสนอในมุมใหม่ ก็สามารถทำให้คนที่ไม่เคยสนใจมาก่อนเกิดความรู้สึกว่า

“ที่นี่มีอะไรน่าสนใจนะ?”

และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสัมผัสสถานที่จริงด้วยตัวเอง

จาก “คนต่างถิ่น” สู่คนที่ตกหลุมรักล้านนา

สำหรับ ลูกเกด การเป็นสมาชิกที่ไม่ได้เกิดและเติบโตในเชียงใหม่กลับทำให้การเรียนรู้วัฒนธรรมล้านนามีความหมายมากขึ้น

จากความรู้สึกในวันแรกว่า “เราจะเข้าถึงวัฒนธรรมที่นี่ได้ไหม? อาคารสถาปัตยกรรมที่นี่ เราต้องเรียนรู้อะไร ชุมชนเค้าเป็นยังไง และเราต้องปรับตัวแบบไหน” วันนี้กลับกลายเป็นความรู้สึกว่าอยากเรียนรู้ต่อไปเรื่อย ๆ

ทั้งภาษา ผู้คน อาหาร สถานที่ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และเรื่องราวที่ยังค้นหาไม่หมด แม้จะใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่มาหลายปีแล้วก็ตาม

ที่น่าสนใจคือ การเป็น “คนนอกพื้นที่” ไม่ได้กลายเป็นอุปสรรค แต่กลับทำให้เธอเห็นเสน่ห์บางอย่างชัดขึ้น

เพราะเมื่อได้เข้าไปสัมผัสจริง จึงพบว่าความเป็นล้านนาไม่ได้มีระยะห่างอย่างที่คิด

ในทางกลับกัน ผู้คนในพื้นที่กลับเป็นมิตรและพร้อมต้อนรับคนต่างถิ่นเสมอ

และทุกครั้งที่ CGM48 ไปถ่าย MV ในสถานที่ต่าง ๆ คำถามจากแฟนคลับที่ตามมาว่า “ที่นี่คือที่ไหน?” ก็กลายเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า Music Video สามารถทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงเล็ก ๆ ในการพาคนไปพบกับสถานที่ใหม่ ๆ ได้จริง

อยากให้คนรุ่นใหม่ “พูดคำเมือง” มากขึ้น

สำหรับเพลิน ในฐานะคนเชียงใหม่ สิ่งหนึ่งที่อยากส่งต่อให้คนรุ่นใหม่มากที่สุดคือ ภาษาเหนือ

แม้ในชีวิตประจำวันจะไม่ได้ใช้คำเมืองตลอดเวลา แต่เมื่อมีโอกาสทำงานผ่านบทเพลง เธอกลับรู้สึกว่าอยากให้คนหันมาสนใจและลองใช้ภาษาเหนือกันมากขึ้น

เพราะสำหรับเธอ ภาษาไม่ใช่เพียงวิธีการสื่อสาร แต่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้เชียงใหม่มีเสน่ห์

ขณะที่เอลฟ์ยังมองว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่ “ค้นหาเท่าไรก็ไม่หมด” ต่อให้เดินทางมาแล้วหลายครั้ง ก็ยังมีสถานที่ใหม่ ๆ ให้รู้จักอยู่เสมอ และนั่นทำให้อยากชวนทุกคนออกเดินทางไปมากกว่าแค่สถานที่ยอดนิยม ล้านนาในเวอร์ชันที่อยากให้ทุกคนออกไปสัมผัส

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ 3 สาว CGM48 อยากชวนแฟนคลับและคนรุ่นใหม่ออกไปค้นหา อาจไม่ใช่เพียง “สถานที่สถาปัตยกรรมสวย ๆ” แต่คือเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในสถานที่เหล่านั้น

วัดที่ยังไม่เป็นจุดเช็กอินยอดนิยม

อาคารสถาปัตยกรรมเก่าที่อาจเดินผ่านทุกวัน

ภาษาคำเมืองที่อาจฟังแล้วไม่คุ้นหู

ดนตรีพื้นถิ่นที่ถูกนำมาผสมกับ Pop และ Electronic

หรือแม้แต่เสื้อผ้าและวิถีชีวิตที่สามารถนำมาตีความใหม่ได้อีกมากมาย

เพราะในมุมของ CGM48 การอนุรักษ์วัฒนธรรมอาจไม่จำเป็นต้องทำให้วัฒนธรรมอยู่กับที่

แต่คือการทำให้เรื่องราวจากอดีตยังสามารถเดินทางต่อไปได้ในรูปแบบใหม่ ๆ

จากวัดเก่า สถาปัตยกรรมอายุร้อยปี สู่ภาพใน MV มิวสิควิดีโอ

จากภาษาคำเมือง สู่เนื้อเพลง

จากผ้าพื้นเมือง สู่แฟชั่น

จากสถานที่ที่คนอาจไม่เคยรู้จัก สู่ Check Point แห่งใหม่บน Social Media

และจากเรื่องราวของ “ล้านนาในอดีต” สู่ ล้านนาที่คนรุ่นใหม่อยากรู้จักด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ ทาง3สาว เอล์ฟ เพลิน ลูกเกด ขอปักหมุดฝากผลงานใหม่จาก CGM48 ให้ติดตามกันด้วยนะ

นอกจากผลงานเพลง Original Song ที่สามารถติดตามได้บน Streaming Platform แล้ว CGM48 ยังอยู่ระหว่างการจัดทำ Original Stage ที่นำเพลงซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นใหม่มาผสมผสานกับวัฒนธรรมล้านนาในมุมร่วมสมัย โดยเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นและจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสมาชิกฝากให้ติดตามผลงานที่จะได้ชมภายในปีนี้

เพราะดูเหมือนว่าเรื่องราวของล้านนาในแบบฉบับ CGM48 ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ

เผยแพร่เมื่อ 25 ส.ค. 2026