อุโบสถพม่าที่เต็มไปด้วยงานช่าง วัสดุ และลวดลายแปลกตา ทุกองค์ประกอบที่ได้เห็นล้วนเป็นหลักฐานของฝีมือช่างพม่า คติเรื่องพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และยุคที่เศรษฐกิจการค้าไม้พาผู้คน ศิลปะ และวัสดุจากโลกภายนอกหลั่งไหลเข้าสู่ลำปาง
อ่านพุทธคติผ่านศิลปะแบบพม่าผ่านหลังคา 7 ชั้น - กระจกสี - รูปปั้นกามเทพ
รายละเอียดเหนือสายตาคือหลังคาปยาธาตุซ้อนชั้นที่ทะยานขึ้นสู่ฉัตรทอง ส่วนเบื้องหน้าคืออุโบสถพม่าที่เต็มไปด้วยงานช่าง วัสดุ และลวดลายแปลกตา ทุกองค์ประกอบที่ได้เห็นล้วนเป็นหลักฐานของฝีมือช่างพม่า คติเรื่องพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และยุคที่เศรษฐกิจการค้าไม้พาผู้คน ศิลปะ และวัสดุจากโลกภายนอกหลั่งไหลเข้าสู่ลำปาง
อุโบสถวัดศรีชุมสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2444 ในช่วงที่ลำปางกำลังเติบโตจากเศรษฐกิจป่าไม้ และเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวพม่าซึ่งเข้ามาทำธุรกิจและตั้งรกรากในภาคเหนือ จารึกภายในอุโบสถระบุรายนามคหบดีผู้ร่วมสร้าง นำโดย อู ส่วย อง สามีของแม่เลี้ยงโตณะ พร้อมด้วยกลุ่มพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงผู้มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจยุคนั้น สะท้อนว่า วัดแห่งนี้เป็นยังเป็นแหล่งรวมศรัทธาของเครือข่ายการค้าชาวพม่าในลำปางด้วย
ภายนอกโดดเด่นด้วยทรงจตุรมุขที่ยกหลังคาแบบปยาธาตุซ้อนลดหลั่นอย่างงดงาม โดยหลังคาส่วนกลางซ้อนถึง 7 ชั้น ประดับยอดด้วยฉัตรทอง ขณะที่มุขทั้งสี่ด้านเป็นหลังคาซ้อนกัน 5 ชั้น ซึ่งสะท้อนคติความเชื่อของพม่าที่ว่ายิ่งจำนวนชั้นมากเท่าใด ยิ่งสะท้อนฐานะและความสำคัญของอาคารเท่านั้น รายละเอียดเชิงชายตกแต่งด้วยลายฉลุโลหะอย่างประณีต ทุกองค์ประกอบสะท้อนอิทธิพลสถาปัตยกรรมราชสำนักพม่า ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกชั้นหลังคาเพื่อแสดงลำดับชั้นของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ภายในอุโบสถ มองตรงเข้าไปจะพบกับพระประธานที่มีเอกลักษณ์อย่างพระพุทธรูปปางมารวิชัยในรูปแบบศิลปะมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นรูปแบบศิลปกรรมสำคัญของพม่าในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 รายละเอียดที่น่าสนใจคือ การจัดวางพระประธานให้อยู่ตรงกับแนวหลังคา 7 ชั้น ราวกับออกแบบมาเพื่อเน้นย้ำความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระเป็นพิเศษ
เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดาน จะพบกับงานประดับที่เต็มไปด้วยงานไม้ปิดทองประดับกระจกสีลายอุบะ อาศัยเทคนิคการประดับกระจกแบบเดียวกับงานช่างพม่าในเมืองมัณฑะเลย์ สีทองนั้นแทนแสงแห่งบุญบารมีและพระธรรม ส่วนประกายระยิบระยับจากกระจกเปรียบเสมือนสวรรค์
ไฮไลต์สำคัญที่ชวนยิ้มตามได้เห็นขณะไปเยือนคือ ‘งานแกะสลักรูปกามเทพบนพระจันทร์เสี้ยว’ ที่บริเวณซุ้มประตูยังคงกลิ่นอายศิลปะพม่า ซึ่งเป็นลวดลายที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียและตะวันตกซึ่งรับมาผ่านฝีมือของช่างพม่า แสดงให้เห็นว่า ศิลปกรรมในภูมิภาคนี้เกิดจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของผู้คนที่เดินทางข้ามพรมแดนมาพร้อมกับยุคสัมปทานป่าไม้และความมั่งคงจากการเปิดเมืองโอบรับกลุ่มคนที่เข้ามา
ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรม อุโบสถแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2524 และยังคงเป็นหนึ่งในตัวแทนสถาปัตยกรรมพม่าที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
อ้างอิง
เอกสารอธิบาย ประวัติพุทธศิลปกรรม สถาปัตยกรรมแบบพม่า ของวัดศรีชุม ตำบลสวนดอก อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง รวบรวมเรียบเรียงเนื้อหา โดย พระครูสุตชยาภรณ์,ผศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดศรีชุม
เมืองโบราณ. วัดศรีชุม วัดพม่าในลำปาง
ศิลปวัฒนธรรม. “ม่านครองเมือง” เที่ยวชมสถาปัตยกรรมพม่าแห่งนครลำปาง