อาคารเยียนซีไท้ลีกี (ร้านน้ำชาเจ้าสัว)
ปี พ.ศ.2456
ตึกฝรั่งหัวใจจีน อดีตห้างจีนในกาดกองต้าที่เชื่อมลำปางกับโลกภายนอก
บนย่านการค้าเก่าของลำปางที่ครั้งหนึ่งเคยคึกคักด้วยเสียงเรือและสินค้าต่างแดน ‘อาคารเยียนซีไท้ลีกี’ ได้ต้ังอยู่และเคยถูกจดจำว่าเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของลำปาง สร้างขึ้นราวปี 2456 ในยุคที่การค้าริมน้ำคือเส้นเลือดหลักของเมือง โดย “นายเจิ้น เหยียน” หรือที่รู้จักในชื่อ “อารีย์ ทิวารี” พ่อค้าชาวจีนที่เป็นทั้งเจ้าของกิจการและผู้เชื่อมโลกสินค้าตะวันตกเข้ากับวิถีชีวิตท้องถิ่น
พื้นที่นี้ในอดีตเคยถูกเรียกว่า “ตลาดจีน” ศูนย์กลางการค้าทางน้ำที่เต็มไปด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคจากโลกภายนอก ตั้งแต่น้ำมันก๊าด ไม้ขีดไฟ เกลือ สบู่ เครื่องเหล็ก ไปจนถึงเสื้อผ้าสำเร็จรูป ด้าย ปลาแห้ง และของใช้สำหรับชาวตะวันตก ทุกชิ้นล้วนเดินทางข้ามน้ำข้ามแดนมาสะสมอยู่ในอาคารพาณิชย์แห่งนี้
ตัวอาคารเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น เรียงต่อกัน 5 คูหา วางองค์ประกอบอย่างเป็นระเบียบแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกเต็มรูปแบบ แต่ในรายละเอียดกลับแฝงร่องรอยความเชื่อและรสนิยมแบบจีนไว้อย่างแนบเนียน จนถูกขนานนามว่า “ตึกฝรั่งหัวใจจีน” หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องว่าววางตัวนิ่งเหนือมวลอาคาร ขอบดาดฟ้าถูกยกเป็นแนว parapet ล้อมกรอบเส้นฟ้าไว้อย่างเรียบร้อย ด้านหน้ามีระเบียงยาวต่อเนื่องตลอดแนวและมีเสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่รับน้ำหนักอย่างมั่นคง
ในรายละเอียดเชิงช่าง จะพบการประดับไม้ฉลุลวดลายในบางช่วงของอาคาร คิ้วบัวปูนปั้นที่เน้นกรอบช่องเปิด และซุ้มโค้งแบบตะวันตกที่ถูกนำมาผสานกับลวดลายจีนซึ่งสื่อถึงความเป็นสิริมงคลอย่างแนบเนียน องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้อาคารไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างเชิงพาณิชย์ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความเชื่อ รสนิยม และตัวตนของผู้สร้างในยุคสมัยนั้นอย่างชัดเจน บนกึ่งกลางด้านบนของอาคารยังปรากฏตราสัญลักษณ์ “หนูเหยียบลูกโลก” พร้อมตัวเลข 1913 ซึ่งเป็นปีที่อาคารแล้วเสร็จ กลายเป็นเสมือนลายเซ็นทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงมองเห็นได้จนถึงปัจจุบัน
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้อาคารนี้ไม่เหมือนใคร คือ “ตู้เซฟโบราณ” หรือห้องนิรภัยขนาดเล็กที่ฝังอยู่ในผนัง นำเข้าจากเยอรมนีพร้อมเรือสินค้าสมัยนั้น ทำหน้าที่เป็นเหมือนธนาคารชุมชน ชาวบ้านเคยใช้เป็นที่ฝากทรัพย์สินในยามไม่สงบ และวันนี้ยังคงเห็นร่องรอยของตัวเลขและตราประทับเดิมฝังอยู่ในผนัง
ปัจจุบัน ชั้นล่างที่เคยเชื่อมต่อกันทั้ง 5 คูหาในฐานะพื้นที่ห้างสรรพสินค้าได้เปลี่ยนบทบาทไปตามกาลเวลา 2 คูหาถูกปรับเป็นร้านน้ำชาเจ้าสัว ซึ่งทำหน้าที่ทั้งคาเฟ่และที่พักในชั้นบน ขณะที่อีกหลายคูหาถูกแบ่งให้เช่าเพื่อการค้าและที่อยู่อาศัย แม้การใช้งานจะเปลี่ยนไป แต่โครงสร้างเดิมของอาคารยังคงทำหน้าที่เป็นฉากหลังของชีวิตประจำวัน และเป็นหลักฐานทางสถาปัตยกรรมที่ยังคงบันทึกเรื่องราวของลำปางเอาไว้ได้อย่างงดงาม