1. สถาปัตยกรรมแบบ "เรือนปั้นหยา" ผสมตะวันตก โครงสร้างครึ่งตึกครึ่งไม้: ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนหนา (แบบ Wall Bearing ไม่มีเสาเข็มคอนกรีต) ชั้นบนเป็นไม้สักทองทั้งหลัง หน้าต่างบานเกล็ด (Louver Windows): มีจำนวนมากรอบบ้านเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อน เป็นเอกลักษณ์ของบ้านฝรั่งในยุคอาณานิคม ความเรียบง่ายที่โอ่อ่า: ต่างจากบ้านหม่องโง่ยซิ่นที่เป็นลายฉลุวิจิตร (Gingerbread) บ้านหลุยส์จะเน้นความเรียบขรึม แข็งแรง และดูสง่างามตามแบบฉบับบ้านพักผู้จัดการบริษัทชาวอังกฤษ 2. วัสดุ "ไม้สักทอง" คุณภาพสูงสุด เนื่องด้วยนายหลุยส์เป็นเจ้าของบริษัทสัมปทานป่าไม้ ไม้ที่ใช้สร้างบ้านหลังนี้จึงเป็นไม้สักเกรดพรีเมียมที่มีขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษ ซึ่งหาได้ยากมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะคานไม้และพื้นไม้ที่มีความคงทนมานานกว่าร้อยปี 3.ประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงระดับโลกเจ้าของบ้าน: นายหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ เป็นบุตรชายของ แหม่มแอนนา (Anna Leonowens) พระอาจารย์สอนภาษาอังกฤษให้กับรัชกาลที่ 5 เรื่องราวของครอบครัวนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละครเวทีระดับโลกเรื่อง "The King and I" และ "Anna and the King" ยุคทองป่าไม้ลำปาง: บ้านหลังนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงถึงความมั่งคั่งของจังหวัดลำปางในยุคที่บริษัทต่างชาติ (อังกฤษ) เข้ามาขยายอิทธิพลด้านอุตสาหกรรมป่าไม้ 4. บรรยากาศ "อาณาจักรป่าไม้" ตัวบ้านตั้งอยู่ท่ามกลางต้นจามจุรียักษ์ (ต้นก้ามปู) อายุนับร้อยปี และอยู่ติดกับแม่น้ำวัง ทำให้บริเวณบ้านมีบรรยากาศขรึมขลังและร่มรื่น เหมือนหลุดเข้าไปในยุค 100 ปีก่อนจริงๆ
บ้านหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์
ปี พ.ศ. 2448
เรือนฝรั่งบริติชบอร์เนียวสุดประณีต สะท้อนความมั่งคั่งและองค์ความรู้ตะวันตกยุคป่าไม้ลำปาง
ในช่วงที่การค้าป่าไม้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจเมืองลำปาง และการเข้ามาของบริษัทค้าไม้จากตะวันตกทำให้ล้านนากลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเศรษฐกิจใหม่ หลุยส์ โทมัส เลียวโนเวนส์ บุตรชายของแอนนา เลียวโนเวนส์ อดีตครูอังกฤษในราชสำนักสยาม เขาเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยายฐานธุรกิจในฐานะตัวแทนบริษัท บอร์เนียว จำกัด (The Borneo Company Limited) เพื่อดำเนินกิจการป่าไม้และขยายฐานธุรกิจมายังลำปาง เขาสร้าง “บ้านหลุยส์” ขึ้นริมแม่น้ำวัง เพื่อใช้เป็นทั้งบ้านพักและศูนย์กลางธุรกิจค้าไม้ อาคารหลังนี้จึงเปรียบเหมือนสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงอิทธิพลของตะวันตกที่มีต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของลำปางในยุคนั้นอย่างชัดเจน
ในเชิงสถาปัตยกรรม บ้านหลุยส์เป็นเรือนครึ่งตึกครึ่งไม้ที่ผสานรูปแบบทรงเรือนปั้นหยาแบบตะวันตกเข้ากับใต้ถุนมุขเปิดโล่ง ให้เข้ากับภูมิอากาศท้องถิ่น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนอย่างแข็งแรง เปิดจังหวะด้วยซุ้มโค้งแบบตะวันตกและช่องเปิดรอบอาคารเพื่อการระบายอากาศ โครงสร้างภายในใช้คานไม้ขนาดใหญ่ 2 ต้น รับน้ำหนักแทนเสากลาง (ซึ่งในปัจจุบันมีการเสริมคานเหล็กเข้าไปเพื่อความคงทนของตัวอาคารระยะยาว) ทำให้พื้นที่ภายในโปร่งโล่งและต่อเนื่อง เหมาะทั้งสำหรับการอยู่อาศัยและการดำเนินงานทางธุรกิจ
ชั้นบนเป็นโครงสร้างไม้สักแบบเรือนตะวันตกประยุกต์ รายละเอียดเหนือวงกบประตูและหน้าต่างตกแต่งด้วยงานแกะสลักและฉลุลายไม้อย่างประณีต ห้องโถงด้านหน้าขยายเป็นมุขยื่นออกเพื่อเปิดรับลมและมุมมองสู่แม่น้ำวัง ฝ้าเพดานกรุไม้เรียงแผ่นต่อเนื่อง ขณะที่หน้าต่างบานเกล็ดไม้สักโดยรอบสามารถเปิดปิดได้แนบสนิท สะท้อนทักษะช่างไม้ในยุคนั้นที่คำนึงถึงความงามและใช้งานได้จริง องค์ประกอบสำคัญอีกประการคือ “ประตูขึ้นช้าง” ด้านหลังบ้าน สะท้อนรูปแบบการเดินทางและสถานะทางสังคมของคหบดีป่าไม้ในยุคที่ช้างยังเป็นพาหนะสำคัญ
ในบริบทประวัติศาสตร์ บ้านหลุยส์เกี่ยวข้องกับช่วงเหตุการณ์กบฏเงี้ยว โดยอาคารสำนักงานหลุยส์ที่ตั้งอยู่ถัดไปจากตัวบ้านมีตู้เซฟใหญ่ที่ใช้เก็บของมีค่า ได้ใช้เป็นพื้นที่เก็บรักษาทรัพย์สินสำคัญ เงินสด และเอกสารของกิจการป่าไม้ มีการเล่าต่อกันมาว่า เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางในยุคนั้นก็นำทรัพย์สินมาฝากไว้ที่นี่ด้วย สะท้อนการเป็นศูนย์กลางความมั่นคงในหมู่ชนชั้นสูงยุคนั้นของหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์
ทั้งนี้ อาคารสำนักงานหลุยส์นี้ยังคงสภาพเดิมในปัจจุบัน เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนชั้นเดียวรูปแบบตะวันตก ยอดและหัวเสามีปูนปั้นคล้ายคนโทน้ำประดับอยู่ ด้านหน้ามีเสาไม้และหลังคาเพื่อกันฝน เหนือประตูมีการแกะสลักฉลุลายไม้อย่างประณีตและมีบังตาแบบตะวันตก ด้านในจัดแสดงสิ่งของที่ใช้ในยุคทำสัมปทานป่าไม้ และมีตู้เซฟโบราณขนาดใหญ่ที่ก่ออิฐถือปูนอย่างแน่นหนา ด้านหน้ามีจั่วประดับเขียนเครื่องหมายการค้า L.T.L.L และปีที่สร้าง 1912
กระทั่งช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อระบบสัมปทานป่าไม้ถูกยกเลิก ที่นี่ได้เปลี่ยนเป็นที่พักของเจ้าหน้าที่รัฐด้านอุตสาหกรรมป่าไม้ และมีการเปลี่ยนแปลงบทบาทอีกหลายครั้งตามบริบทของเมือง จนปัจจุบันเปิดเป็นบ้านโบราณ แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของชุมชน โดยมีชาวบ้านในชุมชนเป็นส่วนหนึ่งในการดูแล บ้านหลุยส์ยังคงตั้งอยู่ริมแม่น้ำวังในฐานะมรดกทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของเมืองลำปางที่สะท้อนทั้งยุคทองของเศรษฐกิจป่าไม้ การเข้ามาของทุนตะวันตก และการเปลี่ยนผ่านของเมืองสู่ความเป็นสมัยใหม่ผ่านรูปแบบบ้านที่ยังคงรายละเอียดดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์