โรงเรียนนี้เป็นสถานศึกษาสำหรับผู้หญิงแห่งแรกของจังหวัดลำปาง โดยมีจุดเริ่มต้นจากมิชชันนารีชาวอเมริกันที่รวมเด็กหญิงมาสอนใต้ถุนบ้านก่อนจะพัฒนาเป็นอาคารเรียน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกยึดเป็นค่ายกองพลสนามที่จะไปตีพม่าตัวตึกอำนวยการสร้างขึ้นปี 2474 เป็นอาคารรูปตัว H จำนวน 16 ห้อง ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นบ้านพักมิชชันนารีและครู รวมถึงใช้ประโยชน์เอนกประสงค์ ตัวอาคารเป็นโครงสร้างเสา-ผนังก่ออิฐถือปูน หลังคากระเบื้องปูนปั้น พื้น เพดาน บันไดจากชั้นล่างสู่ชั้นบนเป็นไม้รูปร่างคล้ายตัวอักษร H สไตล์อเมริกัน มีเสาโชว์กลมลักษณะศิลปะดอริก มีบานประตูและหน้าต่างไม้ใหญ่ ในปัจจุบันยังคงมีเตาผิงและปล่องไฟให้เห็น
โรงเรียนวิชชานารี
ปี พ.ศ. 2474
ร่องรอยมิชชันนารีอเมริกันและการวางรากฐานศาสนา การแพทย์ และการศึกษาในลำปาง
สิ่งหนึ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนลำปางคือการตามรอยคณะมิชชันนารีอเมริกันพรสไบทีเรียนที่ขยายงานจากเชียงใหม่มายังลำปาง การเข้ามาของพวกเขาถือเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเมือง ด้วยการนำทั้งศาสนาคริสต์ การศึกษา และการแพทย์สมัยใหม่เข้ามาด้วย จนทำให้พื้นที่บริเวณเวียงเหนือค่อย ๆ พัฒนาเป็นย่านมิชชันนารี ประกอบด้วยโรงพยาบาลแวนแซนต์วูร์ด คริสตจักรลำปางที่ 1 และโรงเรียนวิชชานารี โรงเรียนสตรีแห่งแรกของจังหวัด
การเรียนการสอนเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 แคทรีน ฟลีสัน มิชชันนารีคณะเพรสไบทีเรียน บอร์ด ออฟฟอเรนจ์ ได้รวบรวมเด็กผู้หญิง 20 คนมาเรียนหนังสือกันที่ใต้ถุนบ้าน ก่อนจะพัฒนาเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของลำปาง เดิมใช้ชื่อว่า Lakawn Girls’ School หรือโรงเรียนสตรีละกอน ตามชื่อ “ละกอน” ชื่อของเมืองลำปางที่ปรากฏในเอกสารร่วมสมัยในอดีตทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
อาคารอำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2474 เพื่อใช้เป็นบ้านพักมิชชันนารี ครู และพื้นที่อเนกประสงค์ของโรงเรียน ตัวอาคาร 2 ชั้นรูปตัว H ก่ออิฐถือปูน รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมอเมริกันแบบโคโลเนียลที่นิยมในสถานีมิชชันทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดดเด่นด้วยเสากลมสไตล์ดอริก ประตูและหน้าต่างไม้บานใหญ่ช่วยระบายอากาศ รวมถึงเตาผิงและปล่องไฟซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นอยู่จนถึงปัจจุบัน รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนการปรับรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของภาคเหนือได้เป็นอย่างดี
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงเรียนและสถานที่ของคณะมิชชันในลำปางถูกกองทัพญี่ปุ่นเข้ายึดใช้เป็นศูนย์อำนวยการทางทหาร ขณะที่มิชชันนารีชาวอเมริกันจำนวนมากเดินทางออกจากไทย รวมถึง ลูซี สตาร์ลิงค์ ครูใหญ่ของโรงเรียนวิชชานารีช่วงนั้น ก็เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาและระดมทุนจากคริสตจักรในสหรัฐฯ มาสร้างเป็นอาคารที่เราเห็นปัจจุบัน
โรงเรียนวิชชานารีถือเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของลำปาง และยังเป็นแหล่งบ่มเพาะศิษย์เก่าที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันโรงเรียนยังคงดำเนินบทบาทด้านการศึกษา ขณะที่อาคารโคโลเนียลแห่งนี้และย่านที่ได้ชื่อว่าเป็น Holy Land แห่งเมืองลำปางยังทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่เรียนรู้และสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของย่านมิชชันนารีริมแม่น้ำปิง สะท้อนรากฐานศาสนา การแพทย์ และการศึกษาที่สืบเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน