บ้านป่องนัก อยู่ในเขตมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นบ้านในค่ายสุรศักดิ์มนตรี ควบคุมการก่อสร้างโดยพันโท พระมหาณรงค์เรืองเดช ผู้บังคับกองทัพที่ 1 กรมทหารราบที่ 17 ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างไปกว่า 16,000 บาท เป็นบ้านที่มีหน้าต่างจำนวนมากถึง 250 บาน ช่องลอม 469 ช่อง หน้าต่างในภาษาคำเมืองเรียกว่า "ป่อง" บ้านหลังนี้จึงถูกเรียกว่าบ้านป่องนัก บ้านป่องนักเคยใช้เป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมณฑลพายัพ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2469
บ้านป่องนัก (พิพิธภัณฑ์มณฑลทหารบกที่ 32)
ปี พ.ศ. 2468
พลับพลาไม้สักทอง 469 ช่องหน้าต่าง เรือนประทับแรมแห่งมณฑลพายัพที่เชื่อมเมืองเหนือสู่รัฐสมัยใหม่
บ้านป่องนัก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2468 เพื่อเป็นที่ประทับแรมในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ระหว่างการเสด็จฯ ตรวจราชการมณฑลพายัพ ก่อนที่ต่อมาจะใช้เป็นที่ประทับแรมในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือเมื่อ พ.ศ. 2501 ทำให้อาคารหลังนี้้ป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของลำปางเข้ากับประวัติศาสตร์ชาติ
ชื่อ “ป่องนัก” เป็นคำเมือง “ป่อง” หมายถึง ช่อง ส่วน “นัก” หมายถึง จำนวนมาก รวมความได้ว่าหมายถึง “บ้านที่มีช่องหน้าต่างมาก” ที่ออกแบบมาเพื่อรับลมและระบายอากาศ เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของภาคเหนือ
บ้านป่องนักเป็นอาคารไม้ 2 ชั้นยกพื้นเตี้ยที่ผสานสถาปัตยกรรมยุโรปเข้ากับภูมิปัญญาการอยู่อาศัยในเขตร้อนได้อย่างน่าสนใจ ตัวอาคารมีหน้ามุขทรง 5 เหลี่ยมยื่นออกมาถึง 5 มุข ช่วยเพิ่มมิติให้รูปทรงอาคารและเปิดรับทัศนียภาพโดยรอบ ขณะที่บริเวณชายคาและช่องลมประดับด้วยไม้ฉลุลวดลายแบบขนมปังขิง อันเป็นที่นิยมในช่วงเวลานั้น
องค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดคือระบบช่องเปิดที่กระจายอยู่รอบตัวบ้าน ทั้งหน้าต่างบานเกล็ดไม้และช่องแสงจำนวนมาก โดยมีหน้าต่างมากกว่า 250 บาน และช่องหน้าต่างรวมถึง 469 ช่อง กล่าวกันว่าเป็นการสื่อถึงปี พ.ศ. 2469 ที่รัชกาลที่ 7 เสด็จฯ มาประทับแรมที่นี่ แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นเรื่องเล่าที่บอกต่อกันมา แต่ก็สะท้อนให้เห็นการให้ความสำคัญเรื่องการระบายอากาศและการรับแสงธรรมชาติที่นำมาใช้ในการออกแบบอาคารอย่างจริงจัง
การจัดพื้นที่ภายในยังสะท้อนลำดับชั้นและระเบียบแบบแผนของสังคมในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน ตัวอาคารมีบันไดแยกออกเป็น 2 ชุด โดยบันไดด้านหน้าใช้สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์หรือแขกสำคัญ ส่วนบันไดด้านหลังจัดไว้สำหรับข้าราชบริพารและผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงพื้นที่ใช้สอยด้านบนที่แบ่งพื้นที่ภายในสำหรับเจ้านายและพระบรมวงศานุวงศ์ และมีพื้นที่รอบนอกสำหรับข้าราชบริพาร
ที่ผ่านมา บ้านป่องนักได้รับการดูแลและอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี พ.ศ. 2566 ประเภทงานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับ “สมควรได้รับการเผยแพร่” จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ นับเป็นการยืนยันคุณค่าของอาคารทั้งในด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมร่วมสมัย
ปัจจุบัน บ้านป่องนักเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ในมณฑลทหารบกที่ 32 ชั้นล่างจัดแสดงอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การทหาร โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนชั้นบนยังคงรักษาบรรยากาศของอาคารรับรองในอดีตไว้ ผ่านการจำลองห้องต่าง ๆ เช่น ห้องโถงที่ประทับแรม ห้องบรรทม ห้องสรง และห้องทรงงาน รวมถึงจัดแสดงภาพถ่ายเก่า เอกสารประวัติศาสตร์ และข้อมูลเกี่ยวกับภาพเขียนสีประตูผา ทำให้บ้านป่องนักไม่ได้เป็นเพียงอาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องราวของเมืองลำปาง ตั้งแต่ยุคมณฑลพายัพ การเสด็จฯ ของพระมหากษัตริย์ ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงของเมืองในศตวรรษที่ผ่านมาได้อย่างครบถ้วน