เฮือนป้อเลี้ยงป่าไม้
ไม่ระบุ
บ้านไม้สักจากยุคทองของป่าไม้ลำปาง
ครั้งหนึ่งลำปางคือศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการทำไม้ในภาคเหนือ และความมั่งคั่งจากป่าไม้ก็ทิ้งร่องรอยไว้ในเมืองผ่านอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งรกรากในยุคนั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรือนไม้สักทองทั้งหลังที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้วัดประตูป่อง จากหลักฐานทางสถาปัตยกรรมและคำบอกเล่า เรือนหลังนี้น่าจะสร้างขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างยุคการค้าทางน้ำที่กำลังจะผ่านพ้น กับยุคที่รถไฟสายเหนือเดินทางมาถึงลำปางในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2459 ราวสมัยรัชกาลที่ 6 ถึงรัชกาลที่ 7 ไล่เลี่ยกับบ้านป่องนัก และน่าจะสร้างขึ้นมาตามหลังบ้านหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์เพียงเล็กน้อย โดยเข้าใจว่าเดิมทีเรือนหลังนี้เป็นบ้านพักของป่าไม้จังหวัด เป็นที่อยู่ของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในวันที่กิจการไม้กำลังรุ่งโรจน์ที่สุด จุดที่ทำให้เรือนหลังนี้น่าสนใจคือบทสนทนาระหว่างช่างท้องถิ่นกับอิทธิพลต่างชาติ ตัวเรือนเป็นไม้ใต้ถุนเตี้ย ยกพื้นขึ้นเล็กน้อยจากพื้นดินเพื่อระบายอากาศและรับมือกับน้ำท่วมอันเป็นเรื่องปกติของพื้นที่ติดแม่น้ำ แต่สิ่งที่บอกชัดว่าไม่ใช่เรือนไทยดั้งเดิมคือบันไดที่อยู่ภายในตัวบ้าน ต่างจากเรือนไทยทั่วไปที่มักวางบันไดไว้นอกเรือน เรือนยังมีมุขเหลี่ยมและหน้าต่างจำนวนมากตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลตะวันตกจากเครือข่ายพ่อค้าไม้ชาวพม่าในอดีต เมื่อเรือนเปลี่ยนมือมาสู่เจ้าของคนปัจจุบัน การบูรณะจึงไม่ใช่การทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ แต่เป็นการ "รื้อเพื่อประกอบขึ้นใหม่บนที่ดินผืนเดิม" โดยตั้งใจรักษาโครงสร้างและอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุดเท่าที่ช่างไม้ในวันนี้จะทำได้ งานบูรณะบ้านเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2563 และใช้เวลา 2 ปีเต็มในการทำงาน เพราะต้องรอไม้สักจากเรือนเก่ามาทดแทนไม้เดิมที่ชำรุด เพื่อไม่ให้เนื้อไม้บิดหรือหดตัว ความพิถีพิถันเห็นได้จากรายละเอียดเล็กๆ เช่น หัวเสาบันไดที่เจ้าของสั่งห้ามนำไปกลึงเป็นทรงกลมแบบสมัยใหม่เด็ดขาด แต่ให้ใช้วิธีถากไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ ช่องลมไม้ที่บิดงอถูกซ่อมแซม และเติมกระจกสีเข้าไปในบางจุด ส่วนการใช้งานภายในนั้นถูกปรับให้อยู่ได้จริงในปัจจุบัน ทั้งการเพิ่มห้องน้ำชั้นบน การติดกระจกและเครื่องปรับอากาศเพื่อรับมือฝุ่นควัน PM 2.5 ของเมือง โดยที่ภายนอกยังคงเป็นเรือนไม้โบราณเช่นเดิม ส่วนของบ่อน้ำโบราณในสวนยังคงถูกรักษาไว้ เพียงทำฝาปิดเพื่อความปลอดภัย เรือนครัวไฟที่เคยแยกออกไปด้านนอกถูกปรับเป็นอาคารอเนกประสงค์ที่รับกับตัวบ้านใหญ่ ทุกวันนี้เฮือนป้อเลี้ยงป่าไม้ไม่ได้เป็นบ้านปิดตาย แต่กลายเป็นพื้นที่วัฒนธรรมที่ยังมีคนใช้งาน สามารถปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่จัดเวิร์กช็อป รองรับผู้ร่วมกิจกรรมได้ราว 30 ถึง 45 คน ทั้งยังรับจัดงานเลี้ยงขนาดเล็ก งานแต่งงาน หรือการจิบน้ำชายามบ่ายในบรรยากาศย้อนยุค พร้อมจัดอาหารพื้นเมืองให้เข้ากับสถานที่ และเปิดให้ผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองลำปางนัดหมายเข้าชมเป็นกรณีพิเศษ จากบ้านพักของข้าราชการป่าไม้ในยุคที่ไม้สักคือทองคำของลำปาง วันนี้เรือนหลังเดิมยังยืนอยู่ที่เดิม เพียงแต่เปลี่ยนหน้าที่จากการเก็บความรุ่งเรืองของอดีตมาเป็นการส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่
**อ้างอิง : คำบอกเล่าของคุณปัทมา ท้วมเสม เจ้าของบ้านคนปัจจุบัน