บ้านจันทรวิโรจน์
ปี พ.ศ. 2461
ห้องใต้ดิน-ประตูทำขวัญช้าง-ปูนปั้นเรขาคณิต มรดกจากยุคทองกิจการป่าไม้ในบ้านใหญ่แห่งกาดกองต้า
“บ้านจันทรวิโรจน์” หลังนี้สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2461 โดย หม่องตาอู (พนาสิทธิ์) จันทรวิโรจน์ คหบดีค้าไม้ชาวพม่าผู้มีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจร่วมกับแม่เลี้ยงเต่า จันทรวิโรจน์ (บริบูรณ์) ผู้เป็นที่รู้จักในด้านการทำบุญและการสนับสนุนกิจการสาธารณประโยชน์ของเมืองลำปาง
ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้นผสมงานไม้สักขนาดใหญ่ วางผังเป็นเรือนแฝดสองหลังเชื่อมต่อถึงกันภายใน หลังคาทรงปั้นหยาซ้อนชั้นมุงด้วยกระเบื้องหางว่าว เป็นบ้านพักอาศัยยุคแรก ๆ ในลำปางที่นำเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่มาผสานเข้ากับภูมิปัญญาการสร้างเรือนแบบดั้งเดิม ด้วยการใช้คอนกรีตเสริมเหล็กเป็นโครงสร้างหลัก ทั้งฐานราก เสา คาน พื้น และกันสาด ขณะที่พื้นชั้นบน ฝ้าเพดาน และโครงสร้างหลังคายังคงใช้ไม้สักเป็นองค์ประกอบสำคัญ สะท้อนรอยต่อระหว่างยุคเรือนไม้กับยุคสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของเมืองลำปางได้ชัดเจน
ลักษณะเด่นที่สะดุดตาชวนมองคือระเบียงด้านหน้าที่ยื่นออกมาจากตัวอาคารโดยไม่มีเสาค้ำยันรองรับด้านล่าง ซึ่งถือเป็นเทคนิคการก่อสร้างที่ก้าวหน้าสำหรับยุคนั้น และแสดงให้เห็นศักยภาพของคอนกรีตเสริมเหล็กที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในงานสถาปัตยกรรมภาคเหนือช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ส่วนอิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันตกสะท้อนผ่านทั้งประตูบานเปิดคู่ หน้าต่างบานเปิดและบานกระทุ้งที่มีบานเกล็ดช่วยระบายอากาศในตัว เหนือวงกบประดับช่องแสงกระจกสีที่ช่วยเพิ่มมิติของแสงและสร้างสีสันให้ภายในอาคาร และยังมีการออกแบบกันสาดคอนกรีตยื่นคลุมเหนือหน้าต่างทุกบานเพื่อป้องกันแดดและฝน พร้อมตกแต่งด้วยคันทวยและคิ้วบัวปูนปั้นโดยรอบอาคาร ซึ่งนับเป็นองค์ประกอบสมัยใหม่ที่เริ่มเข้ามาแทนที่งานไม้ในช่วงเวลานั้น
ความโดดเด่นของบ้านจันทรวิโรจน์ที่แตกต่างจากบ้านคหบดีล้านนาหลายหลัง คือการเลือกใช้ลวดลายปูนปั้นแบบเรขาคณิตเป็นองค์ประกอบตกแต่งหลัก ตั้งแต่ลูกกรงระเบียง คันทวยรับกันสาด ไปจนถึงกรอบบัวตกแต่งผนัง ต่างออกแบบด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย เป็นระเบียบ และได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตก สะท้อนรสนิยมสมัยใหม่ของชนชั้นนำในยุคที่ลำปางกำลังเติบโตจากเศรษฐกิจป่าไม้
นอกจากนี้ ยังมีทั้งห้องใต้หลังคาสำหรับเก็บเอกสารหรือทรัพย์สินสำคัญ และห้องใต้ดินที่มีระบบระบายอากาศเฉพาะตัว สันนิษฐานว่าใช้เก็บของมีค่า รวมถึงเป็นพื้นที่หลบภัยในยามฉุกเฉิน อีกจุดที่น่าสนใจคือ “ประตูทำขวัญช้าง” บริเวณระเบียงชั้นสองด้านหน้าบ้าน ซึ่งในอดีตเคยใช้ประกอบพิธีทำขวัญช้างก่อนนำช้างออกทำงานชักลากไม้ในป่า รายละเอียดเล็ก ๆ นี้ช่วยเชื่อมโยงบ้านเข้ากับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของเมืองได้อย่างชัดเจน เนื่องจากช้างคือแรงงานสำคัญในยุคสัมปทานป่าไม้ และสะท้อนบทบาทของตระกูลจันทรวิโรจน์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสำคัญของลำปางในช่วงเวลานั้น
ปัจจุบันบ้านจันทรวิโรจน์ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องจากลูกหลานหลายต่อหลายรุ่น เพื่อคงไว้ซึ่งโครงสร้างและรายละเอียดสถาปัตยกรรมดั้งเดิมให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่มีชีวิตที่เปิดให้ผู้คนแวะเวียนเข้ามาจัดกิจกรรมสาธารณะตามโอกาสสำคัญ ทำให้บ้านหลังนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นทั้งมรดกทางประวัติศาสตร์และพื้นที่ร่วมสมัยที่เชื่อมต่อผู้คนกับบรรยากาศยุคสัมปทานป่าไม้ของลำปางในอดีต