วัดป่าฝาง
ปี พ.ศ. 2435
ร่องรอยพุทธศิลป์มัณฑะเลย์และพม่าในวัดของเฮดแมนค้าไม้ยุคแรกแห่งลำปาง
ท่ามกลางร่องรอยความรุ่งเรืองของกิจการป่าไม้ในลำปาง วัดป่าฝาง หรือวัดศาสนโชติการาม เป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวพม่าที่เข้ามาพร้อมกับธุรกิจไม้สัก
วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2435 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยพ่อเฒ่าอูส่วยอัตถ์ เฮดแมนคนแรกของบริษัทสัมปทานไม้บอมเบย์เบอร์มา และแม่เฒ่าคำหวาน สุวรรณอัตถ์ สองสามีภรรยาชาวรามัญผู้เข้ามาพร้อมกับช่วงธุรกิจค้าไม้ในลำปาง ก่อนจะกลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนชาวพม่าในเมืองแห่งนี้
ภายในวัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สะท้อนอิทธิพลศิลปะพม่าและมอญ เริ่มจากพระบรมธาตุเจดีย์ลงรักปิดทองทั้งองค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนฐานเจดีย์สร้างเป็นรูป 8 เหลี่ยม โดยแต่ละด้านทำเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน ทั้งหมดล้วนอัญเชิญมาจากประเทศพม่า แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของพุทธศิลป์พม่าที่งดงาม
ถัดมาเป็นพระอุโบสถพม่าแบบก่ออิฐถือปูน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2449 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางฉันผลสมออันเก่าแก่ ทรงผ้าลายพันตา ฐานชุกชีตกแต่งด้วยลายปูนปั้นจากพุทธชาดก ขณะที่ฝ้าเพดานลงรักทาสีแดงชาด แบ่งเป็น 12 ช่อง แต่ละช่องประดับกระจกสีและลวดลายปูนปั้นอย่างประณีต พร้อมรูปนกยูงและเทพผู้พิทักษ์ตามคติความเชื่อของพม่า หลังคาออกแบบให้ซ้อนลดหลั่นเป็นชั้น ๆ แบบปยาธาตุ ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมศาสนสถานพม่า ส่วนซุ้มประตู หน้าต่าง หน้าบัน และเสาหน้าอาคาร ล้วนประดับด้วยลายปูนปั้นเถาวัลย์ เทวดารักษาประตู และกระจกสีที่เพิ่มความอ่อนช้อยให้กับตัวอาคาร รวมถึงเสาหงส์ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ของวัดมอญ ซึ่งเป็นของชาวมอญที่มาจากเมืองหงสาวดี
อย่างไรก็ตาม อาคารที่โดดเด่นที่สุดของวัดป่าฝางคือ “วิหารไม้สัก” ขนาดใหญ่ รูปแบบครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างสถาปัตยกรรมพม่าที่งดงามของลำปาง ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ในรูปแบบศิลปะมัณฑะเลย์ ขณะที่องค์ประกอบต่าง ๆ ตั้งแต่ฐานชุกชี ซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ฝ้าเพดาน บัวหัวเสา ไปจนถึงรอบเสา ล้วนประดับด้วยกระจกหลากสีและงานไม้แกะสลักลงรักปิดทองตามแบบศิลปะพม่าอย่างประณีต หลังคาซ้อนลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ตามคติจักรวาลในความเชื่อของพม่า สะท้อนทั้งความศรัทธาและฝีมือช่างอันละเอียดอ่อน
ปัจจุบันวัดป่าฝางยังคงเป็นอีกหนึ่งมรดกสำคัญของลำปางที่บอกเล่าเรื่องราวการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวพม่าในยุครุ่งเรืองกิจการป่าไม้ ผ่านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และความเชื่อที่ยังคงปรากฏอยู่ในทุกองค์ประกอบของวัดได้อย่างดี