"อาคารก่ออิฐถือปูน 3 ชั้น สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ดำเนินออกแบบและก่อสร้างโดยนายแพทย์วิลเลี่ยม เอ.บริกส์ (William A.Briggs) ด้านหน้าอาคารก่ออิฐเป็นรูปโค้ง (Arch) มีโถงทางเดินเชื่อมถึงกันโดยตลอด ใช้โครงสร้างกำแพงรับน้ำหนัก (Wall Bearing) สังเกตได้จากการก่อสร้างผนังซึ่งมีความหนาถึง 50 เซนติเมตร ไม่ใช้เสาและคานคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงปันหยามุงกระเบื้องซีเมนต์หน้าต่างด้านนอกสุดบานเกล็ดไม้แบบกระทุ้งชนิดเปิดได้ ด้านในเป็นหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใส ประตูทำจากไม้สักแบบบานเปิดคู่ ทุกห้องมีช่องแสงเหนือประตูฐานรากแพซุงไม้ เนื่องจากเป็นอาคารขนาดใหญ่ในยุคที่ยังไม่มีเสาเข็มคอนกรีต การทำฐานรากจึงใช้วิธีนำ ""ซุงไม้สัก"" มามัดเรียงกันเป็นแพ อยู่ใต้ดินเพื่อรองรับน้ำหนักอาคาร ส่วนโครงสร้างคาน ตง และพื้นภายในทั้งหมดใช้ไม้สักทอง ได้รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2553 "
ศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า)
สันนิษฐานว่าน่าจะสร้าง พ.ศ. 2443 – 2455
มรดกทางสถาปัตยกรรมโคโลเนียลที่หยัดยืนข้ามกาลเวลา
ศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า) ก่อร่างขึ้นจากการผสมผสานโครงสร้างตะวันตกเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีบานเกล็ดไม้แบบกระทุ้งทำหน้าที่จัดสรรแสงและเงาให้ทอดผ่านเข้ามาในตึกอย่างพอเหมาะพอดี ปัจจุบันพื้นที่กำลังเปลี่ยนผ่านกลายเป็นหอพิพิธภัณฑ์ภาพเก่าเมืองเชียงราย ถือเป็นการจับคู่ที่ลงตัวที่สุด เพราะตัวอาคารเองได้ทำหน้าที่เป็นกรอบรูปโบราณชิ้นเอก คอยโอบอุ้มและจัดแสดงเรื่องราวของท้องถิ่นมานานกว่าศตวรรษ
ตามข้อมูลของอาคารระบุว่า ศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า) สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2443 แต่อาจารย์อภิชิต ศิริชัย นักประวัติศาสตร์ชาวเชียงราย ค้นพบหลักฐานว่า ใน พ.ศ. 2443 นั้นยังไม่มีการระบุถึงการสร้างศาลากลางแห่งนี้ โดยอ้างอิงจากหลักฐานหอจดหมายเหตุ มท. 5.12/16 ซึ่งเป็นบันทึกใน พ.ศ. 2480 ที่มีข้อมูลระบุเกี่ยวกับการปรับปรุงศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า) เอาไว้ว่า อาคารหลังนี้มีอายุการใช้งานผ่านมา 20 ปีแล้ว ทำให้นักประวัติศาสตร์ตั้งข้อสันนิษฐานใหม่ว่า ตัวตึกศาลากลางจังหวัดและจวนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าจะสร้างขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยสันนิษฐาน จากหลักฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2455
ศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า) เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสามชั้น สถาปัตยกรรมโคโลเนียล ซึ่งมีนายแพทย์วิลเลียม เอ. บริกส์ (Dr. William A. Briggs) เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง ใช้เทคนิคฐานรากแพซุงไม้ ด้วยการนำซุงไม้สักมามัดเรียงต่อกันเป็นแพอยู่ใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่กระจายน้ำหนักไม่ให้ตัวอาคารทรุดจม ขณะที่โครงสร้างส่วนบนก็อัศจรรย์ไม่แพ้กัน สังเกตได้จากผนังตึกที่หนาถึง 50 เซนติเมตร ซึ่งเลือกใช้โครงสร้างกำแพงรับน้ำหนัก สอดรับกับโครงสร้างคาน ตง และพื้นภายในทั้งหมด โดยไม่ใช้เสาและคานคอนกรีตเสริมเหล็กเลยแม้แต่ต้นเดียว แถมยังช่วยกักเก็บความเย็นให้ตัวอาคารอีกด้วย
ด้านหน้าอาคารก่ออิฐเป็นซุ้มโค้ง มีโถงทางเดินเชื่อมถึงกันโดยตลอด ทำให้เกิดแสงและเงาอย่างมีมิติตามช่วงเวลา ประตูทำจากไม้สักแบบบานเปิดคู่ขนาดยักษ์ และออกแบบให้ทุกห้องมีช่องแสงเหนือประตูเพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติ หน้าต่างด้านนอกสุดใช้บานเกล็ดไม้แบบกระทุ้งชนิดเปิดได้ เพื่อบังแดดจัดและกันฝนเมืองเหนือ ส่วนด้านในซ้อนด้วยหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใสเพื่อความมิดชิด
เส้นทางของศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า) ผ่านการเปลี่ยนบทบาทมาหลายครา หลังจากย้ายศูนย์ราชการไปอาคารแห่งใหม่นอกย่านเมืองเก่าใน พ.ศ. 2512 อาคารหลังนี้ก็ได้รับการฟื้นบทบาทให้เป็นหอวัฒนธรรมนิทัศน์เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษกใน พ.ศ. 2539 ก่อนจะปรับโฉมเป็นพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮายหรือหอพิพิธภัณฑ์ภาพเก่าเมืองเชียงราย ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายใน พ.ศ. 2561 และล่าสุดในระหว่าง พ.ศ. 2568–2569 อาคารแห่งนี้กำลังได้รับการปรับปรุงโครงสร้าง หลังคา และระบบภายในครั้งใหญ่ พร้อมกับออกแบบนิทรรศการถาวรชุดใหม่ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จตามสัญญาในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569