บ้านไม้สองชั้นแบบสไตล์สวิตเซอร์แลนด์ (Swiss Style / Chalet Style) ในปี 2559 ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรม ประเภทอาคารสาธารณะ จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นจุดหนึ่งของเส้นทางการท่องเที่ยวผ่านรถรางของเทศบาลนครเชียงราย
พิพิธภัณฑ์ทหาร มณฑลทหารบกที่ 37
พ.ศ. 2484
ร่องรอยสถาปัตยกรรมสไตล์สวิตเซอร์แลนด์ที่สมบูรณ์ที่สุดในเชียงราย
จากบ้านพักรับรองของจอมพล พลิกผันสู่กองบัญชาการรบ ปัจจุบันขยับตัวตามบริบทสังคมอีกครั้งในฐานะ พิพิธภัณฑ์ทหาร มณฑลทหารบกที่ 37 บนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ในพื้นที่ชุมชนดอยทอง เขตเทศบาลนครเชียงราย ตัวอาคารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และได้รับการบูรณะจนคว้ารางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมมาครองได้อย่างภาคภูมิ เสน่ห์ของที่นี่คือการเปลี่ยนผ่านพื้นที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ พร้อมเปิดประตูต้อนรับคนรุ่นใหม่ให้มาถอดรหัสรอยอดีตผ่านมุมมองสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์
อาคารสร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ราว พ.ศ. 2484 สร้างเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2485 เพื่อเป็นบ้านพักรับรองของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อมาตรวจราชการ เนื่องจากจังหวัดเชียงรายเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการเคลื่อนทัพไปนครเชียงตุง และภายหลังบ้านหลังนี้ยังใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการสนามกองทัพพายัพ ตัวบ้านได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมสไตล์สวิตเซอร์แลนด์ที่สมบูรณ์ที่สุดในจังหวัดเชียงราย เป็นอาคารไม้สองชั้น ใช้หลังคาทรงปั้นหยาแต่งมุขจั่วด้านหน้า พื้นชั้นล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อความแข็งแกร่ง รองรับโครงสร้างชั้นบนที่เป็นไม้เนื้อแข็ง รอบตัวบ้านจัดวางโครงไม้คาดบนผนังอาคาร พร้อมเทคนิคการทาสีแยกส่วนเพื่อไม่ให้เนื้อไม้กลืนติดไปกับตัวตึก เพื่อความสวยงามตามสถาปัตยกรรมสไตล์สวิตเซอร์แลนด์ แสดงถึงความทันสมัยและการได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ รวมทั้งผสานการเจาะช่องลมระบายอากาศรอบทิศทาง ถือเป็นภูมิปัญญาในการรับมือกับความชื้น
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงใน พ.ศ. 2489 อาคารหลังนี้ถูกใช้ประโยชน์ในทางราชการมาอย่างต่อเนื่องจนทรุดโทรมลง ทำให้ใน พ.ศ. 2539 ได้มีการซ่อมปรับปรุงครั้งแรกในส่วนที่ชำรุดและขัดผิวตัวบ้าน ต่อมาใน พ.ศ. 2554 หลังจากทหารย้ายไปประจำการในค่ายเม็งรายมหาราช อาคารหลังนี้จึงว่างลง ทำให้เกิดแนวคิดพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยว นำไปสู่การปรับปรุงครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2555 เริ่มดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ในระยะแรก ทั้งปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค ตกแต่งภายใน และปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการรวบรวมวัตถุจัดแสดง รวมถึงสำนักวิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และนักวิชาการที่เข้ามาช่วยจัดทำทะเบียนวัตถุและข้อมูลต่าง ๆ จนกระทั่งใน พ.ศ. 2556 เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ทหาร มณฑลทหารบกที่ 37 อย่างเป็นทางการ
เอกลักษณ์สำคัญที่หาดูได้ยากในอาคารไทย คือการมีเตาผิงไว้ใช้ในฤดูหนาว บ่งบอกถึงสภาพอากาศของเชียงรายเมื่อเกือบศตวรรษก่อนที่เคยหนาวจัดจนต้องจุดฟืนเพื่อให้ความอบอุ่น อีกส่วนสำคัญคือบริเวณชั้นล่างของบ้านมีห้องใต้ดินเป็นโถงเล็ก ๆ ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 7 เมตร และสูง 1.80 เมตร ซ่อนตัวอยู่ ซึ่งในอดีตใช้เป็นบังเกอร์หลบภัยทางอากาศของผู้นำประเทศ ยามที่เครื่องบินรบฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ามาทิ้งระเบิดในเขตภาคเหนือ ปัจจุบันห้องใต้ดินปิดตายและไม่สามารถเดินเข้าไปได้แล้ว
ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์มณฑลทหารบกที่ 37 ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรม ประเภทอาคารสาธารณะ ประจำปี 2559 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เทศบาลนครเชียงรายจึงกำหนดให้เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวผ่านรถรางของเทศบาล นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติและท้องถิ่นผ่านการจัดแสดงที่เข้าใจง่าย น่าสนใจ และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางสถาปัตยกรรมด้วย