อาคารสไตล์ล้านนาผสมยุโรป เป็นเรือนไม้สักทองทั้งหลัง ทาสีชมพูอ่อนเป็นที่สังเกต ตกแต่งด้วยลวดลายฉลุที่เรียกว่าลายขนมปังขิงเป็นลายพรรณพฤกษา เครือเถาว์ตามหน้าจั่ว ช่องลม สันหลังคา กรอบเช็ดหน้าต่างเหนือประตูและหน้าต่าง ระเบียง และในอาคาร โดยมีจุดฉลุสำคัญที่จั่วเป็นรูป ดอกโบตั๋น สะท้อนความหมายความรักและความมั่นคง สอดคล้องกับเป้าประสงค์การสร้างที่แม่เจ้าบัวถา มหายศปัญญา ได้สร้างเป็นเรือนหอให้กับธิดาด้านเทคนิคการสร้างใช้เทคนิคการเข้าลิ้นสลักไม้ ใช้ช่างจีนจากมณฑลกวางตุ้งเป็นผู้คุ้มการสร้าง สล่าพื้นเมืองเป็นคนตีไม้ และมีช่างพม่าเป็นผู้ทำลายฉลุ ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี พ.ศ. 2536 และ รางวัล 10 พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ จากการบินไทย
บ้านพระยาสุเรนทร์
ปี พ.ศ. 2452–2453
เรือนลูกครึ่งตะวันตก หน้ามุขหกเหลี่ยมของผู้ว่าฯ คนแรกแห่งลำปาง
ตัวอาคารสร้างขึ้นในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ราว พ.ศ. 2452–2453 เดิมมีชื่อว่า “บ้านเจิมสุข” เป็นเคหสถานของมหาอำมาตย์ตรี พระยาสุเรนทรราชเสนา (เจิม จารุจินดา) ปลัดมณฑลประจำจังหวัดลำปางและผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก บ้านหลังนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรือนพักอาศัยของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แต่ยังเป็นภาพแทนของชนชั้นข้าราชการสมัยใหม่ และเป็นสัญลักษณการเปลี่ยนผ่านอำนาจจากระบบเจ้าผู้ครองนครไปสู่ระบบราชการแบบรวมศูนย์ ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
บ้านพระยาสุเรนทร์เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้นที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นนำและข้าราชการของสยามยุคนั้น ตัวอาคารมีหลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่ว ด้านหน้ามีมุข 6 เหลี่ยมยื่นออกมา 3 ด้าน ช่วยเปิดมุมมองและรับลมจากภายนอกได้รอบทิศ พร้อมระเบียงกว้างบริเวณชั้นบนซึ่งใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนและชมทัศนียภาพโดยรอบ
องค์ประกอบต่าง ๆ ของอาคารสะท้อนการออกแบบที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศเขตร้อนอย่างชัดเจน ทั้งประตูและหน้าต่างจำนวนมากที่เปิดรับลมได้โดยรอบ ช่องลมเหนือประตูและหน้าต่างที่ช่วยระบายอากาศร้อนสะสมในตัวอาคาร
บริเวณเหนือกรอบหน้าต่างมี “ช่องลม” เป็นช่องสี่เหลี่ยมเรียงตัวแบบตาราง ทำหน้าที่รับแสงธรรมชาติและช่วยระบายอากาศเพิ่มเติมจากตัวหน้าต่างหลัก ส่วนหน้าต่างบานไม้ของอาคารมีลักษณะเฉพาะ คือเป็นหน้าต่าง 2 ชั้น โดยชั้นนอกเป็นบานเปิดหลัก ขณะที่ด้านในติดตั้งบานเกล็ดไม้ที่สามารถปรับเปิดปิดแยกได้อีกระดับ ทำให้สามารถควบคุมทั้งแสง ลม และความเป็นส่วนตัวได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น
พื้นที่ด้านหลังสะท้อนการผสมผสานระหว่างรูปแบบการอยู่อาศัยแบบตะวันตกและวิถีชีวิตท้องถิ่นของล้านนา มียุ้งข้าวอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเรือนล้านนาในอดีต แต่ในปัจจุบันเรือนยุ้งข้าวได้ถูกปรับปรุงใหม่เป็นที่พักไปแล้ว
รายละเอียดอีกส่วนที่น่าสนใจคือโคมไฟสนามแบบเหล็กหล่อจำนวน 2 ต้นที่สั่งมาจากอังกฤษ โดยยังปรากฏตราประทับและปี ค.ศ. 1903 อยู่บนตัวเสา สะท้อนถึงเครือข่ายการค้าและการใช้วัสดุนำเข้าจากต่างประเทศของชนชั้นนำในลำปางในช่วงนั้น
ปัจจุบัน บ้านพระยาสุเรนทร์ได้ปรับบทบาทจากเรือนพักอาศัยของข้าราชการในอดีต มาสู่พื้นที่ใช้งานร่วมสมัยในรูปแบบร้านอาหารและที่พัก บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ภายใต้การดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ตัวอาคารยังคงรักษาโครงสร้างเดิมและบรรยากาศทางสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างชัดเจน แม้จะมีการปรับใช้พื้นที่ให้สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบันก็ตาม