1921 House
ปี พ.ศ.2447
จากบ้านกงสุลอังกฤษ สู่มุมถ่ายรูปสุดคลาสสิกริมแม่น้ำปิง
หากสายน้ำปิงสามารถพูดได้ คงมีเรื่องราวน่าสนุกในอดีตมาเล่าให้เราฟังมากมาย โดยเฉพาะเรื่องราวริมฝั่งน้ำที่เป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์หน้าสำคัญในเชียงใหม่ ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2427 เมื่อ เอ็ดเวิร์ด เบลนโคว์ กูลด์ ได้เดินทางมารับตำแหน่งรองกงสุลอังกฤษคนแรก ในครั้งนั้น เจ้าหลวงเชียงใหม่ (เจ้าอินทวิชยานนท์) ได้มอบที่ดินผืนงามขนาด 7 ไร่ติดแม่น้ำปิง พร้อมบ้านพักให้เขาได้อยู่อาศัยตลอดช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่แห่งนี้
ทว่า... ตัวอาคารอันงดงามและสง่างามที่เราเห็นกัน เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2447 โดยกงสุล ซี อี ดับเบิลยู สตริงเกอร์ และเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดทำการจริงในปี พ.ศ. 2458 จากฝีมือการวางผังของกงสุล "วิลเลียม อัลเฟรด แร วูด" ผู้ดีไซน์ให้ตัวบ้านสไตล์ตะวันตกผสมผสานเข้ากับเมืองร้อนได้อย่างลงตัว อาคารหลังนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางการพบปะสังสรรค์อันคึกคักของชาวอังกฤษในเชียงใหม่ยุคนั้น นอกจากนี้ ในอดีตบริเวณรอบ ๆ ยังเคยมีคอกช้างที่เลี้ยงช้างไว้ถึง 4 เชือก สำหรับใช้ในการเดินทางระยะไกลอีกด้วย
อาคารหลังนี้ได้รับการออกแบบอย่างประณีตตามมาตรฐานของรัฐบาลอังกฤษ ในสไตล์นีโอคลาสสิก ประกอบกับในช่วงเวลานั้นธุรกิจป่าไม้กำลังเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด วัสดุหลักในการก่อสร้างจึงเลือกใช้ไม้สักทองเกรดดี นำมาทำทั้งพื้น เพดาน และส่วนประกอบต่าง ๆ ของบ้าน ชวนให้รู้สึกถึงความมั่งคั่ง มั่นคง และเปี่ยมด้วยรสนิยม
ตัวอาคารเป็นตึกครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น ความยาวประมาณ 20 เมตร จุดเด่นที่สะดุดตาผู้พบเห็นคือแนวเสาปูนชั้นล่าง และเสาไม้คู่บนชั้นสอง ซึ่งถูกจัดวางเรียงกันในระยะที่เท่ากันอย่างเป็นระเบียบและได้มาตรฐาน ภายในออกแบบให้เพดานสูงโปร่งถึง 3 เมตร ให้ความรู้สึกโล่งสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว รอบตัวบ้านล้อมรอบด้วยระเบียงไม้สักทองกว้างขวางเพื่อช่วยบังแดดและให้ร่มเงา พร้อมหน้าต่างบานเกล็ดไม้สักที่สามารถเปิดรับลมได้อย่างเต็มที่
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ การออกแบบให้ตัวตึกวางตัวขนานไปกับแม่น้ำปิงในแนวทิศเหนือ-ใต้ แทนที่จะวางตามแนวถนนเจริญประเทศ เนื่องจากในอดีต แม่น้ำคือเส้นทางคมนาคมสายหลัก ใครที่นั่งเรือผ่านไปมาจึงสามารถมองเห็นอาคารกงสุลหลังนี้ตั้งเด่นเป็นสง่า ดูโอ่อ่าน่าชมเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อกาลเวลาผันผ่านและยุคธุรกิจป่าไม้สิ้นสุดลง สถานกงสุลอังกฤษจำเป็นต้องปิดตัวลงตามระเบียบ แต่อาคารประวัติศาสตร์หลังนี้กลับไม่เคยถูกทิ้งให้เงียบเหงา เพราะได้รับการดูแลและบูรณะอย่างประณีตมาโดยตลอด จนกระทั่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ เมื่อปี พ.ศ. 2532
ปัจจุบัน พื้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร "1921 House" หมุดหมายสำคัญของอนันตรา รีสอร์ท เชียงใหม่ ที่ยังคงรักษาความสวยงามสง่างามและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ทุกมุมจนกลายเป็นแลนด์มาร์กของโรงแรม ไม่ว่าใครแวะเวียนมาพักผ่อนหรือรับประทานอาหาร ก็มักอดไม่ได้ที่ต้องหยุดถ่ายภาพสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก ราวกับเป็นจุดเชื่อมโยงอดีตอันรุ่งโรจน์ให้ยังคงมีชีวิตชีวามาจนถึงทุกวันนี้