**อาคารหอสมุด โรงเรียนดาราวิทยาลัย**
**ปี พ.ศ. 2464**
บ้านแห่งการเรียนรู้บนถนนแก้วนวรัฐ
หากย้อนกลับไปเกือบหนึ่งศตวรรษ อาคารหอสมุดแห่งนี้คือหนึ่งในอาคารสำคัญรุ่นแรกของโรงเรียนดาราวิทยาลัย บนพื้นที่ใหม่ริมถนนแก้วนวรัฐ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายตัวครั้งสำคัญของโรงเรียนพระราชชายา ซึ่งพัฒนามาจากภารกิจของคณะมิชชันนารีอเมริกันในการจัดการศึกษาแก่เด็กหญิงในเชียงใหม่
เมื่อพื้นที่เดิมบริเวณคริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน โรงเรียนจึงจัดซื้อที่ดินบริเวณตำบลหนองเส้งจำนวน 77 ไร่ ในช่วงเริ่มก่อสร้างพื้นที่แห่งใหม่เมื่อ พ.ศ. 2464 มีการสร้างอาคารสำคัญ 2 หลัง ได้แก่ บ้านพักมิชชันนารี ซึ่งปัจจุบันคือพิพิธภัณฑ์โรงเรียนดาราวิทยาลัยหรือ “บ้านเขียว” และอาคารขนาดใหญ่สำหรับใช้เป็นอาคารเรียนและหอพักนักเรียนประจำ ซึ่งก็คืออาคารหอสมุดในปัจจุบัน
อาคารได้รับการวางศิลาฤกษ์ใน พ.ศ. 2464 และเริ่มใช้งานใน พ.ศ. 2466 พร้อมกับการย้ายนักเรียนระดับมัธยมศึกษาส่วนหนึ่งเข้ามาเรียนในพื้นที่ใหม่ โดยมี Miss Julia A. Hatch และ Miss Lucy Niblock เป็นบุคคลสำคัญในการวางรากฐานโรงเรียนยุคแรก นอกจากนี้ โรงเรียนยังได้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2469
ลักษณะเด่นของอาคารคือสถาปัตยกรรมก่ออิฐถือปูนสองชั้น วางผังสมมาตรแบบอาคารเรียนมิชชันนารีตะวันตก หลังคาทรงปั้นหยาขนาดใหญ่มีชายคายื่นยาวช่วยป้องกันแดดและฝน ด้านหน้ามีมุขทางเข้าที่ได้สัดส่วน หน้าต่างทรงสูงเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ช่วยรับแสงและระบายอากาศตามธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในยังคงรักษาผังดั้งเดิมไว้ได้อย่างชัดเจน โถงกลางเปิดสูงเชื่อมพื้นที่ทั้งสองชั้นเข้าหากัน บันไดไม้สักขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของอาคาร เชื่อมพื้นที่เรียน ห้องพัก และห้องใช้งานต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน รายละเอียดงานไม้ เช่น ราวบันได ลูกกรง วงกบประตู และช่องลมเหนือประตู ยังคงสะท้อนแนวคิดสถาปัตยกรรมมิชชันนารีที่เน้นความเรียบง่าย แข็งแรง และประโยชน์ใช้สอย
จุดเด่นสำคัญอยู่บริเวณห้องใต้หลังคา ซึ่งเผยให้เห็นโครงสร้างไม้สักขนาดใหญ่ ทั้งคาน จันทัน อกไก่ และค้ำยันที่ทำงานร่วมกันเป็นระบบโครงถักอันแข็งแรง การเข้าบากไม้และการวางโครงสร้างแบบสามเหลี่ยมสะท้อนทั้งความรู้ด้านวิศวกรรมตะวันตกและฝีมือช่างพื้นถิ่นล้านนา ขณะเดียวกัน พื้นที่ว่างใต้หลังคายังช่วยลดความร้อนก่อนถ่ายเทลงสู่ห้องเรียนด้านล่าง จึงนับเป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรม Tropical Colonial ในภาคเหนือ
ตลอดระยะเวลากว่าร้อยปี อาคารหลังนี้เปลี่ยนบทบาทจากอาคารเรียนและหอพักนักเรียนประจำ มาเป็นหอสมุดและศูนย์การเรียนรู้ของโรงเรียน แม้จะมีการติดตั้งระบบไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ห้องสมุดสมัยใหม่เพิ่มเติม แต่ยังคงรักษาองค์ประกอบดั้งเดิมไว้ได้อย่างกลมกลืน ปัจจุบันอาคารหอสมุดยังทำหน้าที่เป็นแหล่งค้นคว้าและเรียนรู้ของนักเรียนดาราวิทยาลัย ท่ามกลางบรรยากาศของไม้เก่า แสงธรรมชาติ และร่องรอยแห่งกาลเวลา ที่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวของการศึกษาสตรีล้านนามาจนถึงทุกวันนี้