ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขแห่งแรกของเชียงใหม่ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กยุคแรกๆ ของไทย
พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร เชียงใหม่ พ.ศ. 2453
จากโฮงสายริมปิงสู่ที่พักพิงของคนรักแสตมป์
ก่อนที่คำว่า "ไปรษณีย์" จะติดปากคนเชียงใหม่ เมืองนี้มีอาคารหลังหนึ่งที่ผู้คนเรียกกันสั้นๆ ว่า "โฮงสาย" ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขแห่งแรกของเชียงใหม่ตั้งอยู่บนถนนวิชยานนท์ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าโฮงสาย เพราะเป็นที่ตั้งของชุมสายโทรเลขและโทรศัพท์ที่ลากเส้นเชื่อมเมืองเหนืออันห่างไกลเข้ากับส่วนกลางเป็นครั้งแรก อาคารหลังนั้นถูกรื้อถอนไปนานแล้ว และกลายเป็นสุขศาลาก่อนจะเป็นโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ในเวลาต่อมา แต่ภารกิจของมันได้ย้ายไปอยู่กับอาคารอีกหลังหนึ่ง ราว พ.ศ. 2453 ทางการได้สร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กขึ้นในบริเวณใกล้กัน บนพื้นที่ซึ่งเดิมเคยเป็นที่ทำการศาลมณฑลพายัพ และภายในเคยมีที่คุมขังนักโทษ จากนั้นจึงย้ายโฮงสายมาอยู่ที่นี่ กลายเป็นที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขแม่ปิง อาคารหลังนี้บอกเล่ายุคสมัยได้ดีในตัวมันเอง ในเวลาที่อาคารส่วนใหญ่ของเชียงใหม่ยังเป็นเรือนไม้และตึกก่ออิฐ การเลือกใช้คอนกรีตเสริมเหล็กถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เดินทางมาพร้อมกับรัฐสมัยใหม่ ตัวอาคารเป็นทรงสองชั้นแบบยุโรปหรือโคโลเนียล ซึ่งเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรมที่รัฐสยามใช้กับอาคารราชการทั่วประเทศในช่วงนั้น เพื่อสื่อถึงความเป็นระเบียบและความทันสมัยของระบบราชการที่กำลังแผ่มาถึงหัวเมือง ผังอาคารวางอย่างสมมาตร มีปีกสองข้างยื่นออกจากส่วนกลาง ต่อมาเมื่อเมืองเติบโตขึ้น ปีกทั้งสองถูกต่อเติมเป็นสองชั้นตลอดแนวเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำงาน ภายในแบ่งเป็นห้องจัดแสดงสี่ห้อง พื้นที่รวมราว 260 ตารางเมตร และยังมีห้องคลังขนาด 42 ตารางเมตร อันเป็นร่องรอยของการเป็นอาคารราชการที่ต้องเก็บพัสดุมีค่าและดวงตราไปรษณียากรไว้อย่างมิดชิด ส่วนด้านนอกจัดแสดงตู้ไปรษณีย์เก่าหลายแบบที่หาชมได้ยาก ทำให้ตัวอาคารทั้งหลังเป็นทั้งวัตถุจัดแสดงและพื้นที่จัดแสดงไปพร้อมกัน ด้วยคุณค่านี้ อาคารจึงได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ อาคารแม่ปิงรับใช้กิจการไปรษณีย์โทรเลขของเมืองมายาวนาน จนเมืองขยายตัวเกินกว่าจะรองรับได้ ต้องเปิดที่ทำการแห่งใหม่ขึ้นย่านสันป่าข่อย ฝั่งซ้ายแม่น้ำปิง ใน พ.ศ. 2533 การสื่อสารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงอาคารหลังเก่านี้ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร เชียงใหม่ ทุกวันนี้ชั้นล่างจัดแสดงเครื่องมือสื่อสารสมัยก่อน ตั้งแต่เครื่องเคาะรหัสมอร์สไปจนถึงเคาน์เตอร์และโต๊ะไม้ยาวของสำนักงานยุคเก่า ชั้นบนจัดแสดงแสตมป์เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 8 พร้อมห้องสมุดสำหรับนักสะสม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในสามพิพิธภัณฑ์แสตมป์ของไปรษณีย์ไทย และเปิดให้คนทั่วไปเข้าไปเรียนรู้โดยไม่เก็บค่าเข้าชม
**อ้างอิง : คำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ในพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร เชียงใหม่