**เรือนทรงปั้นหยา อนุสารสุนทร**
**ปี พ.ศ. 2467 **
เมื่อเชียงใหม่เริ่มใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่
ในบรรดาเรือนไม้โบราณของเชียงใหม่ เรือนทรงปั้นหยาอนุสารสุนทรเป็นหนึ่งในอาคารที่สะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของเมืองได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นเรือนเก่าที่งดงาม หากยังเป็นภาพแทนของสังคมเชียงใหม่ในวันที่วิถีชีวิตล้านนาเริ่มเปิดรับความเป็นสากล ทั้งด้านการอยู่อาศัย การทำงาน และรสนิยมทางสถาปัตยกรรม
เรือนหลังนี้สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2467 โดยนายแพทย์ยงค์ ชุติมา บุตรชายของหลวงอนุสารสุนทรกิจและนางคำเที่ยง ชุติมา ตั้งอยู่บริเวณตลาดอนุสารสุนทร ถนนช้างคลาน ซึ่งเป็นย่านการค้าสำคัญของเชียงใหม่ในยุคนั้น ความพิเศษของอาคารไม่ได้อยู่เพียงในฐานะบ้านพักอาศัย เพราะชั้นบนใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว ขณะที่ชั้นล่างเปิดเป็นคลินิกรักษาโรคและร้านค้า สอดคล้องกับบทบาทของหมอยงค์ในฐานะแพทย์รุ่นใหม่ที่กลับมาจากการศึกษาต่างประเทศ
รูปทรงของเรือนโดดเด่นด้วยหลังคาปั้นหยา ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตก แต่ยังผสานเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ไม้ถูกใช้เป็นวัสดุหลักของโครงสร้าง ทั้งเสา คาน และพื้นเรือน เพดานยกสูงช่วยให้อากาศถ่ายเทและลดความร้อน ระเบียงรอบบ้านทำหน้าที่เป็นพื้นที่กึ่งภายนอก เชื่อมต่ออาคารเข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่ได้สัดส่วน
ภายในบ้านได้รับการออกแบบเพื่อรองรับวิถีชีวิตแบบตะวันตกที่เริ่มแพร่หลายในสังคมเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ เตียง และตู้ไม้ ซึ่งแตกต่างจากเรือนล้านนาดั้งเดิมที่เน้นการใช้พื้นที่แบบยืดหยุ่นและการนั่งพื้น โครงสร้างจึงต้องมีความมั่นคงมากขึ้นเพื่อรองรับเฟอร์นิเจอร์และรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนไป สะท้อนภาพของความทันสมัยที่ค่อย ๆ แทรกตัวเข้าสู่ชีวิตประจำวันของชาวล้านนา
หลังจากไม่มีผู้อยู่อาศัย เรือนหลังนี้ตกอยู่ในความดูแลของบริษัท สุเทพ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มทายาท และเคยเปิดให้เช่าเป็นร้านค้าอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะมอบให้แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิจุมภฏ–พันธุ์ทิพย์ในการอนุรักษ์ มีการรื้อย้ายและประกอบสร้างขึ้นใหม่ภายในพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา เมื่อ พ.ศ. 2547
ปัจจุบันเรือนทรงปั้นหยาอนุสารสุนทรเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญของพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ใน พ.ศ. 2548 และรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมอีกครั้งใน พ.ศ. 2565 ภายในชั้นล่างจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาการสร้างเรือนล้านนา ทำให้อาคารหลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรือนเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ หากเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ช่วยให้เข้าใจว่าความร่วมสมัยของล้านนาเกิดขึ้นจากการปรับตัวอย่างประณีตระหว่างรากวัฒนธรรมดั้งเดิมกับโลกสมัยใหม่ที่กำลังเข้ามา