คุ้มเจ้าราชบุตร (หมอกฟ้า ณ น่าน)
พ.ศ. 2484
ย้อนรอยสถาปัตยกรรมคุ้มเจ้าราชบุตร ผ่านพิพิธภัณฑ์มีชีวิต
ท่ามกลางกระแสธารความเปลี่ยนแปลง คุ้มโบราณหลายแห่งจำต้องผันตัวไปเป็นของรัฐหรือปิดฉากลงตามกาลเวลา ทว่า คุ้มเจ้าราชบุตร (หมอกฟ้า ณ น่าน) กลับหยัดยืนอยู่เคียงคู่นครน่านอย่างงดงาม ทั้งในฐานะบ้านพักอาศัยส่วนตัวควบคู่กับพิพิธภัณฑ์มีชีวิต คอยเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่น พร้อมรับฟังเรื่องเล่าประวัติศาสตร์จากปากทายาทผู้สืบสายโดยตรง
คุ้มเจ้าราชบุตร (หมอกฟ้า ณ น่าน) มี 2 หลัง หลังแรกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2400 ก่อนจะย้ายคุ้มมาสร้างใหม่เป็นหลังที่ 2 ใน พ.ศ. 2484 โดยย่อขนาดให้เล็กลงจากหลังเดิม กลายเป็นคุ้มเจ้าราชบุตรที่คุ้นเห็นในปัจจุบัน เดิมเจ้าน้อยมหาพรหม ณ น่าน ก่อร่างสร้างคุ้มเจ้าราชบุตร (หมอกฟ้า ณ น่าน) เพื่อใช้เป็นเรือนหอกับแม่เจ้าศรีโสภา ในเวลาต่อมาเจ้าน้อยมหาพรหม ณ น่าน ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 64 จึงจำเป็นต้องโยกย้ายไปประทับและทรงบริหารราชการแผ่นดินที่หอคำน่าน เรือนหอจึงมอบให้แก่เจ้าน้อยหมอกฟ้า ณ น่าน ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็นเจ้าราชบุตร นามบรรดาศักดิ์อันทรงเกียรตินี้เองที่ได้กลายมาเป็นชื่อเรียกขานและสัญลักษณ์ประจำคุ้มแห่งนี้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ตัวอาคารคุ้มเจ้าราชบุตร (หมอกฟ้า ณ น่าน) มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมทรงตะวันตก เป็นเรือนไม้ 2 ชั้นยกพื้นสูง โดยชั้นล่างใช้โครงสร้างก่ออิฐถือปูนตามสไตล์ตะวันตก ขณะที่ชั้นบนเป็นงานไม้สักทองทั้งหลัง หลังคาด้านหน้าเป็นทรงจั่วหัวตัด ด้านขวางเป็นหลังคาทรงจั่วมะนิลา มุงด้วยกระเบื้องว่าว ลักษณะเรือนแบบขนมปังขิงประยุกต์ ประดับลายฉลุไม้ไว้ตามหน้าจั่ว ราวระเบียง ปั้นลม เชิงชาย และส่วนผนังหลังคา สะท้อนถึงจิตวิญญาณและความเชี่ยวชาญของสล่าสมัยก่อน
ที่นี่ใช้โครงสร้างฐานรากแบบโบราณ โดยก่ออิฐถือปูนเป็นฐานเสา ไม่มีเสาเข็ม ส่วนฝาผนังบ้านใช้วิธีก่ออิฐซ้อนกันแล้วฉาบปูนโดยไม่มีเสาคอนกรีตเสริมเหล็กตรงกลางแบบปัจจุบัน คุ้มหลังนี้ยังฉีกกรอบจากเรือนล้านนาดั้งเดิม โดยแบ่งกั้นห้องหับเป็นสัดส่วนชัดเจน ประกอบด้วยโถงกลางสำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ห้องทำงาน และห้องนอนของเจ้าราชบุตร ส่วนตัวอาคารมีบันได 2 จุด บันไดด้านหน้าสงวนไว้ให้เฉพาะเจ้านายขึ้นลงเท่านั้น ส่วนคนในบ้านหรือข้าราชบริพารใช้บันไดด้านหลังแทน
นอกจากวิทยาการด้านสถาปัตยกรรมแล้ว เจ้านายเมืองน่านยังมีความคุ้นเคยติดต่อสัมพันธ์กับโลกตะวันตก สะท้อนผ่านรสนิยมและการรับเอาวิทยาการตะวันตกเข้ามาใช้ ปรากฏชัดผ่านสิ่งของเครื่องใช้โบราณ เช่น ตู้เย็นโบราณยี่ห้อ General Electric (GE) จากสหรัฐอเมริกา และ Electrolux รุ่น พ.ศ. 2489 จากสวีเดน สั่งนำเข้าโดยตรงจากห้างบี.กริม แอนด์โก (B.Grimm & Co.)
ก่อนหน้านี้พื้นที่ภายในรั้วของคุ้มเจ้าราชบุตร (หมอกฟ้า ณ น่าน) สงวนไว้เป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัว ทว่า ราว พ.ศ. 2542 ทายาทรุ่นปัจจุบันตัดสินใจเปิดประตูคุ้มให้เป็นทั้งบ้านพักอาศัยส่วนตัวและพิพิธภัณฑ์มีชีวิต โดยจะแปรเปลี่ยนสภาพไปตามการใช้งานของผู้อยู่อาศัย สามารถเข้าเยี่ยมชมพร้อมแลกเปลี่ยนเรื่องราวประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมกับทายาทได้โดยตรง