อาคารรูปตัวยูสองชั้น สร้างด้วยอิฐ โดยช่างชั้นอิฐที่มาจากเชียงใหม่ พื้นและเพดานสร้างด้วยไม้ แบบการกก่อสร้างเป็นแบบตะวันตกยุคโคโลเนียล และปรับแบบบางส่วนให้เข้ากับสภาพอากาศของประเทศไทย ปัจจุบันชั้นบนและห้องชั้นล่างบางห้องปรับปรุงเป็นหอประวัติศาสตร์จัดแสดงภาพถ่ายสถานที่ต่างๆ ในเมืองน่านในอดีต และประวัติตัวอาคารรังสีเกษมเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
อ่านรอยจารึกความรุ่งโรจน์ในวันวานของตึกรังษีเกษม
ตึกรังษีเกษม ถือเป็นจุดหมายที่ผู้หลงรักตึกเก่าต้องมาเยือนสักครั้ง อาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้นสไตล์โคโลเนียลตั้งตระหง่านอยู่ในรั้วโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา ทำหน้าที่ดึงดูดสายตาของผู้คนราวกับต้องมนตร์สะกด ด้วยความสมมาตรของประตูและหน้าต่างที่ทอดตัวยาวอย่างเป็นระเบียบ ทว่า ตึกหลังนี้ยังมีเรื่องเล่าและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมมากมายซ่อนอยู่หลังบานประตูและในทุกรอยเลื่อยบนเนื้อไม้ ที่พร้อมจะพาทุกคนก้าวข้ามเวลาไปสัมผัสจิตวิญญาณและความรุ่งโรจน์ในวันวาน
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วง พ.ศ. 2458 คณะมิชชันนารี นำโดย ดร.นพ.ซามูเอล ซี. พีเพิลส์, ศจ.ดร.ฮิวส์ เทเลอร์, ศาสนาจารย์แมเรียน บี. ปาล์เมอร์ และลูซี สตาร์ลิง ร่วมกันสร้างโรงเรียนหญิงล้วนแห่งแรกของจังหวัด โดยดัดแปลงแบบแปลนมาจากตึกลินกัล์นอะแคเดมี (อาคารเรียนฝั่งชายล้วน) เดิมทีตึกรังษีเกษมมีเพียงอาคารด้านเดียว ก่อนจะต่อเติมปีกซ้ายเป็นหอพัก และต่อเติมปีกขวาเพื่อขยายห้องเรียนใน พ.ศ. 2467 จนกลายเป็นผังรูปตัว U อย่างที่เห็นในปัจจุบัน สำหรับเฉดสีดั้งเดิมนั้นไม่ใช่สีม่วงอมแดง แต่เป็นสีอิฐเปลือยผิวธรรมชาติเพื่อระบายความชื้น ส่วนผนังด้านในทาด้วยสีเหลืองอันเป็นเฉดสียอดนิยมและทันสมัยที่สุดในยุคนั้น
ความโดดเด่นของตึกรังษีเกษมคือความชาญฉลาดในการดัดแปลงสถาปัตยกรรมตะวันตกให้สอดรับกับภูมิอากาศเมืองร้อน โครงสร้างฐานรากใช้หินก้อนใหญ่ถมทับกันเป็นแกนหลักเพื่อความแข็งแรงโดยไร้เสาเข็มหรือเหล็กเส้นใด ๆ หน้าต่างห้องใต้หลังคาที่มองเห็นจากภายนอก แท้จริงแล้วเป็นเพียงลูกเล่นลวงตาเพื่อเชิดชูสุนทรียภาพตามขนบตะวันตก ทั้งที่อาคารมีเพียง 2 ชั้นเท่านั้น ภายในอาคารมีการผสมผสานปล่องไฟและเตาผิงแบบฝรั่ง เข้ากับการเจาะรูระบายอากาศเล็ก ๆ รอบผนังเพื่อไล่ความร้อนสะสม ทั้งยังวางโครงสร้างคานไม้เป็นรูปกากบาทเพื่อกระจายแรงและล็อกไม่ให้ไม้เพดานบิดตัวในฤดูฝน รวมถึงออกแบบพื้นระเบียงทางเดินไม้ชั้น 2 ให้มีความลาดเอียง เพื่อระบายน้ำฝนที่สาดเข้ามาไม่ให้ท่วมขังจนพื้นไม้ผุพัง
ไฮไลต์สำคัญที่คนรักตึกเก่าไม่ควรพลาดคือ ลูกบิดและกลอนประตูโบราณในห้องเรียนบนชั้น 2 ซึ่งปัจจุบันยังใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ผิวสัมผัสปรากฏลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย สะท้อนถึงรสนิยมและการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงที่สั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ ยามที่บริบทโลกเปลี่ยนแปลงไป จากโรงเรียนหญิงล้วนในวันวาน ปัจจุบันตึกรังษีเกษมได้เปลี่ยนผ่านหน้าที่สู่การเป็นหอประวัติศาสตร์ของโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา ทำหน้าที่เก็บรักษาเรื่องราวและเป็นบทบันทึกความทรงจำที่มีชีวิต ซึ่งรอคอยให้ผู้คนเดินทางมาสำรวจ
อ้างอิง
-หิรัญ อุทธวงค์ หัวหน้าแผนกประถมและงานหอประวัติศาสตร์โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา
-บอร์ดนิทรรศการด้านในตึกรังษีเกษม