โฮงเจ้าฟองคำ
พ.ศ. 2454
การเดินทางข้ามกาลเวลาของเรือนไม้สักล้านนากลางเมืองน่าน
ถ้าพูดถึงหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของเมืองน่าน เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึง โฮงเจ้าฟองคำ เรือนไม้สักแบบล้านนาในชุมชนบ้านพระเกิด พิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ด้านหัตถกรรม อาหารพื้นถิ่น และศิลปะพื้นบ้าน ที่พร้อมจะพาผู้คนก้าวข้ามกาลเวลาไปสัมผัสวิถีชีวิต และรากเหง้าของชาวน่านดั้งเดิมอย่างใกล้ชิดและอบอุ่นที่สุด
โฮงเจ้าฟองคำสร้างขึ้น พ.ศ. 2368 เพื่อเป็นบ้านพักอาศัยของเจ้าศรีตุมมากับเจ้ามะโน ต่อมาต้องยกที่ดินผืนเดิมให้นำไปสร้างเป็นค่ายทหาร เจ้าบุญยืนผู้เป็นธิดาจึงได้ตัดสินใจรื้อถอนเรือนไม้ย้ายมาสร้างใหม่ใน พ.ศ. 2454 จนกระทั่งเรือนหลังนี้ตกทอดมาถึงเจ้าฟองคำ ธิดาของเจ้าบุญยืน และกลายมาเป็นชื่อเรียกของเรือนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งบริเวณรอบเรือนปลูกไม้ผลและพรรณไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมมาตามทาง
โฮงเจ้าฟองคำถือเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ประกอบด้วยเรือน 4 หลังเชื่อมต่อถึงกันได้ด้วยชานไม้กว้าง ทุกหลังมุงหลังคาทรงจั่วด้วยกระเบื้องดินขอตามแบบฉบับพื้นเมือง เรือนหลังนี้สร้างโดยไม่ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว แต่เลือกใช้ขวานกับมีดมาถากเสาและแผ่นกระดาน ก่อนจะเจาะร่องไม้เพื่อเข้าลิ่ม แล้วยึดต่อกันด้วยสลักไม้ชิ้นเล็กๆ แทนนอตเหล็ก ในส่วนของผนังบ้านยังเลือกใช้ฝาไหล ซึ่งเป็นผนังไม้ 2 ชั้นที่สามารถเลื่อนเปิดและปิดเพื่อปรับช่องลม ช่วยระบายอากาศภายในบ้านให้เย็นสบายตลอดวัน
ไฮไลต์ของโฮงเจ้าฟองคำอยู่บริเวณเหนือประตูทางเข้าเรือน ปรากฏหัมยนต์ เป็นแผ่นไม้ฉลุลวดลายและลงอักขระคาถาตามความเชื่อเพื่อป้องกันสิ่งไม่ดี ที่นี่สลักเป็นลวดลายดอกหงส์โค่ง อันเป็นเครื่องแสดงฐานะและศักดิ์ศรีว่า เรือนหลังนี้มีเจ้านายปกครอง สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือร่วมกันระหว่างช่างชาวมอญและชาวจีน
ขณะที่พื้นที่ด้านหน้าสุดของเรือนถูกจัดให้เป็นส่วนรับแขกหรือนั่งเล่น ซึ่งในยุคหลังที่ย้ายเรือนมาปักหลักที่ชุมชนบ้านพระเกิด เจ้านายบนเรือนหลังนี้ได้มีปฏิสัมพันธ์และเรียนรู้วัฒนธรรมตะวันตกจากกลุ่มมิชชันนารี บนเรือนจึงยังคงจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์เก้าอี้ไม้ที่เรียนรู้วิธีการทำมาจากกลุ่มมิชชันนารีในยุคนั้น รวมถึงร่องรอยงานฝีมือการเย็บผ้าห่ม ผ้าปูโต๊ะ ปลอกหมอนแบบตะวันตกที่เรียกว่างานเย็บควิลต์ (Quilting) ไปจนถึงความทรงจำในอดีตที่ครั้งหนึ่งเรือนหลังนี้เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของการหัดอบคุกกี้ร่วมกัน
กาลเวลาหมุนผ่านมาจนกระทั่ง 30 ธันวาคม พ.ศ. 2544 ทายาทได้ตัดสินใจเปิดบ้านหลังนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ และได้รับการดูแลรักษาโครงสร้างไม้อย่างต่อเนื่อง โดยใน พ.ศ. 2548 - 2549 ได้เกิดงานบูรณะครั้งใหญ่ที่มีการรื้อหลังคาลงมาทั้งหมดเพื่อขัดล้างทำความสะอาด พร้อมทั้งต่อเติมชานเรือนให้เชื่อมต่อไปยังส่วนยุ้งข้าวโบราณ และล่าสุดหลังจากที่เมืองน่านต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2568 ทางพิพิธภัณฑ์ก็ได้ดูแลและทาสีเพิ่มเติม เพื่อฟื้นฟูเนื้อไม้ให้กลับมาสมบูรณ์งดงามดังเดิม
ปัจจุบันโฮงเจ้าฟองคำยังคงทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น คอยเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หัตถกรรม และศิลปะพื้นบ้าน