Moung Ngwa Zin
สำนักงานธุรกิจของหม่องโง่ยซิ่น คหบดีชาวพม่า และเป็นที่รับรองนักธุรกิจ เจ้านายที่มาติดต่อซื้อไม้สัก
อาคารหม่องโง่ยซิ่น
ปี พ.ศ.2451
อาคารขนมปังขิงแบบพม่าที่งดงามที่สุดบนรอยต่อสองเส้นทางเศรษฐกิจ ตลาดจีน-แม่น้ำวัง
อาคารหม่องโง่ยซิ่นบนถนนกาดกองต้า เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่พาเราย้อนกลับไปเห็นลำปางในช่วงเวลาที่เมืองกำลังเฟื่องฟูจากยุคสัมปทานป่าไม้ เมื่อรร้อยกว่าปีก่อน เมืองแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจไม้สักระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเต็มไปด้วยเครือข่ายการค้าที่เชื่อมโยงไปไกลกว่าขอบเขตท้องถิ่น และครั้งหนึ่ง อาคารขนมปังขิงหลังนี้ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัยของเฮดแมนชาวพม่า แต่ทำหน้าที่เป็นทั้งสำนักงานและเรือนรับรองคู่ค้าที่มาเยือน
ผู้ก่อตั้งคือ “หม่องโง่ยซิ่น” คหบดีเชื้อสายเมียนมา ผู้สืบทอดกิจการจากครอบครัวของหม่องส่วยอัตถ์ ผู้เป็นบิดา ชาวมะละแหม่งเฮดแมนคนแรกในไทยของบอมเบย์เบอร์มาร์ บริษัทสัมปทานป่าไม้รายใหญ่ของอังกฤษในลำปางเมื่อร้อยกว่าปีก่อน อาคารหลังนี้สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2451 โดยช่างชาวเมียนมา ทำหน้าที่เป็นทั้งสำนักงาน ที่รับรองนักธุรกิจ นักเดินทาง พ่อค้า รวมถึงชนชั้นนำในเมืองลำปาง ที่ครั้งหนึ่งก็เคยรับรองเจ้าผู้ครองนครลำปาง
ตัวอาคารเป็นเรือนพาณิชย์กึ่งปูนกึ่งไม้ สูงสองชั้นครึ่ง วางตัวต่อเนื่องเป็นแนวถนนตามผังเมืองเก่าริมแม่น้ำวัง โครงสร้างด้านล่างเป็นปูนเพื่อความมั่นคง ส่วนชั้นบนเป็นไม้ เปิดพื้นที่ให้ลมไหลผ่านตามสภาพภูมิอากาศเขตร้อน ด้านหลังอาคารเดิมหันออกสู่แม่น้ำ ขณะที่ด้านหน้าหันสู่พื้นที่ตลาดและย่านการค้า ก่อนจะเกิดการสลับบทบาท 'หน้าบ้าน-หลังบ้าน' โดยหันเอาฝั่งหน้าบ้านออกทางถนนกาดกองต้า รับความเจริญตามการขยายตัวของถนนในเวลาต่อมา และยังมีเทอร์เรซด้านหลังบ้านที่หันหน้าไปทางริมน้ำวังให้ได้เห็นอยู่ สะท้อนวิถีชีวิตเดิมที่อยู่กับฝั่งริมน้ำเป็นหลัก
ในเชิงสถาปัตยกรรม อาคารหลังนี้มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มเรือนพาณิชย์อิทธิพลตะวันตกผสมศิลปะท้องถิ่น หรือที่มักเรียกกันว่า “เรือนขนมปังขิง” โครงสร้างหลังคาทรงมะนิลาโดดเด่นด้วยหน้าจั่วประดับ “สรไน” แบบล้านนา ขณะที่ชายคาและหน้าต่างเต็มไปด้วยงานไม้ฉลุลายละเอียด ทั้งลายพรรณพฤกษา ลายก้านขด และสัญลักษณ์รูปสัตว์ที่หน้าจั่ว รวมไปถึงลาย Moung Ngwe Zin หรือชื่อของโหม่งโง่ยซิ่น ที่บริเวณหน้าบ้าน
รายละเอียดเชิงตกแต่งสะท้อนการเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองลำปางในอดีตอย่างเด่นชัด การผสมกันของสามโลกวัฒนธรรมคือ ลวดลายฉลุแบบพม่า ซุ้มโค้งและกรอบช่องแสงแบบตะวันตก และโครงอาคารพาณิชย์ในแบบชุมชนจีนในย่านตลาดเก่า
เอกลักษณ์ที่สะท้อนความมั่งคั่งผ่านสถาปัตยกรรมเห็นได้จากความโอ่อ่าของพื้นที่โถงสูงโปร่ง ซุ้มประตูตกแต่งด้วยกระจกสีที่ต้องนำเข้ามา รวมถึงฝ้าเพดานห้องโถงด้านบนที่ทำด้วยดีบุกแกะสลักนำเข้าจากออสเตรเลียอันสวยงาม สะท้อนความมั่งคั่งและการเชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้าต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังพบห้องใต้ดินที่เชื่อว่าเคยใช้เป็นพื้นที่หลบภัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงบริเวณด้านบนชั้น 3 ที่มีบันไดลับเล็ก ๆ พรางอยู่ในตู้เสื้อผ้าเพื่อเป็นทางขึ้นไปสู่ห้องด้านบน คาดว่าเป็นห้องพระและใช้เป็นที่เก็บทรัพย์สิน ของมีค่า
แม้จะผ่านการซ่อมแซม ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานไปตามกาลเวลา แต่ภายในอาคารหม่องโง่ยซิ่นหลังนี้ยังคงกลิ่นอายความมั่งคั่งของยุคค้าไม้เอาไว้ ผ่านรายละเอียดอย่างซุ้มโค้ง ช่องแสง และวัสดุตกแต่งที่เคยนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นเครื่องสะท้อนเครือข่ายการค้าของเมืองในช่วงที่เป็นศูนย์กลางสัมปทานป่าไม้
รวมถึงแนวทางการอนุรักษ์ให้อาคารยังมีชีวิตท่ามกลางเมืองที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา อาคารหลังนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในฐานะมรดกทางสถาปัตยกรรม แต่ถูกปรับให้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาสัมผัส ชั้นล่างเปิดเป็นร้านกาแฟ ขายสินค้า และพื้นที่จัดแสดงศิลปะขนาดย่อม เพื่อให้ผู้คนได้เข้ามาใช้เวลาอยู่ท่ามกลางโครงสร้างเดิมที่ยังคงรายละเอียดเอาไว้อย่างครบถ้วน เหมือนการย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เมืองกำลังเติบโตจากการค้าไม้และการเปิดรับโลกภายนอก
Contact Info
086 728 6362
หมายเหตุ : อังคาร - ศุกร์ เวลา 09.00 - 16.00 น.
208 ถนนตลาดเก่า ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง 52000