**วิหารเจ้าพาราละแข่ง**
**ปี พ.ศ. 2472 **
ปราสาทไม้ไทใหญ่ ผสานปยาทาดพม่าและอังกฤษในหลังเดียว
หากจะมีอาคารสักหลังที่สะท้อนความเป็นแม่ฮ่องสอนได้อย่างครบถ้วน ทั้งประวัติศาสตร์ ศรัทธา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม วิหารพระเจ้าพาราละแข่งแห่งวัดหัวเวียงย่อมเป็นหนึ่งในนั้น วิหารไม้หลังงามตั้งอยู่ภายในวัดหัวเวียง วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2397 ในยุคเริ่มต้นของการตั้งถิ่นฐานเมืองแม่ฮ่องสอน ก่อนที่ชุมชนจะขยายตัวเป็นเมืองเช่นปัจจุบัน
“พระเจ้าพาราละแข่ง” เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่จำลองจากพระมหามุนีแห่งเมืองละแข่ง ประเทศพม่า ตามตำนานกล่าวว่าพ่อจองโพหย่า พ่อค้าคาราวานชาวไทใหญ่ พบพระบรมธาตุองค์เล็กเท่าเม็ดข้าวโพดในเขี่ยนหมาก จึงสร้างพระพุทธรูปเพื่อบรรจุพระธาตุไว้ในพระเศียร ระหว่างทางได้พบพระมหามุนีจำลองที่ช่างมัณฑะเลย์สร้างไว้ให้คณะศรัทธาเมืองกึ่ง แต่ไม่ได้รับไปเพราะพระพักตร์ต่างจากต้นแบบ ชาวแม่ฮ่องสอนเห็นว่าใกล้เคียงศิลปะไทย จึงขอรับมาประดิษฐานแทน องค์พระสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2420 อัญเชิญมาแม่ฮ่องสอนใน พ.ศ. 2421 หนักประมาณ 499 กิโลกรัม ถอดเป็น 8 ส่วน บรรทุกเรือ 8 ลำ ล่องตามแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำปายจนถึงบ้านท่าโป่งแดง เต็มไปด้วยเรื่องราวศรัทธา ทั้งการบรรจุพระบรมธาตุและตำนานผึ้งหลวงบินร่วมขบวนแห่ที่เล่าขานถึงปัจจุบัน
วิหารพระเจ้าพาราละแข่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2472 โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน มีเรือนยอดทรงปราสาทซ้อนชั้นแบบ “ปยาทาด” อยู่ถึง 2 ยอด ยอดแรกเป็นปยาทาดแบบพม่า ส่วนอีกยอดหนึ่งเป็นปยาทาดที่มีโดมอยู่ด้านบน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตกแบบอังกฤษ และยอดแบบอังกฤษนี้เองเป็นส่วนที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปพระเจ้าพาราละแข่ง
สถาปัตยกรรมของวิหารหลังนี้โดดเด่นด้วยการใช้ไม้เนื้อแข็งเป็นวัสดุหลัก ขอบหลังคา หน้าจั่ว เชิงชาย และซุ้มต่าง ๆ ประดับด้วยลายสังกะสีฉลุสีขาว หรือ “ปานซอย” ลวดลายเครือเถา ดอกไม้ และพรรณพฤกษาอันละเอียดอ่อน ตัดกับสีไม้เข้มของอาคารอย่างมีเอกลักษณ์ ในปี พ.ศ. 2536 กรมศิลปากรได้บูรณะวิหารครั้งใหญ่ เปลี่ยนหลังคาจากสังกะสีเป็นแป้นเกล็ด เชิงชายยังคงประดับด้วยลวดลายปานซอย
ภายในวิหารให้บรรยากาศสงบและอบอุ่น ผนังไม้สีน้ำตาลแดงและเพดานซ้อนระดับตามโครงสร้างหลังคาช่วยสร้างมิติให้พื้นที่ดูสูงโปร่ง เหนือองค์พระประธานมีฉัตรสีขาวแขวนอยู่เป็นสัญลักษณ์แห่งการถวายพระเกียรติ พระเจ้าพาราละแข่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่า–ไทใหญ่ ประดับซุ้มเรือนแก้วปิดทองลายเครือเถาอันวิจิตร รายรอบด้วยเครื่องสักการะตามคติชาวไทใหญ่ ช่องแสงกระจกสีและช่องระบายอากาศโดยรอบช่วยนำแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในอย่างนุ่มนวล ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งศูนย์รวมศรัทธาและงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบอย่างประณีต
ท่ามกลางสายหมอกและขุนเขาที่โอบล้อมเมืองแม่ฮ่องสอน วิหารพระเจ้าพาราละแข่งยังคงยืนสง่างามดั่งปราสาทไม้แห่งศรัทธา เรือนยอดปยาทาดซ้อนชั้น ลายปานซอยสีขาว และองค์พระประธานอันศักดิ์สิทธิ์ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมเมืองแห่งนี้มานานกว่าศตวรรษ สำหรับผู้มาเยือน วิหารแห่งนี้อาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แต่สำหรับชาวแม่ฮ่องสอนแล้ว ที่นี่คือหัวใจของเมือง หลอมรวมศรัทธาและความงามทางสถาปัตยกรรมให้ดำรงอยู่คู่กาลเวลาได้อย่างงดงาม