การเข้าถึงและการปรับแต่ง

ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสีเพื่อความสะดวกในการอ่าน

ระบบสมาชิก
Museum Logo
วิหารหลวง วัดพระธาตหริบุญชัยวรมหาวิหาร
สถาปัตยกรรม 100 ปี วิหารหลวง วัดพระธาตหริบุญชัยวร...
ศาสนสถาน

ชื่อ
วิหารหลวง วัดพระธาตหริบุญชัยวรมหาวิหาร
กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดลำพูน และ กรมศิลปากร
จังหวัด
ลำพูน
ปีที่สร้าง
ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด (ข้อมูลจากททท. พ.ศ. 2458 สร้างแทนวิหารหลังเก่า) พ.ศ.1651 คือ ปีที่สร้างวัด
ประเภท
ศาสนสถาน
ผู้เข้าชม
390

ความโดดเด่น

ความสำคัญ
วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูนมีถนนล้อมรอบสี่ด้าน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ซุ้มประตูซึ่ง ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็น ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระ เจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่ เรียกว่า วิหารหลวง เป็นวิหารหลังใหญ่มีพระระเบียงรอบด้านและมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2466 วิหารประธานของวัดพระธาตุหริภุญชัย ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เป็นตัวอย่างสำคัญของสถาปัตยกรรมล้านนายุคปลาย มีเสาขนาดใหญ่ประดับลายคำปิดทองบนพื้นแดงตลอดทั้งวิหาร มีเพดานสีแดงชาดประดับลายทองแบบล้านนาอันวิจิตร มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติและชาดกโดยรอบวิหาร เป็นศูนย์กลางศรัทธาของชาวลำพูนและชาวล้านนามาอย่างยาวนาน ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุหริภุญชัยซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีระกา
กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง

Story

รีวิว

**วิหารหลวง วัดพระธาตุหริภุญชัย**

**ปี พ.ศ. 2460**

วิหารล้านนาที่ครูบาศรีวิชัยสร้างใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน

หากองค์ “พระธาตุหริภุญชัย” คือศูนย์กลางแห่งศรัทธาของเมืองลำพูน “วิหารหลวง” ก็คือพื้นที่ที่ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสศรัทธานั้นอย่างใกล้ชิด อาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกขององค์พระบรมธาตุแห่งนี้ สร้างขึ้นแทนวิหารหลังเดิมซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยพระเมืองแก้ว หรือพระเจ้าศิริธรรมจักรพรรดิ (พ.ศ. 2038–2068) ก่อนจะถูกพายุพัดพังเสียหายอย่างหนักในปี พ.ศ. 2448 กระทั่งมีการก่อสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2460 โดยอาศัยแรงศรัทธาจากชาวลำพูน และพระครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ผู้มีบทบาทสำคัญในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระธาตุหริภุญชัยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25

สิ่งที่น่าสนใจคือ วิหารหลังใหม่นี้มิได้ย้อนกลับไปใช้รูปแบบ “วิหารเปื๋อย” หรือวิหารโถงเปิดตามคติล้านนาดั้งเดิม หากถูกปรับให้เป็นวิหารปิดขนาดใหญ่ มีผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า รายล้อมด้วยพาไลหรือระเบียงโดยรอบ ใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ในยุคนั้น ผนังก่ออิฐฉาบปูนที่แข็งแรงถาวร นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระอารามหลวงสำคัญในกรุงเทพมหานคร ซึ่งครูบาศรีวิชัยได้มีโอกาสไปพำนัก จึงเกิดการประยุกต์รูปแบบวัดหลวงภาคกลางเข้ากับงานช่างล้านนาได้อย่างน่าสนใจ

แม้จะรับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ แต่แก่นสำคัญของวิหารยังคงเป็นล้านนาอย่างชัดเจน ตัวอาคารวางตัวตามแนวแกนตะวันออก–ตะวันตก มีพระระเบียงล้อมรอบและมุขยื่นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หลังคาทรงจั่วขนาดใหญ่ซ้อนลดหลั่นอย่างสมดุล ชายคายื่นยาวช่วยป้องกันแดดและฝนตามภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ขณะเดียวกันสัดส่วนอาคารที่สูงโปร่งและการจัดองค์ประกอบอย่างสมมาตรกลับสะท้อนแนวคิดการออกแบบของวัดหลวงในสมัยรัตนโกสินทร์เช่นกัน

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน ความโอ่อ่าของพื้นที่เผยตัวผ่านแนวเสาสูงที่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบตลอดความยาวอาคาร เสาแต่ละต้นประดับลายคำปิดทองบนพื้นสีแดงชาด สอดรับกับเพดานไม้สีแดงเข้มที่ตกแต่งด้วยลวดลายทองอันละเอียดประณีต ทั้งลายดอกประจำยาม ลายใบโพธิ์ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ และลายมงคลตามคติพุทธศาสนา ส่วนหน้าบัน ซุ้มประตู ลายเทพนม กระหนก และงานประดับกระจกสี ล้วนสะท้อนการผสมผสานระหว่างศิลปกรรมล้านนากับศิลปกรรมรัตนโกสินทร์ได้อย่างงดงาม รายละเอียดเหล่านี้ไม่เพียงแสดงถึงรสนิยมทางศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไป หากยังสะท้อนช่วงเวลาแห่งการปรับตัวของล้านนา ภายหลังการรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสยามสมัยใหม่ ผ่านบทบาทของพระเถระและเจ้าอาวาสจากภาคกลางที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาวัดหลวงแห่งนี้

กว่าหนึ่งศตวรรษหลังการก่อสร้างขึ้นใหม่ วิหารหลวงยังคงทำหน้าที่ไม่ต่างจากวันแรกที่เปิดใช้งาน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเมืองลำพูน ทั้งพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน พระเสตังคมณี พระรอดทองคำ และพระพุทธเจ้าน้อย อันเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศ อีกทั้งประเพณี “โคมแสนดวง” หรือการแขวนโคมถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลยี่เป็ง เดือนกันยายนต่อเนื่องถึงเดือนพฤศจิกายน โคมหลากสีที่แขวนเรียงรายทั่วบริเวณวัด สะท้อนแสงยามค่ำคืนเคียงคู่กับองค์พระธาตุสีทองและวิหารหลวงอันสง่างาม กลายเป็นภาพความทรงจำที่ผู้มาเยือนต่างเฝ้ารอชมในทุกปี

วิหารหลวง วัดพระธาตุหริภุญชัย จึงมิใช่เพียงศาสนสถานสำคัญของเมืองลำพูน หากยังเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมล้านนาในยุคเปลี่ยนผ่าน ช่วงเวลาที่ศิลปกรรมท้องถิ่นเปิดรับอิทธิพลจากโลกภายนอกโดยไม่ละทิ้งรากเหง้าของตนเอง ร่องรอยที่ปรากฏอยู่ในทุกองค์ประกอบของอาคาร ตั้งแต่ผังพื้นที่ โครงสร้าง วัสดุ ไปจนถึงลวดลายประดับ ล้วนเป็นหลักฐานของการเดินทางผ่านกาลเวลาที่บอกเล่าเรื่องราวของศรัทธา วัฒนธรรม และความเปลี่ยนแปลงของล้านนาได้อย่างงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ

กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง

แกลเลอรี

ดูทั้งหมด
Gallery 1
Gallery 2
Gallery 3
Gallery 4
Gallery 5
Gallery 6

วิดีโอ

วิหารหลวง วัดพระธาตหริบุญชัยวรมหาวิหาร

การเดินทาง

ที่อยู่
ถนน รอบเมืองใน ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองลำพูน ลำพูน 51000
กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง
นำทาง
เวลาเปิด
เวลาเปิด
ทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง
ค่าเข้าชม
ค่าเข้าชม
ชาวไทย : ไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ : ประมาณ 20 บาท (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของวัด)
กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง
โทรศัพท์