**อาคารหริภุญชัยพาณิชย์**
**ปี พ.ศ. 2482**
ตึกคหบดีหัวมุมถนนที่เคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของลำพูน
บนหัวมุมถนนเจริญราษฎร์ อาคารสองชั้นสีขาวหม่นหลังหนึ่งยังคงวางตัวแนบไปกับจังหวะของเมืองเก่าลำพูนอย่างสงบ “หริภุญชัยพาณิชย์” คือเรื่องราวของครอบครัวคหบดีผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนโฉมเมืองลำพูนจากชุมชนการค้าแบบดั้งเดิม สู่เมืองพาณิชย์สมัยใหม่
อาคารหลังนี้สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2482 โดยพ่อสิงห์คำ โนตานนท์ ร่วมกับบิดาคือพญาอิน หรือขุนสรรสารธน (อินตา โนตานนท์) ผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง หลังจากได้เห็นความเจริญของเมืองการค้าผ่านการเดินทางติดต่อค้าขายกับบริษัทค้าไม้บอมเบย์เบอร์มา รวมถึงประสบการณ์การเดินทางไปยังประเทศพม่าและอินเดียในยุคเดียวกับเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ พ่อสิงห์คำจึงมองเห็นว่าเมืองลำพูนควรมีอาคารพาณิชย์เกิดขึ้น
ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นอาคารลูกผสมจีนและล้านนา ก่ออิฐถือปูนสองชั้นแบบสมมาตร เรียกได้ว่าเป็น Transitional Modern Architecture หรือสถาปัตยกรรมช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคอาณานิคมสู่ยุคสมัยใหม่ ที่เริ่มเข้ามาในช่วงปลายทศวรรษ 2470 โถงใหญ่เปิดโล่งเพื่อรองรับพื้นที่การค้า ด้านหน้าติดตั้งประตูเหล็กยืด และมีประตูบานเฟี้ยมไม้เข้ามาติดตั้งทีหลัง ส่วนพื้นปูไม้ ฝ้าเพดาน บันได วงกบประตู เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน และบานประตูขนาดใหญ่ภายใน ทำจากไม้สักนำเข้าจากพม่าเกือบทั้งหมด
งานไม้เหล่านี้เป็นฝีมือช่างไม้ชาวจีนกลุ่มเดียวกับที่เคยทำงานในคุ้มเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ก่อนที่สถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 จะบีบให้พวกเขาต้องเดินทางกลับประเทศ ความแตกต่างของฝีมือยังคงปรากฏให้เห็นในรายละเอียดหลายจุด งานของช่างจีนมีเส้นสายอ่อนโค้ง ขณะที่งานของช่างพื้นถิ่นเน้นความเรียบง่าย แข็งแรง และตรงไปตรงมา
อาคารขนาดห้าช่วงตึกวางผังอย่างชัดเจน พื้นที่ด้านหน้าประมาณหนึ่งในห้าของอาคารใช้เป็นร้านค้าและสำนักงานของห้างหุ้นส่วนหริภุญชัย ในยุคที่ธุรกิจเครื่องเงินและผ้าทอของตระกูลกำลังเติบโตจากโรงทอผ้าในย่านเมืองยอง ปีกขวาของตึกยังแบ่งพื้นที่ไว้สำหรับเปิดเป็นปั๊มน้ำมันตราดาว ก่อนพัฒนาเป็นสาขาของธนาคารนครหลวงไทยในยุคแรกเริ่มของระบบธนาคารท้องถิ่น ภายหลังเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป โถงกว้างแห่งนี้จึงถูกแทนที่ด้วยร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างในราว พ.ศ. 2513–2533 ก่อนจะปิดกิจการลงและเหลือเพียงการใช้เป็นที่พักอาศัยของสกุลโนตานนท์
พื้นที่ด้านหลังและชั้นบนทั้งหมดถูกใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มที่ มีโถงกลางสำหรับพักผ่อน เชื่อมไปสู่ห้องรับประทานอาหารและห้องครัว อีกทั้งมีการต่อเติมห้องนอนเพิ่มอีกหนึ่งห้องในภายหลัง ใต้บันไดยังมีห้องเล็กสำหรับคนงานพักเมื่อครั้งยังเป็นบ้านคหบดี ฝั่งปีกขวาของอาคารด้านหลังมีระเบียงชั้นสองที่แยกตัวออกจากพื้นที่พักอาศัย หลังคาเปิดโล่ง และเชื่อมกับบันไดเหล็กจากด้านหลังบ้าน ทำให้อาคารมีลำดับการใช้งานหลายชั้น ทั้งทางเข้าหน้าร้าน ทางขึ้นภายใน และทางขึ้นหลังบ้าน
เมื่อเดินขึ้นสู่ชั้นบน ห้องนอนสามห้องจะเรียงตัวอยู่ด้านใน ขณะที่ห้องพระถูกจัดวางไว้ด้านหน้าอาคารในตำแหน่งที่ดีที่สุด มีระเบียงเปิดโล่งทอดยาวตลอดแนวชั้นสอง ประดับราวระเบียงคอนกรีตฉลุลายเรขาคณิต ซึ่งเป็นการนำวัสดุสมัยใหม่มาใช้แทนงานไม้แกะสลักแบบดั้งเดิม และช่วยทำให้ตึกปูนดูละมุนขึ้น
จนถึงวันนี้ ตึกหริภุญชัยพาณิชย์ยังอยู่ในความดูแลของทายาทรุ่นที่สาม คือ คุณสันต์ เทพมณี, คุณแสงทอง การุณย์นราทร และคุณผาสุข เทพมณี แม้อาคารหยุดเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว แต่ภายในยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ ท่ามกลางกระแสการฟื้นฟูเมืองเก่า ทางทายาทมีแนวคิดฟื้นอาคารหลังนี้ขึ้นใหม่ และหากวันนั้นมาถึง ตึกหลังนี้จะไม่ใช่เพียงอาคารเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ แต่จะเป็นบ้านที่เล่าเรื่องเมือง ผ่านไม้สัก ผนังหนา ระเบียงยาว และความทรงจำของครอบครัวที่เคยทำให้หัวมุมนี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจของลำพูน