คุ้มหลังนี้เป็นอาคารผสมระหว่างเรือนไม้ล้านนากับอิทธิพลตะวันตก ผังอาคารมีลักษณะเปิดล้อมพื้นที่ด้านหน้าแบบตัวยู ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนเพื่อความมั่นคง ชั้นบนเป็นไม้สัก มีระเบียงเปิดโล่ง ช่องลมไม้ฉลุลายเรขาคณิต พื้นไม้กระดานกว้าง บันไดไม้ และหลังคาจั่วผสมปั้นหยา เป็นตัวอย่างคุ้มเจ้านายล้านนาช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ที่ยังคงรูปแบบเดิมไว้ได้ดี
**คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์**
**ปี พ.ศ. 2455 **
จากเรือนเจ้านายสู่พิพิธภัณฑ์เมืองลำพูน
เมื่อแสงแดดยามสายทอดผ่านช่องไม้ฉลุลายเรขาคณิตลงบนพื้นไม้สักเก่าแก่ เกิดเป็นเงาที่เคลื่อนไหวช้าๆ ตามจังหวะของวัน ขณะที่ลมอ่อนพัดผ่านระเบียงเปิดโล่งชั้นบน กลิ่นไม้เก่าซึ่งสะสมเรื่องราวมานานกว่าศตวรรษยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ นี่คือความรู้สึกแรกเมื่อก้าวเข้าสู่ “คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์” เรือนเจ้านายเก่าแห่งเมืองลำพูนที่ยังคงรักษาเสน่ห์ของอดีตไว้ได้อย่างงดงาม
คุ้มหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2455 เพื่อเป็นที่พำนักของเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ (พุทธวงษ์ ณ เชียงใหม่) และเจ้าหญิงส่องหล้า สัมพันธ์วงษ์ ในยุคที่ลำพูนกำลังเปิดรับอิทธิพลจากโลกภายนอก แม้กาลเวลาจะทำให้ตัวอาคารเปลี่ยนบทบาทจากเรือนพักอาศัยของเจ้านายไปเป็นโรงเรียน ร้านอาหาร สถานีวิทยุ และในที่สุดเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความสง่างามของสถาปัตยกรรมที่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวของเมืองได้อย่างชัดเจน
จากภายนอก ตัวอาคารเผยให้เห็นสถาปัตยกรรมช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างล้านนาและตะวันตกได้อย่างน่าสนใจ เรือนสองชั้นแบบครึ่งปูนครึ่งไม้ตั้งอยู่บนผังรูปตัวยู ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่แตกต่างจากเรือนพื้นถิ่นภาคเหนือทั่วไป ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนรับน้ำหนัก ส่วนชั้นบนสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง แสดงถึงการนำเทคนิคการก่อสร้างสมัยใหม่มาผสานเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างลงตัว
เมื่อเดินขึ้นบันไดไม้สักสู่ชั้นบน ความรู้สึกแรกคือความโปร่งโล่งของพื้นที่และเพดานที่ยกสูง ขณะที่ช่องลมและหน้าต่างไม้รอบอาคารเปิดรับแสงธรรมชาติและสายลมได้อย่างเต็มที่ บนระเบียงมุขชั้นสองซึ่งทอดตัวยาวตลอดแนวอาคาร แผงไม้ฉลุลายตารางถูกใช้เป็นทั้งราวกันตก ช่องระบายอากาศ และตัวกรองแสงแดดในเวลาเดียวกัน ขณะที่เงาของลวดลายบนพื้นไม้สร้างมิติที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน ราวกับงานศิลปะที่ไม่เคยซ้ำเดิม
อีกองค์ประกอบที่โดดเด่นคือแนวโครงโค้งไม้บริเวณระเบียงด้านนอก เส้นสายโค้งอ่อนช้อยช่วยลดความแข็งกระด้างของโครงสร้าง และเผยให้เห็นอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมตะวันตกที่กำลังเข้ามามีบทบาทในล้านนาช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ขณะเดียวกัน หลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่วก็ทำหน้าที่ปกป้องตัวเรือนจากแดดและฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นความงามที่เกิดจากการใช้งานจริง มากกว่าการตกแต่งเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว
ภายในอาคาร ห้องต่างๆ ถูกจัดวางเชื่อมต่อกันผ่านโถงกลางขนาดใหญ่ ประตูไม้บานสูงและผนังไม้สักสีเข้มยังคงปรากฏร่องรอยของการใช้งานจากหลายยุคหลายสมัย พื้นไม้ที่ถูกขัดเกลาจนเรียบด้วยรอยเท้าของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน ล้วนเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิตและเต็มไปด้วยความทรงจำ ด้วยความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมที่ยังคงสืบทอดรักษาไว้ คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์จึงได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี พ.ศ. 2553
ปัจจุบันอาคารหลังนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลเมืองลำพูน ทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ภาพถ่ายเก่า และความเปลี่ยนแปลงของเมืองในแต่ละยุคสมัย แต่สำหรับผู้มาเยือนจำนวนมาก คุณค่าของสถานที่แห่งนี้อาจไม่ได้อยู่เพียงในนิทรรศการ หากอยู่ในตัวอาคารเอง เพราะบางครั้ง สถาปัตยกรรมไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง หากแต่เป็นภาชนะที่เก็บความทรงจำของผู้คนและเมืองเอาไว้