บ้านชิโนภาส
ไม่ทราบปีที่สร้าง
เปิดประวัติศาสตร์หลากบริบทในเสน่ห์บ้านโบราณ
สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลในสถาปัตยกรรมตึกเก่า การได้มานอนพักที่บ้านชิโนภาสถือเป็นของขวัญชิ้นพิเศษ เพราะทุกตารางนิ้วของบ้านสไตล์โคโลเนียลหลังนี้ คือลายแทงประวัติศาสตร์รอให้มาแกะรอย ตั้งแต่การเดินสำรวจแนวระเบียงหน้าบ้านและระเบียงหลังบ้านที่ออกแบบมาเพื่อสอดรับกับวิถีชีวิตตะวันตก พร้อมไล่สายตามองเหล็กดัดประดับอยู่รอบอาคาร การเข้ามาดื่มด่ำบรรยากาศในบ้านพักชิโนภาส ทำให้สามารถส่องรายละเอียดสถาปัตยกรรมนับร้อยปีได้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงยามเอนกาย
บ้านชิโนภาสไม่ปรากฏหลักฐานว่าก่อสร้างขึ้นเมื่อใด ตามข้อมูลจาก ยลขวัญ สมณะ ผู้จัดการและผู้ดูแลบ้านชิโนภาส ระบุว่า บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านพักของพระยาราชเดชดำรง (ผล ศรุตานนท์) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายคนที่ 11 แต่ในขณะเดียวกันข้อมูลจากอาจารย์อภิชิต ศิริชัย นักประวัติศาสตร์ชาวเชียงราย ระบุว่า บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านพักของคณะมิชชันนารีตะวันตก ก่อนบริบทการใช้งานจะถูกเปลี่ยนผ่านไปนับครั้งไม่ถ้วน กลายเป็นสำนักงานวิจัยของมูลนิธิต่างชาติ เป็นสำนักงานขนส่งประจำจังหวัด และเคยเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางในฐานะบ้านรับอรุณมานานกว่า 5 ปี จนกระทั่งกลายมาเป็นห้องอาหารหอมนวล และหมุนเวียนมาสู่การเป็นบ้านชิโนภาสในปัจจุบัน
แม้บริบทของบ้านจะเปลี่ยนผันไปตามยุคสมัย ทว่า โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมยังเด่นเป็นสง่าอยู่ บ้านชิโนภาสถือเป็นสถาปัตยกรรมโคโลเนียล มีหลังคาทรงหน้าจั่ว ระเบียงแผ่กว้างออกไปทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อเปิดรับลมธรรมชาติ
บริเวณกลางบ้านยังคงรักษาสภาพพื้นไม้ดั้งเดิมไว้ ทั้งผิวสัมผัสและร่องรอยตามแผ่นไม้เหล่านี้เป็นประจักษ์พยานชั้นดีที่คอยบอกเล่าเรื่องราวข้ามยุคสมัย จนกระทั่งใน พ.ศ. 2567 บ้านชิโนภาสได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่บทบาทใหม่ โดยเลือกลดโทนสีของตัวบ้านลงเพื่อปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นเฉดสีอบอุ่นและละมุนตาขึ้น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและต้อนรับผู้มาเยือนราวกับเป็นบ้านหลังที่ 2 ควบคู่ไปกับการทำห้องน้ำใหม่เพื่อยกระดับความสะดวกสบาย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ลืมที่จะเก็บรักษาบ่อน้ำโบราณบริเวณหลังบ้านเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ถึงวิถีชีวิตดั้งเดิม
ปัจจุบันบ้านชิโนภาสมีทั้งหมด 5 ห้องพัก มีครัวส่วนกลางอยู่บริเวณกลางบ้าน ให้ทุกคนมาใช้ชีวิตร่วมกัน แลกเปลี่ยนบทสนทนา พลางละเลียดจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ ในบรรยากาศสบายๆ ชวนปล่อยใจให้หมุนช้าลงตามจังหวะของบ้านโบราณ ยามเอนกายลงนอนและมองผ่านกรอบหน้าต่างเหล็กดัด จะรู้สึกได้ทันทีว่าบ้านทรงโคโลเนียลหลังนี้กำลังหายใจร่วมไปกับเชียงรายทุกยุคทุกสมัย