**โบสถ์ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย**
**ปี พ.ศ. 2472**
โบสถ์ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย: โบสถ์นีโอโกธิคใต้โครงหลังคาไม้แบบ Hammer Beam
อาคารสีเทาอ่อนตั้งอยู่อย่างสง่างาม ภายใต้หลังคาทรงสูงและซุ้มโค้งแหลมแบบโกธิค แม้จะผ่านกาลเวลากว่าเก้าทศวรรษ โบสถ์แห่งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของนักเรียนหลายรุ่น… เรื่องราวของโบสถ์เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของศาสนาจารย์ ดร.วิลเลียม แฮรีส และภรรยา คอร์เนเลีย แฮรีส ผู้ก่อตั้งโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ซึ่งเชื่อว่าการศึกษาไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่ต้องหล่อหลอมทั้งความรู้ คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ทั้งสองได้รับเงินทุนกว่า 72,000 ดอลลาร์ จากแอน แลฟลิน และโธมัส แฮรีส พาวเวอร์ส รวมทั้งญาติมิตรผู้มีจิตศรัทธา พร้อมแบบแปลนอาคารสำคัญสองหลัง คือโบสถ์และโรงละคร โดยมีแวน แอลเล็น แฮรีส วิศวกรผู้เป็นน้องชาย เดินทางมาช่วยควบคุมงานก่อสร้างในระยะแรกในปี พ.ศ. 2472 ก่อนที่อาคารทั้งสองจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานในปี พ.ศ. 2475
มองจากภายนอก โบสถ์มีรูปทรงเรียบง่ายแต่สง่างาม ผนังก่ออิฐฉาบปูนสีอ่อนถูกขับเน้นด้วยเสาหลอกและครีบเสาที่ทำหน้าที่เสมือนค้ำยัน เช่นเดียวกับปูนปั้นขอบประตูที่ซ้อนกันหลายชั้นจนดูคล้ายเสาหินแกะสลักรูปนักบุญแบบ Jamb Statue ซุ้มประตูและหน้าต่างโค้งแหลมถูกจัดวางอย่างเป็นจังหวะตลอดแนวอาคาร ขณะที่หน้าจั่วด้านหน้าถูกเน้นด้วยกรอบซุ้มซ้อนหลายชั้น สะท้อนอิทธิพลของสถาปัตยกรรม Neo Gothic ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในโลกตะวันตกช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20
แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของโบสถ์กลับซ่อนอยู่ภายใน ทันทีที่ก้าวผ่านประตูไม้บานใหญ่เข้าสู่โถงกลาง สายตาจะถูกดึงขึ้นสู่โครงสร้างหลังคาไม้ขนาดมหึมาที่ทอดยาวตลอดแนวอาคาร โครงสร้างแบบ Hammer Beam Truss ถูกนำมาประยุกต์ใช้ คานไม้โค้งขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันเป็นจังหวะต่อเนื่อง คล้ายซี่โครงของอาคารที่โอบล้อมพื้นที่ด้านล่างไว้ด้วยความสงบและสง่างาม รายละเอียดไม้ฉลุลายเรขาคณิตบริเวณจุดต่อของโครงสร้างช่วยลดความแข็งกระด้างของงานวิศวกรรม และเปลี่ยนโครงสร้างให้กลายเป็นงานศิลปกรรมชั้นสูง ทั้งนี้ โครงสร้างดังกล่าวมีต้นแบบมาจากโบสถ์เล็ก ๆ ในสหรัฐอเมริกาที่เรียกขานว่า Parish Church ซึ่งสืบต้นแบบมาจากศาสนสถานสำคัญในยุโรปอีกทอดหนึ่ง
ผังภายในมีโถงกลางสูงโปร่ง ทางเดินด้านข้าง และส่วนแยกออกสองฝั่ง ทำให้มีลักษณะคล้ายไม้กางเขน แนวซุ้มโค้งแหลม (Pointed Arch) เรียงตัวอย่างต่อเนื่องสร้างจังหวะของพื้นที่ ขณะที่หน้าต่างชั้นบนเปิดรับแสงธรรมชาติให้ส่องลงมายังพื้นที่ประกอบพิธีด้านล่าง ทุกองค์ประกอบ ทั้งแนวเสาและซุ้มโค้งที่เรียงต่อเนื่อง และลำแสงที่ทอดลงมา ต่างทำให้สายตาถูกนำไปสู่แท่นพิธี ไม้กางเขน เชิงเทียน และต้นไม้แห่งชีวิตด้านหน้า ซึ่งเป็นหลักการออกแบบสำคัญของโบสถ์คริสต์แบบโกธิค ผสมผสานลงตัวระหว่างศิลปะมหาวิหารตะวันตก สถาปัตยกรรมมิชชันนารี และแนวคิด Tropical Architecture
ในปี พ.ศ. 2558 เริ่มมีการสำรวจความทรุดโทรมและมีการบูรณะครั้งใหญ่ในปีถัดไป ภายใต้โครงการ “โบสถ์นี้ที่เรารักษ์” โดยปรับปรุงโครงสร้างด้วยการเสริมวัสดุแล้วหุ้มด้วยไม้จริงให้มีความมั่นคงแข็งแรง เปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคา ปรับพื้น ทาสีผนัง รวมถึงปรับปรุงระบบไฟฟ้าทั้งภายนอกและภายใน โดยยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้เกือบทั้งหมด ทั้งนี้ อาคารเคยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประเภทสถานศึกษา จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อ พ.ศ. 2539
ปัจจุบัน โบสถ์ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยยังคงทำหน้าที่เดิมในฐานะศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของโรงเรียน เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา งานสำคัญของสถาบัน และพื้นที่แห่งความทรงจำของศิษย์เก่ารวมถึงผู้มาเยือน ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของอุดมคติทางการศึกษา ศรัทธา และความผูกพันที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรม Neo Gothic ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ