มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีภารกิจสำคัญ คือ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยการจัดทำพิพิธภัณฑ์ความสัมพันธ์ไทย-จีน ขึ้นภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อแสดงถึงความเข้าใจอันดีของ 2 วัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ภายใต้พระบรมโพธิสมภารและได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2537 พระองค์เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความสัมพันธ์ไทย-จีนภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ จึงถือเอาวันที่ 24 มีนาคม เป็นวันจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงนิทรรศการ 2 แบบ คือ
ส่วนที่ 1 นิทรรศการภาพถ่าย ประกอบด้วย
ส่วนที่ 2 นิทรรศการหอเกียรติภูมิ (Hall of Fame)
นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว ศูนย์วัฒนธรรม ยังมี “ศิลปะการแสดงหุ่นคน” ซึ่งมีต้นกำเนิดจากหุ่นหลวง หุ่นกระบอก หุ่นละครเล็ก การแสดงหุ่นของภาคต่างๆ เช่น หนังตะลุง โขน ละคร และระบำรำฟ้อนมาผสมผสานกัน ประกอบกับลีลาท่าทางของผู้แสดงให้ออกมาเป็นเรื่องราว โดยนำเอาเหตุการณ์ต่างๆ ในวรรณกรรมและวรรณคดี ตลอดจนวิถีชีวิตของสังคมไทยมาดัดแปลงแต่งเติมให้เป็นบทแสดง แล้วประยุกต์ในเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนกับหุ่น หรือคนเลียนแบบหุ่น โดยได้นำวิธีการเชิดหุ่น รูปแบบการแสดง การดำเนินเรื่อง ตลอดจนการแต่งกายของหุ่น เพื่อให้เข้ากับปัจจุบัน เป็นการแสดงร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะที่กำลังจะถูกลืม รวมทั้งได้นำการแสดงมาปรับปรุงใหม่ โดยใช้คนแทนหุ่นหลวง และยังคงรักษารูปแบบเดิมของการแสดงหุ่นแต่ละประเภทไว้ เพียงแต่เปลี่ยนจากหุ่นมาเป็นคนเท่านั้น
เมื่อปี พ.ศ. 2543 “หุ่นคน” ได้รับความนิยมเป็นอย่างดีจากกระแสสังคมที่เริ่มยอมรับศิลปะการแสดงหุ่นคน ด้วยเป็นเพราะว่าความแปลกนั่นเอง ปัจจุบันศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ ได้นำศิลปะการแสดงหุ่นคน ไปเผยแพร่ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะที่กำลังจะถูกลืม