ช้างเอราวัณสามเศียร สร้างขึ้นจากความคิดและจินตนาการของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ซึ่งต้องการจะรักษาของโบราณที่สะสมไว้ให้เป็นมรดกของแผ่นดินไทย จัดแสดงประติมากรรมที่ทรงคุณค่าทางศิลปกรรม และยังเป็นรูปเคารพที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนโบราณตามประเพณีในอดีตด้วย
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นรูปช้างขนาดใหญ่ โดดเด่นสะดุดตา
แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือ
ชั้นล่างสุดเป็นใต้ดินหรือบาดาล เรียกว่า “ชั้นสุวรรณภูมิ” จัดแสดงโบราณวัตถุเครื่องกระเบื้อง ในชั้นนี้ต้องการสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งโบราณเรียกว่า ดินแดนสุวรรณภูมิ โบราณวัตถุที่นำมาสื่อความหมาย คือ ภาชนะดินเผา ที่เรียกว่า “เครื่องกระเบื้อง” เพราะการทำภาชนะดินเผานับเป็นนวัตกรรมในการผลิตเครื่องใช้สอยอันปรากฎหลักฐานว่ามีใช้กันมานับพันปีแล้วในดินแดนสุวรรณภูมิ ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและเป็นสิ่งของแลกเปลี่ยนในเชิงพาณิชย์ แสดงถึงความเคลื่อนไหวติดต่อกันของท้องถิ่นต่างๆ ในดินแดนสุวรรณภูมิ ประเภทภาชนะที่นำมาจัดแสดง อาทิ เครื่องสังคโลก ภาชนะเครื่องกระเบื้องแบบลพบุรี เครื่องเบญจรงค์ และเบญจรงค์ลายน้ำทอง เป็นต้น
ลำดับที่สอง หรือ ชั้นกลางเป็นส่วนอาคารที่รองรับตัวช้างคือ “ชั้นโลกมนุษย์” เป็นบริเวณตัวอาคารทรงกลมที่รองรับน้ำหนักของตัวช้าง เล่าถึงเรื่องราวสะท้อนแก่นพระศาสนาที่ค้ำจุนโลกมนุษย์ให้เกิดศานติผ่านเสาเคาะดุนโลหะภายในอาคารเป็นภาพเรื่องราวอันแฝงด้วยคติธรรมทางศาสนา ภายในอาคารประดับตกแต่งตามส่วนต่างๆ ด้วยเครื่องถ้วยเบญจรงค์และลวดลายปูนปั้นอวดฝีมือภูมิปัญญาแห่งช่างไทยได้อย่างวิจิตร ผสมผสานศิลปะของโลกตะวันตกอย่างกลมกลืนด้วยเพดานอาคารห้องโถงอันเปรียบเสมือนหลังคาโลก ตกแต่งเป็นรูปแผนที่โลกขนาดใหญ่บนงานกระจกสี (stained glass) เป็นผลงานของ Mr.Jacob Schwarzkopf ศิลปินชาวเยอรมัน
ชั้นสาม คือ ส่วนในตัวช้างเป็นส่วนที่อยู่เหนือโลกมนุษย์ขึ้นไปตามคติในไตรภูมิ นั้นสรวงสวรรค์ เรียกว่า “ชั้นจักรวาล” เป็นบริเวณภายในตัวอาคารรูปช้าง จัดแสดงโบราณวัตถุ คือ พระพุทธรูปโบราณสมัยต่างๆ ซึ่งจัดแสดงในลักษณะของการประดิษฐานให้สมกับความที่เป็นสิ่งเคารพบูชาอันเป็นค่าควรเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ในตำแหน่งที่เหมาะสม
พื้นที่รอบพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดี รวมทั้งพันธุ์ไม้หายาก และประดับงานประติมากรรมลอยตัวรูปสัตว์หิมพานต์ตามมุมต่างๆ
ติดตามข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการ