เกมจิ๊กซอว์ — ชวนเล่นเกมจิ๊กซอว์ต่อภาพสถาปัตยกรรม 100 ปี
แผนที่ภาคเหนือ
เชียงราย

คริสตจักรที่ ๑ เวียงเชียงราย

First Church of Wiang Chiang Rai

พันธกิจทางสถาปัตยกรรมของคริสตจักรฝรั่ง

Story

คริสตจักรที่ ๑ เวียงเชียงราย

พันธกิจทางสถาปัตยกรรมของคริสตจักรฝรั่ง


สถานที่:   อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ประเภท:  อาคารศาสนา (โบสถ์คริสต์)

ปี:   ๒๔๕๗


ปฐมกาล

การเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ไปยังดินแดนไกลโพ้นครั้งใหญ่ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ ต่อเนื่องถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ มีจุดเริ่มต้นจากปรากฏการณ์ในสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า “การตื่นรู้ครั้งใหญ่ครั้งที่สอง” (The Second Great Awakening) ซึ่งเกิดจากความเงียบงันทางจิตวิญญาณและศรัทธา เพราะคนหันไปให้คุณค่ากับความแสงสว่างทางปัญญา (Enlightenment) ที่ว่าด้วยหลักเหตุผลนิยม วิทยาศาสตร์ และเสรีนิยม มากกว่าความเชื่อทางศาสนา


จนกระทั่งคริสตจักรต่าง ๆ จำเป็นต้องมีการปลุกกระแสศรัทธาครั้งใหญ่ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดย “การตื่นรู้ครั้งใหญ่ครั้งที่สอง” ได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดหลักที่เคยยึดโยงอยู่กับลัทธิคาลวิน (Calvinism) ของจอห์น แคลวิน (John Calvin) ในยุคการตื่นรู้ครั้งใหญ่ครั้งที่หนึ่ง ซึ่งเชื่อว่า “ทางรอด” ของมนุษย์ถูกพระเจ้ากำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว (โรม 8: 28-30)


ในขณะที่ “การตื่นรู้ครั้งที่สอง” กลับให้ความสำคัญกับเจตจำนงเสรี (Free Will) ในการเลือกที่จะเชื่อและรับพระคุณจากพระเจ้า นอกจากนี้ยังเริ่มเปิดพื้นที่ทางสังคมให้แก่กลุ่มคนผิวสีและบทบาทของผู้หญิงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นพันธกิจหลักของการตื่นรู้ครั้งที่สอง จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวน “ผู้กลับใจ” ยอมรับพระเจ้า แต่ยังรวมไปถึงการปฏิรูปสังคมให้ก้าวหน้าและบริสุทธิ์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเยซู


ผลจากแรงขับเคลื่อนทางศาสนาของ “การตื่นรู้ครั้งที่สอง” ได้สร้างปราฏการณ์ที่ทำให้มิชชันนารีรุ่นใหม่ชาวอเมริกันต่างเลือกที่จะทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน แล้วมุ่งหน้าสู่ดินแดนห่างไกลเพื่อเผยแพร่พระวจนะอันเป็นทางรอดของผู้คน


คณะมิชชันนารีโปรเตสแตนต์เดินทางมายังสยาม ล้านนา และหัวเมืองต่าง ๆ ในฐานะผู้ประกาศข่าว ประเสริฐ เพื่อนำผู้กลับใจให้รอดจากบาปควบคู่ไปกับพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยวิทยาการ “สมัยใหม่” ที่นำเข้ามาเผยแพร่ในฐานะเครื่องมือของพระเจ้า ซึ่งมีทั้ง โรงพิมพ์ โรงพยาบาล โรงเรียน และอื่น ๆ งานของมิชชันนารีในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่การประกาศศาสนา แต่เป็นงานทางด้านจิตวิญญาณและสังคมพร้อมๆ กัน (Civilizing Mission) ซึ่งเป็นกระบวนการนำพาผู้คนและสังคมสู่ความทันสมัย (Modernization)


กระบวนการสู่ความทันสมัยเหล่านี้ ได้แสดงตัวตนผ่านงาน “สถาปัตยกรรมสมัยใหม่” ที่มีรูปแบบและแนวคิดแตกต่างไปจากสถาปัตยกรรมท้องถิ่น (Vernacular Architecture) อย่างสิ้นเชิง


สถาปัตยกรรม

ตัวแทนข่าวประเสริฐจากโลกใหม่


คริสตจักรที่ ๑ เวียงเชียงราย ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของตัวเมืองเก่าเชียงราย บริเวณประตูสลี เริ่มต้นก่อสร้างฐานรากในช่วงปี ๒๔๕๕ (1912) และหยุดการก่อสร้างไประยะหนึ่งเพื่อรอเงินทุน จนกระทั่งรวบรวมเงินถวายคริสตจักรจำนวนหนึ่งจากคนท้องถิ่น รวมกับเงินถวายก้อนใหญ่จาก คริสตจักรโอเวอร์บรุ๊ค (Overbrook Presbyterian Church) แห่งเมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา การก่อสร้างส่วนตัวอาคารจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในปี ๒๔๕๗ (1914) จนแล้วเสร็จในปี ๒๔๖๐ (1917)


คริสตจักรที่ ๑ เวียงเชียงราย ออกแบบโดยศาสนาจารย์ นายแพทย์วิลเลียม เอ. บริกส์ (Rev. William A. Briggs, MD.) มิชชันนารีคนสำคัญที่คนเชียงรายเรียกว่า “หมอบริกส์” โดยใช้ผู้รับเหมาและช่างท้องถิ่นชาวจีน


ลักษณะภายนอกแสดงตัวตนแบบอาคาร “ฝรั่ง” ไว้อย่างชัดเจน แต่ยังคงกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นด้วยหลังคาจั่วทั้ง ๔ ด้าน เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นว่าอาคารมีผังเป็นรูปไม้กางเขน (Latin Cross) ผนังอาคารก่อด้วยอิฐแดง ไม่แสดงความหรูหราฟุ่มเฟือย ตามแบบอย่าง “โปรเตสแตนต์” แต่แสดงความหนักแน่นมั่นคงในฐานะ “พื้นที่เชิงสัญลักษณ์” (Symbolic Space) เพื่อแสดงให้คนท้องถิ่นสัมผัสถึงความทันสมัย ความก้าวหน้า และความยิ่งใหญ่ของคริสตจักรผ่านพระวิหารของพระเจ้า


สิ่งที่แตกต่างจากโบสถ์โปรเตสแตนต์ทั่วไปในโลก ไม่ใช่ผนังอิฐ แต่เป็นมุกทั้ง ๓ ด้านของอาคารซึ่งหาดูได้ยากแม้ในสหรัฐอเมริกา มุกทั้ง ๓ ด้าน รองรับด้วยเสา ๔ เหลี่ยม แสดงความหนักแน่นมั่นคง เหนือขึ้นไปเป็นกรอบหน้าจั่ว (Pediment) เป็นไม้ตีเกล็ดซ้อน มีหน้าต่างบานเล็กในกรอบหน้าจั่ว คล้ายหน้าต่างหลังคา (Dormer) ตามความนิยมในสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียน


มุกทั้ง ๓ ด้านของอาคาร รองรับด้วยเสา ๔ เหลี่ยม

กรอบหน้าจั่ว (Pediment) เป็นไม้ตีเกล็ดซ้อน มีหน้าต่างบานเล็กในกรอบหน้าจั่ว

St. Luke's Church ตั้งอยู่ใกล้เมืองสมิธฟิลด์ รัฐเวอร์จิเนีย
โบสถ์อิฐสีแดงสถาปัตยกรรมยุคบุกเบิกในสหรัฐอเมริกา

ที่มาภาพ : เว็บไซต์ https://en.wikipedia.org/wiki/Episcopal_Church_
(United_States)

หน้าต่างหลังคา (Dormer) ตามความนิยม

ในสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียน

ที่มาภาพ : เว็บไซต์ https://study.com/academy/lesson/dormer-windows-definition-styles.html


แต่ผนังอิฐก็มีพันธกิจของตัวเอง หมอบริกส์เลือกใช้ผนังอิฐเพื่อให้เกิดแรง “ดึงดูดใจ” ต่อผู้พบเห็น เป็นสัญลักษณ์ของความคงทนถาวร “ภาพสะดุดตาของกำแพงอิฐของพระวิหารที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ ที่เด่นสง่าของเมือง จะเป็นพลังดึงดูดอย่างไม่มีสิ้นสุด...”


ภายในโบสถ์เป็นห้องโถงยาวตลอดตั้งแต่ทางเข้าจนถึงแท่นพิธี ปีกของอาคารทั้งสองด้านยกพื้นสูงแบบชั้นลอย ใช้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ พื้นชั้นลอยรองรับด้วยซุ้มโค้ง ๓ ซุ้ม รับกับหน้าต่างรอบโบสถ์ที่มีช่องแสงเป็นซุ้มโค้งเป็นชุดแบบพาลาเดียน (Palladian Window) หลังคาปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเป็นกระเบื้องว่าวซีเมนต์สีน้ำตาลแดง ที่มุกหน้าใต้หลังคาปีกนก มีป้ายชื่อ “คริสตจักรที่ 1 เวียงเชียงราย” เหนือขึ้นไปเป็นหอคอยสี่เหลี่ยมสูงเด่น ภายในบรรจุระฆังที่นำมาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความเป็น “โบสถ์ฝรั่ง” ของคริสต์ศาสนิกชน

พื้นชั้นลอยรองรับด้วยซุ้มโค้ง ๓ ซุ้ม รับกับหน้าต่างรอบโบสถ์

มีช่องแสงเป็นซุ้มโค้งเป็นชุดแบบพาลาเดียน (Palladian Window)

มุกหน้าใต้หลังคาปีกนก มีป้ายชื่อ “คริสตจักรที่ 1

เวียงเชียงราย”

หอคอยสี่เหลี่ยม ภายในบรรจุระฆังที่นำมาจากสหรัฐอเมริกา

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และไม่ควรพลาดของโบสถ์ คริสตจักรที่ 1 เวียงเชียงราย คือแผ่นศิลาจากแม่น้ำกก รองรับกรอบหน้าต่าง ซึ่งมีความแปลกตา สวยงาม และมีประโยชน์ในการรับน้ำหนักของผนังบริเวณหน้าต่าง แผ่นศิลาชุดเดียวกันนี้ ยังใช้เป็นศิลาจารึกตัวเลข ๑๙๑๔ และ 1914 ผนึกไว้บริเวณหัวมุมตึกฝั่งซ้ายของมุกหน้า เป็นตัวเลขที่บ่งบอกประวัติการก่อสร้างคริสตจักรที่ 1 เวียงเชียงราย

แผ่นศิลาจากแม่น้ำกก รองรับกรอบหน้าต่าง

ศิลาจารึกตัวเลข ๑๙๑๔ และ 1914 บริเวณหัวมุมตึกฝั่งซ้ายของมุกหน้า

เป็นตัวเลขที่บ่งบอกประวัติการก่อสร้างคริสตจักรที่ 1 เวียงเชียงราย

ผลงานด้านสถาปัตยกรรมของ “หมอบริกส์” ในจังหวัดเชียงรายนอกจาก คริสตจักรที่ 1 เวียงเชียงราย แล้ว ยังมี ศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า) โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค บ้านแห่งความทรงจำโอเวอร์บรุ๊ค บ้านพักสิงหไคล จวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า) เป็นต้น


การเดินทาง

ตั้งอยู่ในเขตเมืองเชียงราย ใกล้หอนาฬิกาเชียงราย เปิดให้เข้าชมทุกวัน กรุณาแต่งกายสุภาพ